กฎหมายแรงงานที่ควรรู้สำหรับ SMEs และ Startup

Parin Kienthong
Nov 2 · 2 min read

กฎหมายแรงงานสำหรับสตาร์ทอัพ

เมื่อธุรกิจหรือสตาร์ทอัพของท่านผ่านเลยจุดของการเป็นไอเดียและเริ่มก้าวเข้าสู่การเป็นธุรกิจ ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับการจ้างผู้อื่นเข้ามาทำงานให้กับตนในตำแหน่งต่าง ๆ และย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมาเกี่ยวข้อกับกฎหมายแรงงานเสมอครับ

กฎหมายแรงงานที่จะต้องเกี่ยวข้องบ่อย ๆ ก็ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ครับ ซึ่ง กฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อคุ้มครองแรงงาน (ชื่อมันบอกอยู่แล้วน่ะ) และได้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและสำคัญ ๆ มีอยู่ 5 เรื่องที่ธุรกิจหรือสตาร์ทอัพควรรู้ได้แก่

1. อย่างไรถึงเรียกว่า “การจ้างแรงงาน”

2. สัญญาจ้างแรงงานและการทดลองจ้างงาน

3. การเลิกจ้าง

4. ค่าชดเชย

อย่างไรถึงเรียกว่า “การจ้างแรงงาน”

ตามกฎหมายแล้ว การจะเป็นการจ้างแรงงานมี 2 องค์ประกอบคือ การซื้อเวลาเพื่อมาทำงานให้สำเร็จ (จ้างแรงงาน) และการซื้อผลสำเร็จของงาน (จ้างทำของ) ตามแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้วมีจุดสังเกตการณ์การจ้างแรงงานอยู่ 2 อย่างคือ

1. มีกำหนดเวลาการจ่ายค่าจ้างเป็นคราว ๆ โดยเมื่อถึงเวลาก็ต้องจ่ายค่าจ้างโดยไม่คำนึงถึงผลสำเร็จของงาน

2. มีการใช้อำนาจบังคับบัญชาต่อผู้ที่โดนจ้าง เช่น กำหนดเวลาทำงาน มีการกำหนดหลักเกณฑ์การขาด ลา มา สาย

เมื่อความสัมพันธ์ใด ๆ ครบองค์ประกอบทั้งสองอย่างแล้ว ก็เรียกได้ว่า เป็นการจ้างแรงงานแล้วครับ ซึ่งผู้ที่ว่าจ้างจะเรียกว่า “นายจ้าง” และผู้ที่ถูกจ้างจะเรียกว่า “ลูกจ้าง” ซึ่งกฎหมายกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่ายเอาไว้ เช่น นายจ้างมีหน้าที่ในการจ่ายค่าจ้างเมื่อถึงกำหนด มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยกรณีการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ลูกจ้างมีหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ของนายจ้าง ฯลฯ ครับ

ข้อพิจารณาเรื่องการจ้างแรงงาน

สัญญาจ้างแรงงานและการทดลองการจ้างงาน

เมื่อได้สัมภาษณ์คนที่เข้ามาสมัครงานแล้วเห็นว่า ถูกตาต้องใจ และคิดว่าเหมาะสมที่จะมาทำงานให้กับเรา ก็จะเป็นขั้นตอนการจ้างงาน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการเซ็นต์สัญญาจ้างแรงงาน แต่ทั้งนี้ กฎหมายไม่ได้กำหนดเอาไว้นะครับว่า จะต้องมีการเซ็นต์สัญญากันถึงจะฟ้องร้องบังคับกันได้ หากครบข้อสังเกตทั้ง 2 อย่างข้างต้น ก็สามารถเป็นการจ้างแรงงานได้แล้วครับ

เมื่อเซ็นต์สัญญาเรียบร้อยต้อมาก็จะเป็นช่วงเวลาที่เรียกว่า “การทดลองงาน” ซึ่งในช่วงการทดลองงานนี้แหละที่นายจ้างและลูกจ้างจะได้เรียนรู้นิสัยใจคอ เรียนรู้นิสัยการทำงาน ประสิทธิภาพการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งการทดลองงานนั้น โดยมากจะกำหนดกันประมาณ ไม่เกิน 4 เดือน ในเรื่องนี้กฎหมายไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับการทดลองงานเอาไว้ตรง ๆ แต่เขียนเอาไว้ในเรื่องของลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยกรณีการเลิกจ้างโดยมิชอบโดยกำหนดจำนวนเงินชดเชยเอาไว้ตามระยะเวลาที่ลูกจ้างได้ทำงานมาแล้วเป็นระยะ ๆ ไป โดยระยะแรกได้แก่ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ “120 วัน” ดังนี้ระยะเวลาของการทดลองงานที่ปลอดภัยคือ ไม่เกิน 119 วันนะครับ หากครบ 120 วันเมื่อไหร่ก็เสี่ยงที่จะต้องจ่ายเงินค่าชดเชยการเลิกจ้างให้กับลูกจ้างได้ครับ

จะเห็นได้ว่าเรื่องของระยะเวลาและการปฎิบัติเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะครับ หากเกินกำหนดไปแม้แต่วันเดียวก็อาจทำให้บริษัทต้องเสียหายได้ ฉะนั้น การประเมินผลการทำงานของลูกจ้างในระหว่างการทดลองงานควรทำเป็นระยะ ๆ และมีการแจ้งเตือนกำหนดการทดลองงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อท่านจะได้ดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีครับ

