On being reflective

ในวงการ Startup ส่วนมากจะบอกให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ในข้อนั้นผมก็เห็นด้วย

ถึงแม้ว่าหลายๆ อย่างถ้าไม่ลองทำมัวแต่กลัวก็ไม่ได้เรียนรู้

แต่ในทางกลับกันถ้าทำแล้วเอาแต่วิ่งและมองไปข้างหน้าโดยไม่ Reflect กลับมาว่าทำอะไรลงไปบ้าง แล้วผลเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้เรียนรู้เช่นกัน

ดังนั้นผมคิดว่าความเร็วในการก้าวไปข้างหน้าไม่ว่าจำเป็นต้องเร็วขนาดไหนก็ตาม ต้องเหลือเวลากลับมาย้อนกลับมา Reflect เสมอว่า เราทำอะไรลงไป มันได้อะไร ตรงความคาดหวังมั้ย ถ้าไม่ตรงคิดว่าอะไรผิด แล้วตอนนี้เรากำลังเดินไปที่ไหน

สิ่งที่น่ากลัวพอๆ กับการอยู่กับที่ไม่ก้าวไปไหน ก็คือการก้าวไปข้างหน้าแต่ไม่ได้มีเวลามีสติพอที่จะรู้ว่าไปทิศทางไหน ไปทำไม ไปเพื่ออะไร และไปถูกทางหรือเปล่า

อันนั้นก็ควรจะมีเวลานิดนึงมาทบทวนเรื่อยๆ แหละฮะ


หลายๆ ครั้งเวลาเราไม่รู้อะไรไม่มีความมั่นคงในความเป็นอยู่และจุดยืนของตัวเอง มันจะเกิดสถานการณ์ได้สองอย่าง

  1. หยุดอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย
  2. หนีก้าวไปจากจุดนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ไปไหนไม่รู้แต่ต้องไป

ทั้งสองทางผมว่าอันตรายทั้งคู่ครับ

วิธีการป้องกันทั้งสองอย่างที่ดีที่สุด ผมคิดว่าคือการ Reflect และ Retro กับตัวเองอยู่เนือยๆ ครับ

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Chris’s story.