Longevity bias

ผมพบว่าทั่วไป คนเรามักจะมีความลำเอียงกับความยาวของปัญหา

ถ้าพูดถึงปัญหาในทางเทคนิคแล้ว Legacy code ที่อยู่มานานนับหลายปีมักจะสร้างความหงุดหงิดให้กับเราได้มาก ส่วน Legacy code ที่พึ่งเกิดใหม่เรามักจะรู้สึกว่าเดี๋ยวค่อยแก้ก็ได้

ถ้าพูดถึงปัญหาในทีมหรือการบริหารแล้ว Process การทำงานที่ไม่ดีที่อยู่กับเรามานานหลายปีมักจะสร้างความหงุดหงิดกับเราได้มาก ส่วน Process ที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นมาไม่นานมักจะถูกใส่ใจน้อยกว่า

ผมพบว่าการมองแบบนี้มันสร้างมุมมองที่ผิด

หลายๆ ครั้งเวลาที่เรามองปัญหาที่หมักหมมมานานแล้วบอกว่าจะลงมือแก้ เรามักจะหาวิธีการแก้ไขที่มีลักษณะ “ใหญ่” “เร็ว” “ดุดัน”

ในขณะที่ปัญหาที่พึ่งเกิดไม่นานเรามักจะแก้ไขอย่างซอฟต์และเบา

คำถามคือมันเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเหรอ

ผมพบว่าจริงๆ Legacy code ที่อยู่มาเมื่อสิบปีที่แล้ว กับ Legacy code ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน วิธีการแก้ไขก็เหมือนกันนะคือต้อง ค่อยๆ Refactor ไป

ผมพบว่าจริงๆ Process ที่ไม่ดีที่เกิดเมื่อสิบปีที่แล้วและหมักหมมมานาน กับ Process ที่ไม่ดีที่พึ่งตกลงกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วิธีการแก้ไขก็เหมือนกันนะ คือ นั่งคุยถึงปัญหา หาวิธีที่ดีกว่า แล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนมันไป

ไม่ใช่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้วเราจะสามารถแก้ได้เร็วขึ้น

ถ้ามันแก้ได้เร็วที่สุดเท่าไหร่ ก็คือเท่านั้น

ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อวานต้องใช้เวลา 2 วันในการแก้ ปัญหาเดียวกันที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็ควรจะใช้เวลา 2 วันในการแก้

ตรงข้าม ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้น เราต้องใช้ 1 ปีในการแก้ มันก็ต้องใช้ 1 ปีในการแก้

แค่การที่มันอยู่มานานจนเรารำคาญหงุดหงิดทนไม่ไหว ก็ไม่ได้แปลว่าเราสามารถแก้ไขมันได้อย่างรวดเร็วหรือช้าลงแต่อย่างใด


อายุของปัญหา เป็นสิ่งนึงที่ผมเห็นว่าสร้าง Bias ให้มนุษย์ได้ง่าย

เรามักจะรำคาญไม่ชอบยุ่งกับปัญหาหมักหมมที่มีอายุเยอะ เวลายุ่งทีก็อยากให้มันจบเร็วๆ อยากจะจัดการให้มันเสร็จๆ ไป หรือเวลาไม่ยุ่งก็อยากจะไม่ยุ่งไปเลย มันก็พอทนได้จะไปยุ่งทำไม

หลายๆ ครั้งเวลาเราเอาปัญหาที่หมักหมมก้อนใหญ่เข้ามาคุย เรามักจะมีอคติว่าอยากหาวิธีการที่ดุดัน รุนแรง รวดเร็ว ในขณะที่ปัญหาเดียวกันถ้ามันยังไม่หมักหมม เราก็มักจะเลือกวิธีการที่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป

ทั้งๆ ที่มันเป็นปัญหาเดียวกัน

คำพูดติดปากคือ “อันนี้มันอยู่มานานแล้ว ถ้าจะแก้ ก็ต้องทำให้เด็ดขาดไปเลยไม่งั้นไม่เวิร์ค”

ซึ่งอาจจะใช้หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ ผมมองว่าบางลักษณะของปัญหามันฝังลึกลงเรื่อยๆ ตามอายุ (พวก Miscommunication)

แต่บางลักษณะของปัญหาก็ไม่ใช่แบบนั้นเลย ไม่ได้ใหญ่ขึ้นตามอายุเลย

ก็ต้องระวังและเข้าใจให้ดีว่า อายุของปัญหา มันทำให้เราหงุดหงิด เราอยากแก้ไขเร็วๆ แต่นั่นมันคือข้างในจิตใจของเรา

ถ้ากลับออกมาข้างนอก มันก็คือปัญหาก้อนเดียวกันแหละครับ แค่อยู่มานานหรือพึ่งเกิด วิธีแก้มันก็ควรจะเหมือนกัน ควรใช้เวลาเหมือนกันนี่นา

แม้แต่ตัวผมเองก็ต้องระวังความหงุดหงิดของตัวเองที่มีต่อปัญหาเรื้อรังให้มากเช่นกันครับ

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Chris’s story.