การเลิกจ้าง

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างดำเนินมาและมีเหตุที่จะต้องจบลง หากเป็นจากฝั่งลูกจ้างก็จะเป็นการลาออกหรือถ้าเป็นจากฝั่งนายจ้างก็เป็นการเลิกจ้าง หรือที่เรียกว่าการไล่ออกนั่นเองครับ การเลิกจ้างหรือการไล่ออกตามกฎหมายมี 2 แบบคือ การเลิกจ้างแบบมีเหตุอันควรและการเลิกจ้างแบบไม่มีเหตุอันควร โดยที่การเลิกจ้างแบบไม่มีเหตุอันควรนั้นจะเป็นผลทำให้นายจ้างต้องรับผิดในส่วนของค่าชดเชยให้กับลูกจ้างด้วยครับ เหตุในการเลิกจ้างหรือไล่ออกโดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างมีอยู่ 6 อย่างได้แก่

1. ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดทางอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

2. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

3. ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

4. ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน

5. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร

6. ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

ซึ่งการที่จะใช้เหตุ 6 อย่างด้านบนเพื่อเลิกจ้างหรือไล่ลูกจ้างคนไหนออก กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องระบุเหตุของการเลิกจ้างเอาไว้ในหนังสือเลิกจ้างด้วยนะครับ มิฉะนั้นจะยกเป็นข้ออ้างตอนหลังไม่ได้ อาจจะทำให้เสียเปรียบและต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้างได้เลยนะครับ

ค่าชดเชยการเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันควร

หากการเลิกจ้างใด ไม่เข้าเหตุใดเหตุหนึ่งในเหตุการณ์เลิกจ้าง 6 อย่างด้านบนแล้ว กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น 6 อัตราคือ

1. ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 30 วัน

2. ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 90 วัน

3. ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 180 วัน

4. ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 240 วัน

5. ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 300 วัน

6. ครบ 20 ปี ขึ้นไป ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 400 วัน

ค่าชดเชยเลิกจ้างไม่ชอบ

แล้วถ้าอยากเลิกจ้างต้องทำไงบ้าง?

พื้นฐานเลยต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้าครับ “การบอกกล่าวล่วงหน้า” ในที่นี้กฎหมายกำหนดให้บอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อให้เป็นผลเลิกจ้างเมื่อถึงคราวจ่ายค่าจ้างครั้งถัดไป เช่น เงินเดือนออกทุกวันที่ 30 นายจ้างต้องบอกเลิกจ้างในวันที่ 30 เดือนนี้ เพื่อให้เป็นผลเลิกเลิกในวันที่ 30 เดือนถัดไป ซึ่งในระหว่างนี้ลูกจ้างก็ยังต้องมาทำงานและปฎิบัติตามกฎของนายจ้างปกตินะครับ

แต่ถ้าไม่อยากให้ลูกจ้างคนนี้เข้ามาทำงานแล้วไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ก็สามารถทำได้ด้วยการบอกเลิกจ้างในวันที่จ่ายเงินเดือนพร้อมทั้งจ่าย “ค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า” ให้กับลูกจ้างซึ่งจะมีจำนวนเท่ากับค่าจ้าง 1 งวด และลูกจ้างก็ไม่ต้องมาทำงานอีกต่อไป

ส่วนถัดมาคือการพิจารณาเรื่องเหตุของการเลิกจ้าง พื้นฐานเลยคือ หากลูกจ้างไม่ได้ทำผิดอะไรใน 6 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันควรด้วยนะครับ โดยกฎหมายกำหนดให้ต้องจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันควรภายใน 3 วัน ไม่งั้นมีดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปี นะจ๊ะ

เห็นมั้ยครับ เรื่องแรงงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยนะครับ มีรายละเอียดมากอยู่เหมือนกัน ถ้าหากพลาดพลั้งไป มีแต่เสียเงินนะครับ ทางนึงที่พอจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงตรงนี้ได้คือการวางแผนเรื่องแรงงาน และการเตรียมระบบเรื่องแรงงานที่มีประสิทธิภาพ ทั้งข้อบังคับ การประเมินผลงาน การแจ้งเตือนกรณีลูกจ้างทำผิดข้อบังคับหรือกฎของบริษัท การบอกกล่าวล่วงหน้าตอนเลิกจ้าง การคำนวณค่าชดเชย ฯ จะทำให้ท่าน ๆ ฟาวเด้อ ทั้งหลายนอนตาหลับกันมากขึ้นนะครับ ในคราวหน้าจะมาพูดคุยให้ฟังกันต่อเรื่องการวางระบบเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานในบริษัทให้ท่านได้ทราบกันนะครับ และหากมีข้อสงสัยประการใด ส่งข้อความมาได้ทางเพจ CorpJurist ได้เลยนะครับ ยินดีตอบทุกคำถามครับ

CorpJurist

software solution for legal matters of Corporate & Startup

    Parin Kienthong

    Written by

    CorpJurist

    software solution for legal matters of Corporate & Startup

    Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
    Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
    Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade