กาลครั้งหนึ่ง ณ กองร้อยสลึง

ภาคจบ …

จริงๆ ผมเขียนจบไปตั้งแต่เมื่อวานก่อนแล้วแหละ แต่ที่มันยังมีต่ออีกตอนเพราะว่า ระหว่างที่เขียนตอนอื่นๆ ไปแล้วเพิ่งมาเห็นว่ารูปมันมีเยอะมาก แล้วก็จำได้ว่าเป็นรูปตอนที่ผมเขียนผ่านไปแล้ว ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนๆ ถ่ายรูปเก็บเอาไว้เยอะมาก มากกว่าที่เอามาลงในกลุ่มไลน์ของ กสร เองซะอีก แล้วก็หัวข้อนี้จะมาสรุปถึงข้อดีที่มีแต่เรื่องดีๆ แล้วกันครับ เพราะมันเป็นเรื่องที่ดีจนหลายๆ คนคงไม่นึกว่าในค่ายมันมีอะไรแบบนี้กันด้วยหรือออ แน่นอน

ภาพออกแนวเอียงๆ ไปนิดนะ
ผบ. หมู่ 1 จ่ะ เหลือร้ายจริงๆ

สิ่งที่ชอบที่สุดในนี้

ยกให้เรื่องอาหารการกินเลยดีกว่า เคยคิดมั้ยว่าอาหารในกรมเนี่ยมันจะเท่าไหร่กัน สมัยยังเป็น นศท. อยู่ก็คิดเหมือนกัน อาหารจะกินได้มั้ย จะไปรอดหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านั้นตอน ม.3 เคยไปเข้าค่ายลูกเสือที่นึง เป็นค่ายยานเกราะผมจำไม่ได้แล้วว่าที่ไหนซึ่งอาหารแต่ละมื้อในนั้น จะบอกว่าไม่ได้เรื่องเลยก็ได้นะ แย่มากๆ ไม่ได้มีความอร่อยเลย เหล่าครูฝึกตอนนั้นก็เข้าใจอะนะ 555 พอเริ่มมาเข้าภาคสนามของ นศท. ก็เลยแอบคิดเหมือนกันว่ามันจะอร่อยมั้ย จะพอไปได้หรือเปล่า แต่ผิดคาดนะ อร่อยกว่าที่คิดแหะ ครูที่ดูแลเรื่องอาหารก็มีเดินๆ ออกมาดูบ้าง เราก็ได้เห็นกันบ้างแหละ ( แอบได้ยินแว่วๆ อีกอะว่าอร่อยที่สุดในกองทัพละ หูแว่วหรือได้ยินมาจริงๆก็ไม่รู้นานละ ) พอถูกหมายเรียกพลกลับมาฝึกอีกก็ได้มาที่โรงเลี้ยงของที่นี่ก็ปรากฏว่าเห้ยย ผมจำครูได้ ครูคนที่ทำอาหารตอนภาคสนามนี่หน่าาาา ( ความคิดที่จะลด นน. หายไปกับน่าครูเลย ) แต่ด้วยผลัดที่แล้วเราฝึกค่อนข้างหนักและเอาจริง ก็เลยไม่ได้กินเยอะมากเท่าผลัดนี้

นอกจากอาหารมื้อหลักๆ แล้วยังมีอาหารว่างอีกมากมาย ทั้งจากครูหมอ และ ภราดร แล้วยังมีลูกชิ้น ไก่ทอด น้ำอัดลมหรือ อื่นๆ อีกเยอะแยะเลย แถมไม่ได้มาแค่เวลาเดียวซะด้วย คันโน้นขายเสร็จกำลังจะออก คนนี้เพิ่งเข้ามา อะไรประมาณนี้ เยอะจริงๆ เรียกได้ว่าเอาเงินมา 400 นี่ไม่เหลือกลับบ้านกันสักบาทเลย

มิตรภาพที่เหมือนผ่านไปแค่เมื่อวาน

จริงๆ แล้วชุดนี้เราถูกเรียกกลับมาเหมือนเดิมทุกคน ก็ชุดเดิมทั้งชุดแหละครับ แต่ด้วยวีรกรรมที่ก่อกันเอาไว้เมื่อผลัดที่แล้วมันชวนให้คิดถึงอะนะ เจอกันยังไงก็ต้องโม้กันสักกะหน่อย

เป็นธรรมดาเมื่อเพื่อนเก่ามาเจอกันมันก็ต้องมีเรื่องเล่ากันเยอะแยะเลยว่าตลอด 6-7 เดือนมานี่เราไปทำอะไรกันมาบ้าง บางคนเงินเดือนเพิ่ม บางคนมันดูผอมลงจากรอบที่แล้ว หรือบางคนไม่โสด แฮร่

เหล่าสมาชิกหมู่ที่ 2

กลับมารอบนี้กิจกรรมต่างๆ ที่ถูกวางแผนเอาไว้เลยดูเป็นเหมือนเพียงภารกิจมากกว่าการเข้ารับการฝึก เพราะสิ่งที่ต้องทำนั้น เราได้ทำกันไปหมดแล้วในผลัดที่แล้วจะมีเพิ่มเข้ามาในผลัดนี้ก็แค่การตรวจปืนในภารกิจตรวจสภาพพร้อมรบนั่นเองครับ แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเราเลยแม้แต่น้อย เพราะใช้เวลาเพียงไม่นานในการฝึกซ้อมเอง

กิจกรรมตอนกลางคืนลดลง เวลาพักจึงมากขึ้น

เป็นเรื่องนึงที่ครูฝึกของผลัดนี้ท่านเห็นถึงความสำคัญของการพักผ่อนด้วยมั้งครับ หลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสร็จทุกๆ ทีจะรวมเวลา 19.00 น. เพื่อชี้แจ้งขอปฏิบัติอะไรต่างๆ รวมถึงพูดคุยกันเล็กๆ น้อยๆ ด้วย แต่รอบนี้ครูใช้เวลาเพียงไม่นานเท่าไหร่เพื่อชี้แจงรายละเอียดภารกิจในวันถัดๆ ไป ว่าต้องปฏิบัติอะไรบ้างแล้วจึงปล่อยไปพักผ่อนต่อ ซึ่ง … ลูกชิ้นเอย เฟรนไฟร์เอย น้ำอัดลมเอยยย … ( ก็ถึงได้บอกจะลดน้ำหนักกันหรอ ยากกกก ) หลายๆ คนที่ไม่ได้จะกินอะไรตอนกลางคืนส่วนใหญ่จะขึ้นไปนอนเล่น หรือจัดเตรียมที่นอนตัวเองให้เสร็จ บางคนก็ขัดรองเท้า หรือลงไปนั่งเล่นบ้าง จริงๆ ก็นับเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายได้ในระดับนึงเชียวแหละ

ที่นี่วิวสวยซะเหลือเกิน

บางมุมมันสวยจริงๆ นะ อย่างในภาพที่ผมถ่ายออกมาจริงๆ อยากเอากล้องมาด้วยเลย แต่คงไม่สะดวกแน่ๆ แหละ เพราะมันก็ ตัวใหญ่อะนะไม่สะดวกเอาซะเลยถ้าจะเอาออกมาถ่าย ยิ่งตอนเย็นๆ นะช่วง 5 โมงเย็นที่ว่าแสงสวยๆ นี่สวยมากกกกกกกกกกกกกก ถ่ายด้วยไอโฟนไม่ถนัดเอาซะเลย 55555

นี่ก็รูปสวยๆ ที่แต่งออกมาแล้ว มันก็สวยอะนะ สวยแปลกๆ เห้ออออ อยากได้กล้อง Compact ตัวเล็กๆ ซะเหลือเกิน มันเล็กน่าเอาไปออกสนามมาก ฮ่าาา

แต่ในความวิวสวยที่ต้องแลกกับแดดที่แรงเอามากๆ ถึงจะได้ภาพที่ท้องฟ้าสวยๆ นี่ก็ไม่ไหวนะ 555

ซึ่งงงง กว่าจะได้ออกมานั้นตรงนั้นแดดแรงชิบบบบบ ( ไปๆ มาๆ จะเข้าเรื่องเทคนิกการถ่ายภาพละ 55 )
เห็นแค่ท้องฟ้าคงไม่ต้องบอกเนอะว่ามันขนาดไหน แดดแรงสมเป็นค่ายทหารจริงๆ แหละ เป็นทหารต้องไม่กลัวแดด แต่จะใช้กับ กสร. ได้มั้ยล่ะ 5555

เรื่องเฮฮาประจำผลัด

สำหรับเรื่องเฮฮาผมยกให้ครูหนาเลย คือครูหนาเป็นครูอีกท่านนึงที่มาอยู่เวรด้วย ช่วงออกกำลังกายตอนเช้าจะพาพวกเราวิ่งรอบกองร้อย ( ประมาณ 2 กิโลเมตรได้ ) แล้วจะมีเพลงมาให้ได้ร้องตอนวิ่งตลอด #สำหรับคนที่ไม่รู้หรือไม่เคยได้ยิน เพลงของทหารที่ร้องกันตอนออกกำลังกายจะเป็นเพลงที่ร้องเพื่อนับจังหวะเท้าเพราะเวลา วิ่ง หรือ เดิน ทหารจะเดินพร้อมกัน ที่ได้ยินส่วนใหญ่จะเป็นการนับก้าว มากกว่าเพลงทั่วๆ ไป หรือใครอาจจะเคยได้ยินมาบ้างนั้น คงคุ้นชินเรื่องจังหวะเพลงกันดีครับ )

ตัวอย่างเพลงสักเพลงนึงละกัน เพลงนี้ได้ยินครั้งแรกแค่ท่อนนึง หลายๆ คนคง งงๆ อะมันฮาตรงไหน ลองไปวิ่งแล้วร้องดูดิ 555 ซึ่งจริงๆ เพลงแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีความหมายมากก็ได้ขอแค่ร้องแล้วจับจังหวะก้าวได้ แล้วก็คนร้องไม่งงเองก็พอ ซึ่งในกลุ่มผู้ชายชาติทหารอย่างพวกเรา ตอนนั้นมันฮามากเลยนะ 55

ยังมีการนับก้าวในแบบต่างๆ ด้วยนะ นับในภาษาจีนงี้ ภาษาอังกฤษงี้ เอาจริงๆ แค่ภาษาไทย หนึ่ง สอง สาม สี่ มันก็แทบไม่พร้อมละ 5555

ครูระเบียบที่ต้องยกนิ้วให้เลย

ถ้าผลัดที่แล้วครูระเบียบจะเยอะนะ แต่ผลัดนี้นี่ยังไงก็ครูเอกอะ พาเราไปทุกที่ของการฝึกจริงๆ แล้วจะดูแลเรื่องระเบียบจริงๆ จะสังเกตง่ายๆ เวลาครูเอกคุมแถว การเดินจะโอเคกว่าปกติมากกกกก เพราะเมื่อคนแต่ละคนในแถวมีส่วนสูงที่ไม่เท่ากันการก้าวเดินก็จะต่างกันไปตามระเบียบนะฮะ แต่เหมือนพอครูเอก เดินคุมแถวไปด้วย เรียบร้อยได้เองเช้ยยยยยยย ??

แต่ในความเป็นระเบียบหลายๆ ทีก็มีฮานะจริงมั้ย ถาม กสร. เราดู

แต่สำหรับครูหลายๆ ท่านที่เข้ามาดูแลพวกเรานี้ที่ไม่ได้พูดถึงนั้น ไม่ใช่ท่านไม่ดีนะ แต่ผมเลือกเอามาเล่าให้ฟังเท่าที่ผมประทับใจจริงๆ ครับและยังมีครูอีกเยอะเลยที่มาดูแลพวกเรา ทั้งครูที่เข้ามานำตรวจอาวุธ ครูที่มาดูแลในแนวยิง หรือครูหมอ ครูหมอนี่ไม่พูดถึงไม่ได้ท่านจะมีมือขวาคือ ภราดร จริงๆ ก็เป็นเพื่อนพวกเราแหละ แต่ใส่เหล็กดามขาอยู่ครูเลยดึงออกมา เหมือนจะสบายนะ หลายๆ คนคงคิดงั้น แต่ความจริงแม่งเหนื่อยกว่าพวกเราอีก 5555 น้ำหมดก็ต้องรีบเปลี่ยน แล้วยิ่งตอนออกสนามนี่ ไม่ได้เลย มันวิ่งยกคูเลอร์น้ำตามไปที่รถครูหมอ ?! คือเห็นแล้วอึ้งง นี่งานคนขาเป๋ใช่มั้ยยย 55555 หลักๆ เขาจะดูแลเรื่องของว่าของเพื่อนๆ มากกว่า แต่ในส่วนอื่นๆ อย่างยืนเวรก็ตามปกติครับ ช่วยเพื่อนเหมือนกัน เมื่อจบภารกิจอันสุดโหดของเขาในผลัดนี้ก็ย่อมได้รางวัลตอบแทบครับ ดูมันยืดสิ ภูมิใจ๊ ภูมิใจ

ถ้าให้เล่าทั้งหมด ก็ไม่จบที่บล็อคนี้หรอกครับ ความรู้สึกดีๆ มีเยอะมากๆ เมื่อวันเวลาผ่านไปสิ่งต่างๆ ที่ได้ทำร่วมกันมันเลยกลายเป็นเพียงความทรงจำ การได้อยู่ด้วยกันในเวลาสั้นๆ บางทีก็ไม่พอเนอะ ผลัดนี้พิธีปิดเกิดขึ้นไวมากกก ไวเกินไปจริงๆ ถามว่าดีใจมั้ย ก็ดีใจที่จะได้กลับบ้านนะ แต่อีกใจก็ใจหาย แยกย้ายกันไปทำงาน กลับไปใช้ชีวิต บางอย่างที่เรามาที่นี่ทำให้ผมเข้าใจพลทหารอย่างนึงนะบางคนก็เข้ามาแบบที่เขาก็ไม่ได้อยากจะมา แต่เมื่อครบกำหนดในการประจำการ 2 ปีของเขา ต้องแยกย้ายกันไปกลับภูมิลำเนาของตัวเองซึ่งงง ของเขาอยู่ด้วยกันมา 2 ปีนะ ของเรา 9 วันยังคิดถึงจะแย่ แล้ว 2 ปี จะขนาดไหนล่ะนั่น เอาเป็นว่ายังไงเราก็ยังนัดพบปะสังสรรค์กันได้ เพราะเป็นเพื่อนจังหวัดเดียวกันซะส่วนใหญ่

จบแล้วเนอะ จบเหอะ ยาวเกิ้น นี่ก็เขียนมาหลายตอนละ เอาเป็นว่าขอบอกต่อๆ สั้นๆ

“ถ้าได้รับหมายเรียกพลมาเถอะครับ มันมีอะไรดีกว่าที่คุณคิด”

สำหรับผลัดนี้ ลาไปก่อนน สวัสดี บ๊ายบาย

Show your support

Clapping shows how much you appreciated i.poppoNow();’s story.