รับมือสภาวะสุญญากาศของรายได้ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ

ในบทความที่แล้ว เราคุยกันเรื่องการเป็นเจ้าของธุรกิจกับการตัดสินใจลงทุนใน Asset บทความนี้จึงเป็นภาคต่อในเรื่องการเงินที่เจ้าของธุรกิจมือใหม่ทุกคนต้องรู้ เพราะ “ระยะไม่ทำกำไร” คือไมล์สโตนแรกๆ ที่เจ้าของธุรกิจต้องเจอ

เพราะในระยะแรก ธุรกิจจะมีแต่รายจ่าย จ่ายเพื่อพัฒนาสินค้าหรือบริการ จ่ายเพื่อให้คนมารู้จัก และจ่ายให้คนอยากทดลองใช้ ไปจนถึงจ่ายเพื่อให้ลูกค้าอยากบอกต่อให้คนรอบตัวมาทดลองใช้
ยิ่งมีค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาก ระยะเวลาคืนทุนก็อาจจะถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ และสินค้าหรือบริการ

บางอย่างก็จำเป็นที่จะต้อง “ยอมขาดทุน” ในวันนี้ และอดทนรอจนกว่ามันจะติดตลาดในวันหน้า
ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจสตาร์ทอัประดับโลกที่เป็น Unicorn หรือมีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เช่น Uber หรือ Airbnb จนป่านนี้ก็ยังไม่มีกำไร Amazon ทำ e-commerce มาเป็น 10 ปี ก็เพิ่งจะมีกำไรเมื่อไม่นานมานี้

ถ้าจะเป็นเจ้าของธุรกิจก็ต้องยอมรับให้ได้ว่า หนทางสู่ความร่ำรวยไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะสภาวะสุญญากาศทางรายได้จะต้องเกิดขึ้นกับเจ้าของธุรกิจทุกคน ซึ่งในแต่ละธุรกิจก็จะมีระยะเวลามากหรือน้อยต่างกัน

วิธีการง่ายๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในสภาวะแบบนี้ จะต้องเริ่มจากการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่อเดือน (Burn rate) กับเงินทุนที่มี

เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องมีการวางแผนว่า ธุรกิจจะมีค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นเท่าไร และเงินทุนที่มีอยู่สามารถครอบคลุมได้นานแค่ไหน

เช่น
เงินทุน 300,000 บาท
Burn rate/เดือน 30,000 บาท

หมายความว่า ด้วยเงินทุนจำนวนเท่านี้ และอัตราการใช้จ่ายต่อเดือนเท่านี้ จะทำให้ธุรกิจอยู่ แบบไม่ทำกำไรไปได้ 10 เดือน

ซึ่งมันก็จะนำไปสู่แผนการตลาดอื่นๆ เช่น ต้องคิดต่อไปว่าภายใน 10 เดือนนี้จะสามารถสร้างฐานลูกค้าได้มากพอที่จะทำกำไรในเดือนที่ 11 หรือยัง จะมีวิธีกระตุ้นให้คนมาใช้งานมากๆ ภายใน 10 เดือนได้อย่างไร จะรีบสร้างรายได้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง เป็นต้น

ถึงแม้ว่าในเดือนที่ 11 ยังไม่สามารถทำกำไรได้ แต่ถ้ามีฐานผู้ใช้งานมากพอ ก็อาจจะไปเตะตานักลงทุน สามารถระดมเงินทุนมาต่อชีวิตได้ในระยะหนึ่ง เหมือนที่ธุรกิจสตาร์ทอัประดับโลกหลายๆ รายกำลังเป็นอยู่

“ไม่มีกำไรก็ยังพออยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีทั้งกำไรและฐานผู้ใช้งาน อยู่ไม่ได้”

นั่นเป็นเหตุผลให้ธุรกิจสตาร์ทอัปต้องใช้คนจำนวนน้อยๆ ในระยะเริ่มต้น เพื่อที่จะเอาเงินไปทุ่มกับการทำตลาดหรือสร้างเครือข่ายที่จะเป็นผลดีกับธุรกิจในระยะยาวมากกว่า
จำไว้เสมอว่านี่คือสภาวะที่เลี่ยงไม่ได้ แต่สามารถรับมือได้

สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ “เงินสด” เป็นสิ่งสำคัญ
ในธุรกิจบริการ เชื่อว่า Customer is King
ในธุรกิจคอนเทนต์ เชื่อว่า Content is King
แต่ทัศนคติที่คนทำธุรกิจทุกคนต้องมี ก็คือ “CASH is King”

เพราะคนที่มีเงินสดในมือคือคนที่ได้เปรียบที่สุด