แกะกล่องรีวิว Brother DCP-T500W : ปริ้นเตอร์แท็งก์แท้ไร้สายที่ถูกที่สุด
เนื่องจากว่าปริ้นเตอร์แท็งก์ปลอมตัวเก่าของผมไม่พังสักที และงานพิมพ์ออกมาเละมาก หัวพิมพ์เลื่อน หมึกเปื้อนกระดาษ เนื่องจากช่วงนี้มีนโยบายลดภาษี 15,000 บาทของรัฐบาล ผมเลยหาเรื่องเปลี่ยนใหม่
ปริ้นเตอร์เครื่องใหม่ต้องเป็นแท็งก์แท้ เพราะหมึกปริ้นเตอร์ราคาแพงกว่าน้ำมันอีก อะไรประหยัดได้ก็ควรประหยัด แม้ว่าราคาเครื่องจะสูงกว่าปกติ ระยะยาวยังไงก็คุ้ม และต้องเป็นระบบไร้สาย Wi-Fi เพราะมีคอมฯหลายเครื่อง ขี้เกียจสลับสายไปมา
การใช้งานของผมคือพิมพ์ชีทเรียน พิมพ์รายงานค่อนข้างบ่อยพอสมควร ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนเป็นบางครั้ง สแกนเอกสารแทบไม่ได้ใช้เลย ปีนึงใช้อยู่ครั้งเดียว เรื่องความเร็วในการพิมพ์ไม่ซีเรียส เพราะส่วนมากไม่เกิน 20 แผ่นต่อครั้ง
ดังนั้น ผมเลยหาปริ้นเตอร์แท็งก์แท้ไร้สายที่ราคาถูกที่สุดของแต่ละยี่ห้อ ได้แก่ Epson L365, Brother DCP-T500W, และ Canon PIXMA G3000 ผมหาข้อมูลรีวิวของแต่ละเครื่อง แต่เจอรีวิวน้อยมาก โดยเฉพาะ Canon เพราะพึ่งวางขาย ดังนั้นผมเลยเลือกจากสเปคและราคาเป็นหลัก
หลังจากพิจารณาอย่างดีแล้ว ถึงแม้ว่าผมจะชอบ Epson เพราะทนโคตรๆ แต่ผมก็ตัดสินใจเลือก Brother DCP-T500W เพราะราคาถูกที่สุด ผมสั่งผ่าน Lazada ใส่คูปองลดได้อีก เหลือราคา 4xxx บาท ส่งฟรีอีกต่างหาก แลกกับความเสี่ยงที่จะเจอแจ็คพ็อตเหมือนกระทู้ในพันทิปก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะในห้างฯไม่ลดราคาเลย แถมยังต้องแบกขึ้นรถด้วย
หน้ากล่อง

หน้ากล่องแปะชื่อรุ่นไว้ และโฆษณาว่าหมึกดำหนึ่งขวดพิมพ์ได้ 6000 แผ่น ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะถึงหรอก พวกนี้เงื่อนไขเยอะ ไม่เชื่อลองดูในรูปก็ได้ มีดอกจัน* อยู่
ในกล่อง

ในกล่องมีตัวปริ้นเตอร์ คู่มือภาษาไทยและอังกฤษ แผ่นไดรเวอร์ สาย USB และมีหมึกแถมให้ด้วย หมึกสี 3 ขวด หมึกดำ 2 ขวด โดยหมึกดำขวดใหญ่กว่าครับ
ติดตั้งและใช้งาน

หลังจากที่เติมหมึกเสร็จ ปริ้นเตอร์จะใช้เวลาทำความสะอาดและปรับหัวพิมพ์ครั้งแรกประมาณ 7 นาที ผมไม่รู้ว่าแท็งก์แท้ยี่ห้ออื่นนานแบบนี้มั้ย แต่ผมคิดว่าโคตรนานเลย เสียเวลาสุดๆ
ต่อจากนั้น ปริ้นเตอร์ถามว่าจะเซ็ตระบบไร้สายเลยมั้ย ถ้าเซ็ตเลย ก็สามารถทำที่หน้าจอปริ้นเตอร์ได้เลยโดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ แต่ Wi-Fi ในบ้านผมมีรหัสผ่าน ก็ต้องใช้หน้าจอเล็กๆ กับปุ่มลูกศรขึ้นลงในการเลือกตัวอักษร ลำบากอยู่เหมือนกัน เซ็ตในคอมฯน่าจะง่ายกว่า
ทดลองพิมพ์
หลังจากที่ระบบลงตัวแล้ว ผมก็ลงไดรเวอร์ในคอมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ตอนติดตั้งแนะนำให้เลือกแบบ Driver Only ไม่ต้องเอาโปรแกรมเสริมมาให้รกเครื่อง โดยเฉพาะ Brother Help น่ารำคาญมากที่สุด เพราะจะโชว์ปุ่มที่มุมขวาล่างของหน้าจอตลอดเวลา ไม่จำเป็นเลยสักนิด
เมื่อติดตั้งเสร็จ ผมก็สั่งพิมพ์โดยไม่ปรับค่าใดๆ ทั้งสิ้น ได้ผลตามรูปด้านล่างนี้ (เสียงตอนสั่งพิมพ์เงียบดี ผมไม่รู้ว่ายี่ห้ออื่นเป็นแบบนี้หรือเปล่า)

มองในคอมฯอาจจะไม่เห็น แต่สิ่งที่ผมคิดแวบแรกคือ “สีไม่สดเลย” ถือว่ารับได้เมื่อเทียบกับราคาน้ำหมึก ผมเลยสั่งพิมพ์แบบ Best ดีที่สุด พบว่าสีสดขึ้นมาก เทียบเท่ากับสั่งพิมพ์แบบธรรมดาของปริ้นเตอร์ Inkjet ทั่วไป แต่ใช้เวลาพิมพ์โคตรนาน ประมาณนาทีละแผ่นได้ (ผมไม่ได้จับเวลาที่แน่นอน แต่นานกว่าปกติพอสมควร)
สรุป
ผมเคยใช้แท็งก์ปลอม ตอนแรกๆ ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอใช้ไปประมาณ 6 เดือน มีปัญหาเพียบ หัวพิมพ์เลื่อน หมึกเลอะกระดาษ เป็นอย่างที่โฆษณาปริ้นเตอร์ของ HP บอกไว้เลย คือ “แท็งก์ปลอมมีต้นทุนแฝง”
เครื่องนี้เป็นแท็งก์แท้เครื่องแรกของผม ผมเลยไม่รู้จะเปรียบเทียบกับอะไร แต่เท่าที่ใช้งานนับได้ว่าดีเลยทีเดียว ผมชอบที่ทำถาดป้อนกระดาษไว้ใต้เครื่อง ซึ่งดีกว่าวางไว้ด้านหลังตัวเครื่องแบบเสียบแนวตั้งเพราะกระดาษไม่ยับ รวมทั้งเสียงรบกวนเวลาพิมพ์ถือว่าเงียบเลยทีเดียว
แต่คุณภาพงานพิมพ์ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน สีซีดกว่าปกติ แต่ก็รับได้ เพราะเข้าใจได้ว่าคุณภาพน้ำหมึกแตกต่างจากตลับทั่วไป ซึ่งในจุดนี้สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการเลือกคุณภาพการพิมพ์แบบ Best แต่ก็แลกกับเวลาที่ใช้ในการพิมพ์
อัพเดต : เท่าที่ใช้มา ข้อเสียใหญ่ๆ คือดึงกระดาษห่วย บางทีดึงไม่ขึ้น หรือไม่ก็ดึงกระดาษสองแผ่นพร้อมกัน และเกิดได้บ่อยยิ่งขึ้นถ้าพิมพ์กระดาษโฟโต้ 4*6 นิ้ว วิธีแก้คือต้องใส่กระดาษหลายๆ แผ่น