สรุปหนังสือ: ทำงานอย่างไร ไม่ให้สูญเสียความเป็นตัวเอง

Teerasak Thaluang
Nov 4 · 2 min read

โคจิ ทาคากิ | แปลโดย ณิชยา รักเกียติงาม
Published 2016 by สำนักพิมพ์ Shortcut (First published 2013)
209 pages
My rated (5/5) ★★★★★

หนังสือเล่มนี้ให้หลักคิดในการทำงานที่อ่านแล้วรู้สึกชอบมาก ๆ ครับ หากคุณกำลังรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ไม่เหมาะกับตัวเอง ต้องทำงานตามคำสั่ง และกลัวว่าจะสูญเสียความเป็นตัวเองไป อยากให้ลองอ่านเล่มนี้ก่อนครับ เพราะงานที่คุณรู้สึกว่าไม่ใช่ อาจเป็นส่วนหนึ่งบนเส้นทางการเติบโตของคุณ และด้วยคำแนะนำของหนังสือเล่มนี้ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานที่คุณชอบหรือไม่ คุณก็สามารถทำมันในแบบที่เป็นตัวคุณเองได้ครับ

อะไรที่เรียกว่า “ความเป็นตัวเอง”

คุณทาคากิเริ่มต้นเรื่องได้อย่างน่าสนใจ ด้วยคำถามที่ว่า หากเราอยากทำงานที่ได้เป็นตัวเอง ไม่อยากฝืนทำงานจนต้องสูญเสียความเป็นตัวเองไป แล้วอะไรที่เราเรียกว่า “ความเป็นตัวเอง”

หลายคนอาจตอบว่า ก็คืองานที่เราชอบ งานที่เราทำแล้วรู้สึกมั่นใจ หรืองานที่ตรงกับจุดแข็งของเรา แต่สำหรับคุณทาคากิแล้ว “ความเป็นตัวเอง” และ “ความชอบ” นั้นไม่เหมือนกันครับ ความเป็นตัวเองในแบบที่สามารถใช้งานได้นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่่เราชอบ หรือสิ่งที่เราคิดว่าถนัดเสมอไป เพราะบางครั้ง ความเป็นตัวเองที่สามารถใช้งานได้ ก็เป็นสิ่งที่คนอื่นรู้ดีกว่าตัวเราเองเสียอีกครับ


เราเข้าใจตัวเราเองดีแค่ไหน

การที่เราจะรู้ว่างานไหนเหมาะกับเรา หรือเป็นงานที่เราสามารถแสดงความเป็นตัวเองได้ดีที่สุดนั้น สิ่งแรกเราต้องเข้าใจตัวเองเสียก่อน การใช้เครื่องมือหรือแบบทดสอบในการวิเคราะห์ตัวเองอาจเป็นตัวช่วยที่ดี แต่ก็ยังไม่อาจทำให้เรามองเห็นตัวตนของเราอย่างแท้จริงได้

จากการศึกษาของ โจเซฟ ลุฟต์ และแฮรี่ อิงแฮม นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก ได้เสนอทฤษฎีหนึ่งที่เรียกว่า “หน้าต่างโจฮารี (Johari Window)” ซึ่งแสดงให้เห็นมุมมองเกี่ยวกับตัวตนของเราเอง ที่มาจากทั้งตัวเราเองและจากมุมมองของผู้อื่นรอบข้าง แบ่งออกเป็นสี่ด้าน หรือสี่หน้าต่างด้วยกัน

เราสามารถรู้จักตัวเองผ่านหน้าต่างอยู่ 2 บาน คือ หน้าต่างเปิดเผยหรือสิ่งที่เราพยายามแสดงออกให้คนอื่นเห็น และหน้าต่างซ้อนเร้นหรือด้านที่เราตั้งใจไม่ยอมเปิดเผยให้คนอื่นรู้ ในขณะที่อีก 2 บาน เป็นตัวตนที่เราเองไม่รู้จัก หน้าต่างจุดบอดเป็นสิ่งที่คนอื่นมองเห็นแต่เรากลับไม่รู้ตัว และหน้าต่างลึกลับซึ่งอาจเป็นตัวตนที่หลับไหลอยู่ภายใน ที่ทั้งเราเองและคนรอบข้างเองก็ยังไม่รู้จัก

ความน่าสนใจของทฤษฎีนี้อยู่ที่ “หน้าต่างจุดบอด” ครับ ตัวตนของเราที่คนอื่นรู้แต่เรากลับไม่รู้ตัว หน้าต่างบานนี้จึงเป็นบานเดียวที่สามารถทำให้เรารู้จักตัวเองได้มากขึ้นกว่าที่เราเคยรู้จัก ผ่านสายตาของคนรอบข้าง จงตั้งใจฟังคนรอบข้างให้มากขึ้น แล้วคุณจะรู้จักตัวคุณเองมากขึ้นเช่นกัน


หลักคิดในการทำงานของพนักงานจบใหม่ (บุคลากรศักยภาพ: วัย 22–25 ปี)

ต้องยอมรับว่าในช่วงที่เราเริ่มทำงานใหม่ ๆ งานที่เราได้รับมอบหมายมักเป็นงานที่ใคร ๆ ก็ทำได้ งานที่ต้องทำตามคำสั่งของหัวหน้าหรือรุ่นพี่ งานน่าเบื่อที่อาจทำให้คุณรู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเองได้ง่ายที่สุด หากอยากรับงานที่ไม่ใช่ว่าใคร ๆ ก็ทำได้ คุณก็ต้องแสดงตัวตนที่แตกต่างของคุณออกมาครับ สำหรับบุคลากรศักยภาพ วัยนี้เป็นช่วงแห่งการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เปลี่ยนงานที่ดูน่าเบื่อให้เป็นงานที่ท้าทายด้วยหลักคิดในการทำงาน 3 ข้อ ดังนี้

“สร้างสรรค์สิ่งใหม่” + “พัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น” + “ทำให้เป็นระบบ

ให้เราคิดอยู่เสมอว่า จะทำงานของเราให้น่าสนใจได้อย่างไร ด้วยคีเวิร์ดสามข้อข้างต้น ไม่ว่างานนั้นจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหน รับรองว่าผลงานของคุณจะออกมาโดดเด่นเข้าตากรรมการอย่างแน่นอนครับ


หลักคิดในการทำงานของบุคลากรประสบการณ์ (วัย 26–29 ปี)

เมื่อทำงานมาได้ระยะหนึ่ง เราอาจได้รับงานที่ต้องทำรวมกับผู้อื่นมากขึ้น สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ไม่ว่ายังไง เราต้องพยายามทำงานให้เสร็จและตระหนักถึงเป้าหมายอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะต้องเจอกับอุปสรรค์เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ การทำงานเป็นทีมเป็นเรื่องที่ท้าทาย และด้วยหลักคิด 3 ข้อนี้ จะทำให้คุณก้าวขึ้นไปสู่ผู้นำ หรือการทำงานระดับ “หัวหน้า” ได้อย่างมั่นใจ

ไปให้ถึงจุดหมาย” + “รู้จักมองหาปัญหา และคิดแผนรับมืออยู่เสมอ” + “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้คิดบวกไว้ก่อน

หลักคิดสามข้อข้างต้น จะทำให้คุณพาทีมไปยังจุดมุ่งหมายปลายทางได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ แต่ในระหว่างทาง อีกสิ่งที่มีความสำคัญก็คือ การสานความสัมพันธ์ที่ดีกับทีมงาน รู้จักไว้ใจและมอบหมายงานให้กับทีมงาน ลองร่วมงานกับคนที่หลากหลาย เพราะการสร้างเครือข่ายบุคคลที่หลากหลายเอาไว้ อาจทำให้คุณพร้อมที่จะรับงานใหญ่ในวันข้างหน้า เมื่อโอกาสมานั้นถึง


หลักคิดในการทำงานของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ (วัย 29 ปีขึ้นไป)

เมื่อเข้าใกล้วัย 30 คุณจะเริ่มมองเห็นแนวทางในการใช้ความเป็นตัวเองในการทำงานมากขึ้น ได้ทำงานที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นผลจาการแสดงศักยภาพในช่วงแรก ๆ การทำงานที่ผ่านมา โดยในช่วงนี้ สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญก็คือ 3 เรื่องนี้ครับ

ทักษะการนำเสนอ” + “การคาดการณ์ล่วงหน้า” + “สอนสิ่งที่รู้แก่คนรอบข้างโดยไม่ปิดบัง

การสื่อสารที่ดีจะทำให้ผู้อื่นรู้จักตัวตนและจุดแข็งของคุณได้ดียิ่งขึ้น การคาดการณ์ถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นล่วงหน้าในอีก 3 ปี จะทำให้เราตื่นตัวอยู่เสมอ และไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง เพื่อให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตตามที่เราคาดการณ์ได้ และการสอนสิ่งที่เรารู้ให้กับคนรอบข้าง เป็นโอกาสในการทบทวนสิ่งที่เราทำมา และสร้างความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ ให้มากขึ้น และการที่เราถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดให้คนอื่นนั้น ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เรามองหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอด้วยเช่นกัน


สุดท้าย บนเส้นทางของการทำงานและการพัฒนาตัวเอง เราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับหน้าต่างจุดบอดของเรา พยายามเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนจากคนรอบข้างให้มากขึ้น ทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี เพื่อที่เราจะได้รู้จักตัวเองได้มากขึ้น รู้ว่าสิ่งที่เราทำได้ดีและเหมาะกับจริง ๆ นั้นคืออะไร ไม่ใช่เพียงเพราะสิ่งที่เราคิดว่าชอบ หรือที่เราคิดว่าถนัดแต่เพียงอย่างเดียว แต่การฟังเสียงสะท้อนก็ต้องเลือกฟังด้วยนะครับ เพราะเสียงบางเสียงเป็นเพียงเสียงบ่นที่ไม่มีประโยชน์ และอาจทำให้เราหมดกำลังใจได้ พยายามใช้เหตุผลในการรับฟัง และใช้หลักคิดต่าง ๆ ข้างต้นเป็นแนวทางในการทำงาน ซึ่งโดยส่วนตัวผมคิดว่าเราสามารถผสมผสานหลักคิดของแต่ละช่วงววัยทำงานเข้าด้วยกันได้ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนงานที่น่าเบื่อให้กลายเป็นงานที่ท้าทาย โดยใส่ความเป็นตัวเองของเราเข้าไปในทุก ๆ งานที่เราได้รับมอบหมายครับ


ขอบคุณที่ติดตามครับ

Daily Grow-up

บันทึกเรื่องราวความรู้ แนวคิดต่าง ๆ ที่ทำให้เราพัฒนา และเติบโตขึ้นในทุก ๆ วัน

Teerasak Thaluang

Written by

Engineer | Father | Reader and Giver for daily grow-up

Daily Grow-up

บันทึกเรื่องราวความรู้ แนวคิดต่าง ๆ ที่ทำให้เราพัฒนา และเติบโตขึ้นในทุก ๆ วัน

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade