<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" version="2.0" xmlns:cc="http://cyber.law.harvard.edu/rss/creativeCommonsRssModule.html">
    <channel>
        <title><![CDATA[Stories by Marketing Team on Medium]]></title>
        <description><![CDATA[Stories by Marketing Team on Medium]]></description>
        <link>https://medium.com/@mkt-agrimomo?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
        <image>
            <url>https://cdn-images-1.medium.com/fit/c/150/150/1*_BOYGPwXW7LYF01YY66l_Q.jpeg</url>
            <title>Stories by Marketing Team on Medium</title>
            <link>https://medium.com/@mkt-agrimomo?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
        </image>
        <generator>Medium</generator>
        <lastBuildDate>Sun, 17 May 2026 03:08:40 GMT</lastBuildDate>
        <atom:link href="https://medium.com/@mkt-agrimomo/feed" rel="self" type="application/rss+xml"/>
        <webMaster><![CDATA[yourfriends@medium.com]]></webMaster>
        <atom:link href="http://medium.superfeedr.com" rel="hub"/>
        <item>
            <title><![CDATA[เปิดร้านขายปุ๋ยยา ใช้เงินเท่าไร? บริหารอย่างไร? ให้คืนทุนภายใน 1 ปี]]></title>
            <link>https://medium.com/agrimomo/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99-1-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-7b8f1a1f031b?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/7b8f1a1f031b</guid>
            <category><![CDATA[farm-shop-knowledge]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Marketing Team]]></dc:creator>
            <pubDate>Thu, 07 Dec 2023 08:17:15 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2023-12-07T08:17:15.990Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<iframe src="https://cdn.embedly.com/widgets/media.html?src=https%3A%2F%2Fwww.youtube.com%2Fembed%2F0rfPgp1A0rI%3Fstart%3D167%26feature%3Doembed%26start%3D167&amp;display_name=YouTube&amp;url=https%3A%2F%2Fwww.youtube.com%2Fwatch%3Fv%3D0rfPgp1A0rI&amp;image=https%3A%2F%2Fi.ytimg.com%2Fvi%2F0rfPgp1A0rI%2Fhqdefault.jpg&amp;key=a19fcc184b9711e1b4764040d3dc5c07&amp;type=text%2Fhtml&amp;schema=youtube" width="854" height="480" frameborder="0" scrolling="no"><a href="https://medium.com/media/f5b9fa12b249b1828585d4ba087af134/href">https://medium.com/media/f5b9fa12b249b1828585d4ba087af134/href</a></iframe><blockquote><strong>1. เปิดร้านขายปุ๋ยยาใช้เงินเท่าไร?</strong></blockquote><p>การเปิดร้านขายปุ๋ยยา ขนาดเล็กควรจะมีทุนเริ่มต้น ประมาณ 300,000บาท ซึ่งการเลือกสินค้าเข้าร้านควรคำนึงถึงพืชที่ปลูกและปศุสัตว์ที่เลี้ยงเป็นส่วนใหญ่ในพื้นที่รัศมีการขายของร้าน และสิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือ การศึกษาฤดูกาลใช้ปัจจัยการผลิต เช่น ข้าวจะเริ่มฤดูกาลขายพันธุ์ข้าวนาปีในเดือน พ.ค.-มิ.ย. และใช้ปุ๋ยระยะเริ่มต้นในเดือน ก.ค.-ก.ย. ซึ่งจะมียอดขายในช่วงฤดูกาลกับนอกฤดูกาลที่แตกต่างกันมาก เจ้าของร้านเกษตร จึงควรเก็บข้อมูลการขายอย่างน้อย 1 รอบฤดูกาลเพาะปลูกเพื่อช่วยในการวางแผนเงินทุนที่จะใช้ในการเปิดร้าน</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/624/1*_vjjnGfuV9Qp9QEg-y2Z0A.jpeg" /></figure><blockquote><strong>2. ควรซื้อสินค้าแต่ละประเภทในอัตราส่วนเท่าไร?</strong></blockquote><p>การเลือกสินค้าเราแนะนำสัดส่วนเบื้องต้นดังนี้ เริ่มที่ ปุ๋ยประมาณ 50% เคมีเกษตรประมาณ 20% เมล็ดพันธุ์ประมาณ 10% และอุปกรณ์การเกษตรอื่นๆรวมทั้งสินค้าเกี่ยวเนื่องประมาณ 20% ทั้งนี้เพื่อให้ร้านมีศักยภาพในการเติบโต หลังจากที่เริ่มมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ร้านค้าควรมีทุนสำรองอย่างน้อยอีก 200,000–300,000บาท เพื่อสร้างโอกาสในการขายให้เพียงพอต่อการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ราคาปุ๋ยมีภาวะผันผวนขึ้นลง ซึ่งหากไม่มีเงินทุนสำรองดังกล่าว ก็สามารถอาศัยกำไรสะสม มาใช้ต่อยอดอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ก็ได้เช่นกัน</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/397/1*8ctE5TMqsWCgbdu8gavpDw.png" /></figure><blockquote><strong>3. ประมาณการยอดขายร้านในแต่ละช่วงเวลาของปีอย่างไร?</strong></blockquote><p>ร้านค้าเกษตรต้องรู้จักประมาณการยอดขายคร่าวๆต่อเดือน โดยร้านค้าในระยะเริ่มต้น เช่น ในพื้นที่ที่ปลูกข้าวเป็นหลักจะมียอดขายในปีที่ 1 ประมาณ 3,500,000 ถึง 4,500,00 บาท/ปี และในปีที่2 จะมียอดขายที่เติบโตขึ้นประมาณ 1 เท่าตัว โดยยอดขายจะอยู่ที่ 7–9 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้ขึ้นการการบริหารจัดการหาสินค้าที่ต้องตอบโจทย์ลูกค้า และการบริการที่สร้างความประทับใจของแต่ละร้านค้าเป็นสำคัญ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/404/1*M_AXyc7O6K_1D7gNILwtUA.png" /></figure><blockquote><strong>4. การตั้งราคาและสัดส่วนกำไรขั้นต้นควรอยู่ที่เท่าไร?</strong></blockquote><p>การตั้งราคาสินค้าควรตั้งเป็นสัดส่วนของราคาขาย ไม่ใช่สัดส่วนของทุน เพราะเวลาร้านค้าลดราคาร้านค้าก็ลดจากราคาขาย ดังนั้น หากไม่ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ร้านค้าอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองขายขาดทุนไปแล้วก็ได้ เช่น ร้านจะเอากำไร 30% จากทุน 100 บาท ก็มักจะตั้งราคาขายที่ 130 บาท แต่เวลาลดราคา ซึ่งปกติร้านค้าจะลดจากราคาขาย เช่น ลด 30% จะพบว่าราคาขายหลังหักส่วนลดจะอยู่ที่ 91 บาท ซึ่งถ้าขายก็จะขาดทุนแน่นอน เพราะเราไม่พิจารณาคำนวณจากฐานเดียวกัน และร้านค้าก็มักจะไม่สามารถจำราคาสินค้าได้ทั้งหมดทุกครั้ง (สูตรคำนวณการตั้งราคาขายเพื่อให้ได้กำไร 30% ของราคาขาย = ทุน ÷ (1-กำไร%) = 100 ÷ (1–30%) = 143 บาท)</p><p>ซึ่งถ้าเพื่อนๆร้านค้าเกษตรต้องการจะให้ร้านตัวเองคืนทุนภายใน 1 ปี ก็ควรมีกำไรขั้นต้นก่อนหักค่าใช้จ่าย (ราคาขาย — ราคาทุน) อย่างน้อย 15% และกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย (ราคาขาย — ราคาทุน — ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริการ) อย่างน้อย 8.3% ทั้งนี้ก็ขึ้นกับประเภทสินค้าที่ขายและสภาพการแข่งขันในพื้นที่ของร้านเพื่อนๆด้วย</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/398/1*LT8xZcNi2O_dtUgkQQo4Jw.png" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=7b8f1a1f031b" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/agrimomo/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99-1-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-7b8f1a1f031b">เปิดร้านขายปุ๋ยยา ใช้เงินเท่าไร? บริหารอย่างไร? ให้คืนทุนภายใน 1 ปี</a> was originally published in <a href="https://medium.com/agrimomo">ศูนย์ความรู้ตลาดกลางค้าส่งปุ๋ยยา</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[4 แนวทางการจัดเรียงสินค้าในร้านค้าเกษตร แบบโมเดิร์นเทรดยังต้องอาย]]></title>
            <link>https://medium.com/agrimomo/4-%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2-e881a7150b99?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/e881a7150b99</guid>
            <category><![CDATA[farm-shop-knowledge]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Marketing Team]]></dc:creator>
            <pubDate>Fri, 29 Sep 2023 09:45:55 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2023-09-30T02:27:50.849Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<blockquote><strong>1. กำหนดบทบาทของสินค้าและแนวทางของร้านที่ชัดเจน</strong></blockquote><p>สินค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เช่น ปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์ ปศุสัตว์ อุปกรณ์เกษตร มีลักษณะ ปริมาณ ความถี่ และโอกาสในการนำไปใช้ ที่แตกต่างตามความต้องการของภาคเกษตรกรรมที่แตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ ด้วยเหตุนี้ร้านค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตร (ร้านค้าเกษตร) จึงจำเป็นจะต้องมีสินค้าที่หลากหลาย ในปริมาณที่เหมาะสม และ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการตอบสนองความต้องการของเกษตรกรในแต่ละฤดูกาลเพาะปลูก หากแต่ร้านค้าเกษตรส่วนมากอาจไม่ได้มีการกำหนดบทบาทของสินค้าและบริการของร้านอย่างชัดเจน เปรียบเสมือนทำตามมีตามเกิด หรือทำไปเรื่อยๆตามกำลัง แต่ไม่ได้คำนึงถึง “จุดยืน” ของร้านว่าเราต้องการจะมีบทบาทและภาพลักษณ์ในมุมมองของผู้ซื้อหรือเกษตรกรอย่างไร</p><p><strong>คำแนะนำของอกริโมโม</strong></p><ul><li>อกริโมโมแนะนำให้ร้านค้าแบ่งหมวดสินค้าและบริการภาคเกษตร ตามกำไรขั้นต้น (ยอดขายสินค้าลบต้นทุนสินค้า โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายในการบริหาร) และ ความถี่ในการขาย (จำนวนครั้งที่ขายสินค้าแต่ละรายการในแต่ละฤดูกาลผลิต) ซึ่งจะสามารถแบ่งสินค้าในร้านออกเป็น 4 กลุ่มได้แก่ ก. กลุ่มสินค้าขายบ่อย + กำไรค่อนไปทางต่ำ, ข. กลุ่มสินค้าขายบ่อย + กำไรค่อนไปทางสูง, ค. สินค้าขายไม่บ่อย + กำไรค่อนไปทางต่ำ และ ง. สินค้าขายไม่บ่อย + กำไรค่อนไปทางสูง ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีผลต่อจุดยืนและภาพลักษณ์ร้านที่แตกต่างกันไป อาทิเช่น หากร้านค้าต้องการดึงคนเข้าร้านภายใต้การแข่งขันด้านราคาในพื้นที่ ก็จะต้องพิจารณาว่าสินค้าอะไรที่เราควรมีไว้ขายซึ่งถึงแม้กำไรขั้นต้นจะค่อนไปทางต่ำ แต่ความถี่ในการขายบ่อย เช่น ปุ๋ยและอาหารสัตว์ ก็จะช่วยผลักดันร้านได้ หรือ หากร้านค้าต้องการสร้างความแตกต่างและจุดขายให้แก่ร้านแบบที่ร้านอื่นไม่มี ก็จะต้องจัดหาสินค้าที่มีความถี่ในการขายที่สูงและมีกำไรที่ดี เช่น เคมีเกษตรเฉพาะทาง หรือ เมล็ดพันธุ์เฉพาะทาง มาไว้ในร้าน ก็จะช่วยสร้างการจดจำของลูกค้าได้มากทีเดียว เป็นต้น</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*3Gx4-XyYTySqAcPD0L31mA.png" /></figure><blockquote><strong>2. จัดสรรพื้นที่ขายให้สัมพันธ์กับยอดขาย และปริมาณสินค้าสต็อคหลังร้าน</strong></blockquote><p>ร้านค้าเกษตรโดยทั่วไปหากพิจารณาจากพื้นที่และจำนวนสินค้าในร้าน จะสามารถแบ่งได้ 3 กลุ่มหลัก คือ 1. ร้านค้าเกษตรชุมชน (ขนาดเล็กไซส์ S) ขนาดพื้นที่ 50–200 ตร.ม. มีสินค้าในร้าน 100–300 รายการ, 2. ร้านค้าเกษตรพื้นที่ (ขนาดกลางไซส์ M) ขนาดพื้นที่ 200–1,000 ตร.ม. มีสินค้าในร้าน 300–1,000 รายการ, และ 3. ร้านค้าดิสทริบิวเตอร์เกษตรประจำจังหวัด (ขนาดใหญ่ไซส์ L) ขนาดพื้นที่ 1,000–3,000 ตร.ม. มีสินค้าในร้าน 1,000–10,000 รายการ</p><p><strong>คำแนะนำของอกริโมโม</strong></p><ul><li>ไม่ว่าร้านของคุณจะมีขนาดใด อกริโมโมแนะนำให้ร้านค้าเกษตรแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือ พื้นที่วางสินค้าประจำ 60–70%, พื้นที่วางสินค้าโปรโมชั่นเปลี่ยนทุกเดือน 10-20% และ พื้นที่สต็อคหลังร้าน 20–30% จากประสบการณ์ในการเป็นที่ปรึกษาให้ร้านค้าเกษตรของอกริโมโม เราจะแนะนำว่าสินค้าควรอยู่ในพื้นที่ขายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และ การจัดโปรโมชั่นแยกสัดส่วนออกมาอย่างถาวร (“พื้นที่สินค้าลดราคา”) ก็จะช่วยให้ลูกค้าทราบว่าวันนี้มีโปรอะไรบ้างอย่างชัดเจนเมื่อเดินเข้าร้าน ทั้งนี้สัดส่วนดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามประเภทสินค้า และสัดส่วนการขายปลีกและขายส่งของแต่ละร้าน ซึ่งร้านค้าควรให้ความสำคัญกับการจัดสรรพื้นที่ขายสินค้าแต่ละประเภทให้สัมพันธ์กับยอดขาย ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้ามีสัดส่วนยอดขายจากสินค้ากลุ่มปุ๋ย 70%, เคมีเกษตร 20%, และ เมล็ดพันธุ์ 10% ก็ควรจะจัดสรรพื้นที่และหน้าขายในการจัดเรียงสินค้าให้สอดคล้องเช่นกัน</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*_C3SkwmPHU1vQJGL_zytxw.jpeg" /></figure><blockquote><strong>3. ใช้ชั้นวางสินค้าและฟิกเจอร์ค้าปลีกที่ทันสมัย</strong></blockquote><p>การจัดวางและนำเสนอสินค้าก็เปรียบเสมือนการจัดบ้านให้สะอาดและสวยงามที่จะสร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือน ดังนั้นการจัดหาชั้นวางสินค้าและฟิกเกอร์ค้าปลีกที่ทันสมัยเข้าในใช้ในร้าน นอกจากจะสร้างความแตกต่าง ทำให้สินค้าน่าซื้อขายแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้า ลองจับลองถือสินค้าตัวจริง เปรีบเทียบราคาและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นอีกทางหนึ่ง</p><p><strong>คำแนะนำของอกริโมโม</strong></p><ul><li>ปัจจุบันราคาของชั้นวางสินค้าแบบโมเดิร์นเทรดมีราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ร้านค้าเกษตรจึงควรพิจารณานำชั้นวางและฟิกเจอร์ที่ทันสมัยเข้ามาใช้งาน โดยเลือกประเภทของชั้นวางที่นอกจากจะต้องเหมาะกับสินค้าในร้านแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญต่อความยืดหยุ่นของฟิกเจอร์ที่จะต้องปรับเปลี่ยนได้ตามประเภทสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้าเกษตรอาจจะต้องการขายสินค้าหมวดเครื่องมือเกษตรแทนที่เคมีเกษตรจำนวน 1 หน้าขาย (หน้ากว้าง 2 เมตร) ตัวฟิกเจอร์เองก็จะต้องสามารถถอดแผ่นชั้นออก และติดตั้งห่วงแขวนได้เช่นกัน หรือ หากร้านค้าต้องการแบ่งพื้นที่ขายหน้ากว้าง 2 เมตรดังกล่าวออกเป็นพื้นที่หัวแถวสำหรับวางสินค้าจำนวน 2 หัว แต่ละหัวหน้ากว้าง 1 เมตร ก็ต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้เช่นกัน</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*WSkRjQJUsYBvN4clIV7C0A.jpeg" /></figure><blockquote><strong>4. เชื่อมโยงประสบการณ์ออนไลน์สู่ออฟไลน์ (Online to Offline Experience)</strong></blockquote><p>สินค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตรมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับสินค้าอุปโภคบริโภคประการหนึ่งคือเป็นสินค้าที่ใช้แล้วหมดไปและต้องมีการซื้อซ้ำอยู่เสมอ ดังนั้นหากลูกค้ามีประสบการณ์ที่ไม่ดีในการซื้อสินค้า ก็ยากที่จะกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งในอดีตร้านค้าควรให้ความสำคัญต่อประสบการณ์ออฟไลน์ของลูกค้า ตั้งแต่ที่จอดรถ ทางเดินเข้าร้าน เลือกหาสินค้า ชำระเงิน และออกจากร้าน แต่ในปัจจุบันร้านค้ายังต้องคำนึงถึงประสบการณ์ออนไลน์ของลูกค้าประกอบด้วย เพราะลูกค้าบางรายอาจใช้ช่องทางออนไลน์ค้าหาสินค้าก่อนที่จะเดินเข้าร้านมาซื้อสินค้า หรือหากไม่ซื้อหน้าร้านก็อาจจะกลับบ้านไปซื้อออนไลน์ก็เป็นได้</p><p><strong>คำแนะนำของอกริโมโม</strong></p><ul><li>อกริโมโมแนะนำให้ร้านค้าเกษตรเชื่อมโยงประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน (Online to Offline Experience หรือเรียกสั้นๆว่า O2O) โดยการสร้างช่องทางการติดต่อและซื้อขายสินค้าออนไลน์ทั้งในส่วนของสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟสบุ๊ค, ติ๊กต๊อก, ไลน์ เป็นต้น ไปจนถึงร้านค้าอย่างเป็นทางการ (Official Store) ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บไซต์ของร้านขึ้นมาเอง หรือ การสมัครเข้าร่วมตลาดกลางสินค้าเกษตรออนไลน์กับอกริโมโม (Agriculture Input Marketplace) ดังตัวอย่างที่ร้านค้าเกษตรชั้นนำจะมีการตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ร่วมกับทางอกริโมโม ให้ลูกค้าในพื้นที่ได้ทราบว่าลูกค้าสามารถซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้อีกทางหนึ่ง (รูปตัวอย่างด้านล่าง) เป็นต้น</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*4deGhCU9zlkx1TlB_UuEkw.png" /></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/800/1*sUzgnSfCeTZ8GZbxOrSbUA.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=e881a7150b99" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/agrimomo/4-%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2-e881a7150b99">4 แนวทางการจัดเรียงสินค้าในร้านค้าเกษตร แบบโมเดิร์นเทรดยังต้องอาย</a> was originally published in <a href="https://medium.com/agrimomo">ศูนย์ความรู้ตลาดกลางค้าส่งปุ๋ยยา</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[แพ็คเกจค้าขายร่ำรวยไปกับอกริโมโม]]></title>
            <link>https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A1-485647bdfd7e?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/485647bdfd7e</guid>
            <category><![CDATA[seller-promotion-package]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Marketing Team]]></dc:creator>
            <pubDate>Sat, 22 Jul 2023 17:19:03 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2023-11-02T15:45:39.628Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*90gmsTX3rP6R_QS_s1dvhA.jpeg" /></figure><p>อกริโมโมเข้าใจว่าการทำการตลาดออนไลน์สำหรับผู้ขายสินค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตรอาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนถนัดหรือมีทรัพยาพรเพียงพอที่จะทำ การนับหนึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนกลัวหรือไม่มั่นใจ วันนี้เราพร้อมที่จะเดินเคียงข้างและสนับสนุนการขายของผู้ขายเช่นคุณไปด้วยกัน</p><p>อกริโมโมมีทีมงานพร้อมช่วยเหลือ วิเคราะห์ และให้บริการที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์เพื่อธุรกิจของคุณ โดยผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์สายเกษตรโดยเฉพาะ ไม่ว่าคุณจะขายปุ๋ย เคมีเกษตร เมล็ดพันธุ์ ปศุสัตว์ หรือ อุปกรณ์เกษตร คุณก็สามารถเริ่มต้นขายออนไลน์ได้ง่ายๆ และเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของสินค้าและร้านค้าของคุณที่ขายในอกริโมโมได้มากกว่าแพลตฟอร์มที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ</p><p>ในวันที่การขายออนไลน์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านในฐานะผู้ขาย กำลังสร้างยอดขายให้กับสินค้าของท่านด้วยวิธีการดังต่อไปนี้หรือไม่</p><ul><li>ผู้ขายพยายามดึงจุดขายของสินค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่โดดเด่นออกมา กำหนดวัตถุประสงค์การตลาดให้ชัดเจน จัดทำเนื้อหา (Content) ให้สอดคล้องไปด้วยกัน เพื่อช่วยให้ประสบผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว</li><li>ผู้ขายกำลังบอกเล่าเนื้อหาและออกแบบภาพประกอบที่เกี่ยวกับสินค้า ปุ๋ย เคมีเกษตร เมล็ดพันธุ์ ปศุสัตว์ หรือ อุปกรณ์เกษตร ให้น่าสนใจ ในรูปแบบที่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยไม่ละทิ้งจุดเด่นของแบรนด์</li><li>ผู้ขายกำลังสร้างการรับรู้ (Awareness) เพื่อสร้างความรู้จักและพบเจอกลุ่มลูกค้าที่ไม่รู้จักแบรนด์ของผู้ขาย โดยมุ่งให้ลูกค้ารับรู้ถึงปัญหาที่มีในการทำการเกษตร ซึ่งจำเป็นที่เนื้อหาที่นำเสนอควรเป็นเนื้อหาที่ทำให้ลูกค้าตระหนักรู้ถึงปัญหาที่เขากำลังประสบอยู่</li><li>ผู้ขายกำลังประเมินผลการตลาด (Evaluation) หลังจากทำให้ลูกค้าตระหนักถึงสรรพคุณของสินค้า โดยผู้ขายพยายามทำให้ลูกค้าเปิดใจรับฟังและส่งต่อเนื้อหาที่สามารถแก้ไขปัญหาที่เผชิญอยู่ได้ เช่น เนื้อหาการเปรียบเทียบสินค้าของผู้ขายกับสินค้าของคู่แข่ง เป็นต้น</li><li>ผู้ขายพยายามปิดการขาย (Conversion) ซึ่งในระยะนี้ คือ การกระตุ้นและชักชวนให้ลูกค้าตัดสินใจ สร้างความเชื่อมั่นเพื่อให้ลูกค้าลงมือทำบางอย่าง เช่น สั่งซื้อสินค้า หรือ แนะนำเพื่อนมาซื้อ โดยเน้นเนื้อหาที่เหมาะสำหรับลูกค้าพร้อมซื้อได้แก่ การีวิวสินค้า และ การสร้างเนื้อหาสะท้อนเสียงผู้ใช้ตัวจริงในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น</li></ul><p>หากผู้ขายต้องการคำปรึกษาในการทำการตลาดออนไลน์แล้วละก็ ท่านสามารถเลือกแพ็กเกจส่งเสริมการขายแต่ละประเภทตามความต้องการของท่าน โดยอกริโมโมยินดีให้คำปรึกษาและดูแลตลอดอายุโครงการ <a href="https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=agrimomo">เพียงเพิ่มเพื่อนใน LINE</a> พิม @agrimomo หรืออีเมล์ cs.th@agrimomo.com ทีมงานนักการตลาดมืออาชีพภาคเกษตรของเราพร้อมให้บริการ</p><p>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) สินค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตรในรูปแบบค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในไทย ร่วมกันกับผู้ขายกว่า 8,000 ราย และร้านค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตร (ร้านค้าเกษตร) กว่า 200,000 ราย ได้แล้ววันนี้</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*SsUKaoFoa4VlD_MbLehw2A.png" /></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*8ZDGp8uThGdQg3zIUM3q-w.jpeg" /></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*EP0trA4VeLYCwfIOWXC8Ig.jpeg" /></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*P31Equ4fhht3FEBeEM05yA.jpeg" /></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*0C9DanGBQTezjcelJPaPXg.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=485647bdfd7e" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A1-485647bdfd7e">แพ็คเกจค้าขายร่ำรวยไปกับอกริโมโม</a> was originally published in <a href="https://medium.com/agrimomo">ศูนย์ความรู้ตลาดกลางค้าส่งปุ๋ยยา</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[รู้ทันเช่าซื้อเครื่องจักรเกษตร]]></title>
            <link>https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3-514b857c00f1?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/514b857c00f1</guid>
            <category><![CDATA[farm-knowledge-center]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Marketing Team]]></dc:creator>
            <pubDate>Tue, 11 Jul 2023 15:07:12 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2023-08-03T11:53:20.842Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*PlMwU7MUfpUfe95J" /></figure><p>การทำเกษตรกรามเชิงพาณิชย์ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องได้รับการสนับสนุนทางด้านเงินทุน ซึ่งหนึ่งในสินเชื่อที่เกษตรกรมีความจำเป็นก็คือสินเชื่อเพื่อจัดหาเครื่องจักร เครื่องยนต์ เพื่อสนับสนุนเกษตรกร สำหรับซื้อเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต แปรรูป และขนส่งสินค้าในภาคการเกษตร ซึ่งสินเชื่อประเภทนี้มีเงื่อนไขและรายละเอียดของวงเงิน ระยะเวลาชำระคืน รายละเอียดการค้ำประกัน ตลอดจนอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามแต่ผู้ให้บริการสินเชื่อ</p><p>อกริโมโมรวบรวมปัจจัยสำคัญในการพิจารณาก่อนทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องจักรเพื่อการเกษตร มาให้พี่น้องเกษตรกรทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นดังต่อไปนี้</p><blockquote><strong>1. ศึกษาข้อมูลเครื่องจักรที่ต้องการซื้อ</strong></blockquote><p>เกษตรกรควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆของเครื่องจักรและเครื่องยนต์ โดยสามารถหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ แคตตาล็อก โบรชัวร์ หรือเข้าชมสินค้าได้ที่ร้านค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตร หรือศูนย์บริการของผู้ขายเครื่องจักร โดยที่เกษตรกรควรเลือกเครื่องจักรที่มีเหมาะสมกับการใช้งาน และทำการเปรียบเทียบราคาและเงื่อนไขการรับประกันสินค้าให้ครบถ้วน</p><blockquote><strong>2. วางแผนการผ่อนค่างวด</strong></blockquote><p>เกษตรควรทำความเข้าใจ เงินดาวน์ และอัตราดอกเบี้ย เช่น ถ้ามีเงินดาวน์สูง ดอกเบี้ยจะลดลง จะมีค่างวดที่ถูกลง ซึ่งจะนำไปสู่การผ่อนชำระต่อเดือนที่ไม่เป็นภาระจนเกินไป รวมไปถึงระยะเวลาในการผ่อนชำระ ถ้าหากระยะผ่อนยาวเกินไปดอกเบี้ยอาจจะสูง แต่ถ้าระยะสั้นเกินไปอาจจะประหยัดดอกเบี้ย โดยพิจารณาถึงความสามารถในการชำระค่างวดของเกษตรกรให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดที่จะเกิดขึ้นในฤดูกาลผลิตให้สอดคล้องกัน</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*jeeOff3VP8GtLETe" /></figure><blockquote><strong>3. ตรวจสอบสัญญาของผู้ให้บริการเช่าซื้อ</strong></blockquote><p>ผู้ให้บริการสินเชื่อมีหลายประเภท บางประเภทเป็นธนาคาร และ บางประเภทไม่ใช่ธนาคาร ดังนั้นการศึกษาเอกสารสัญญาก่อนลงนามในสัญญาเช่าซื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญ เกษตรกรจึงควรอ่านสัญญาก่อนลงนามทุกครั้ง ซึ่งเกษตรควรตรวจสอบถึงความโปร่งใสของสัญญา สัญญาไม่เป็นการบังคับ และไม่รบกวนสิทธิและข้อมูลความเป็นส่วนตัวโดยไม่มีเหตุอันควร อีกทั้งเอกสารสัญญาควรระบุ ค่างวด ระยะเวลาการการผ่อนชำระ ดอกเบี้ยและเงื่อนไขการค้ำประกันที่ชัดเจน</p><blockquote><strong>4. ตรวจสอบนโยบายการบริการและประวัติการให้ความช่วยเหลือของผู้ให้บริการเช่าซื้อ</strong></blockquote><p>การตรวจสอบนโยบายการบริการและประวัติการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร จากผู้ให้บริการเช่าซื้อเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเกษตรกรรายอื่นๆในพื้นที่เดียวกันว่าได้รับความช่วยเหลือจากผู้ให้บริการเช่าซื้อในกรณีเกิดภัยพิบัติที่มีผลต่อการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ในอดีตหรือไม่อย่างไร เช่น การมีมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย เป็นต้น ให้รอดพ้นวิกฤตและค่อยกลับมาชำระหนี้คงค้างได้หรือไม่ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยกว่าเงื่อนไขการเช่าซื้อเช่นกัน</p><p><strong>ทราบหรือไม่?</strong></p><p><strong>อกริโมโมรวบรวมเครื่องจักร เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ทางการเกษตร ในราคาค้าส่งมากที่สุดในไทย พร้อมเงื่อนไขการชำระเงินที่หลากหลาย เช่น ชำระเงินก่อนส่งสินค้า (Pre Pay) ชำระเงินปลายทาง (Cash On Delivery หรือ COD) และ ชำระภายหลัง (Pay Later) แบบมีเครดิตเทอม (Credit Term) โดยที่ผู้ขายจะเป็นผู้พิจารณาถึงความน่าเชื่อถือและความเสี่ยงของผู้ซื้อเป็นรายกรณีไป</strong></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*bpRSlZX5wr0nEwb14r0Epw.png" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=514b857c00f1" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3-514b857c00f1">รู้ทันเช่าซื้อเครื่องจักรเกษตร</a> was originally published in <a href="https://medium.com/agrimomo">ศูนย์ความรู้ตลาดกลางค้าส่งปุ๋ยยา</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[รู้ทันปัจจัยเสี่ยงฟาร์มกุ้ง]]></title>
            <link>https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87-1b3a2a4a3847?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/1b3a2a4a3847</guid>
            <category><![CDATA[farm-knowledge-center]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Marketing Team]]></dc:creator>
            <pubDate>Tue, 11 Jul 2023 15:06:06 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2023-07-11T15:06:06.596Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*bAJFtHYEXvEfNe72" /></figure><p>อุตสาหกรรมกุ้งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปริมาณผลผลิตกุ้งในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ราคาจำหน่าย การเพาะเลี้ยง และความแข็งแรงสมบูรณ์ของพ่อแม่พันธุ์ มากไปกว่านั้น การวางแผนกลยุทธ์ การกำกับดูแลและบริหารอุตสาหกรรมกุ้งของประเทศยังจำเป็นต้องดูแลให้ถ้วนถี่ตลอดห่วงโซ่การผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>ดังนั้นการจัดการฟาร์มกุ้งที่ดีถือเห็นหัวใจของการบริหารห่วงโซ่การผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานภายในฟาร์ม โดยจะส่งผลให้กุ้งเจริญเติบโตดี แข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและการแพร่กระจายของโรค สามารถป้องกันการปนเปื้อนที่จะมีผลต่อสุขภาพกุ้งและความปลอดภัยของผู้บริโภค รวมถึงป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p><p>อกริโมโมรวบรวมปัจจัยสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของฟาร์มกุ้ง มาให้พี่น้องเกษตรกรทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นดังต่อไปนี้</p><blockquote><strong>1. การจัดการก่อนการเลี้ยง</strong></blockquote><p>ควรพักบ่อและ/หรือปรับปรุงบ่อก่อนเลี้ยงกุ้งรุ่นใหม่ และตรวจวัดคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำอย่างสม่ำเสมอก่อนนำมาใช้ในการเลี้ยง ซึ่งรวมถึงการการกรองน้ำที่เติมลงในบ่อ เพื่อป้องกันสัตว์น้ำอื่นๆ จากภายนอกฟาร์มเข้าสู่ในฟาร์ม โดยมีการป้ องกันศัตรูและพาหะนำโรคกุ้งเข้าบ่อทั้งระหว่างการเตรียมบ่อ เตรียมน้ำ และระหว่างการเลี้ยงโดยไม่มีการทำลายสัตว์ชนิดใกล้สูญพันธุ์ ยกเว้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและใช้วิธีการุณยฆาต</p><blockquote><strong>2. การจัดการลูกพันธุ์</strong></blockquote><p>ลูกกุ้งที่นำมาเลี้ยงต้องมาจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเพาะและอนุบาลลูกกุ้ง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกกุ้งสุขภาพดีและปลอดเชื้อก่อโรคที่สำคัญ</p><blockquote><strong>3. การจัดอาหารและการให้อาหาร</strong></blockquote><p>อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปที่ใช้ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนถูกต้อง มีคุณภาพดี ยังไม่หมดอายุและมีข้อมูลที่สามารถตามสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ ซึ่งในกรณีอาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปที่ผลิตใช้เองในฟาร์ม ต้องแสดงรายการและแหล่งที่มาของวัตถุดิบและไม่ใช้สารที่ห้ามใช้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เกษตรกรควรมีวิธีการจัดการให้อาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ในปริมาณที่พอเหมาะกับความต้องการของกุ้ง และควรเก็บอาหารกุ้งในสถานที่ที่สามารถป้องกันการปนเปื้อน และรักษาคุณภาพอาหารกุ้งไม่ให้เสื่อมคุณภาพ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*x1uWucXXt0uYzwXG" /></figure><blockquote><strong>4. การจัดการระหว่างการเลี้ยง</strong></blockquote><p>เกษตรกรควรมีการจัดการให้กุ้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต เช่น ปล่อยลูกกุ้งลงเลี้ยงในอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสม ตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อให้เหมาะสมในระหว่างการเลี้ยง ติดตั้งเครื่องเติมอากาศอย่างเพียงพอและเหมาะสม สังเกตพฤติกรรมของกุ้งอย่างสม่ำเสมอ</p><blockquote><strong>5. การจัดการสุขภาพกุ้ง</strong></blockquote><p>เกษตรกรควรตรวจสุขภาพกุ้งในบ่ออย่างสม่ำเสมอ และมีวิธีการจัดการกุ้งป่วยหรือตายในภาวะปกติที่ไม่พบการระบาดของโรคตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดการสุขภาพสัตว์น้ำ รวมถึงมีการบันทึกข้อมูลการป่วย หรือตาย และแยกกุ้งที่อ่อนแอออกทันทีที่พบให้เป็นไปตามกฎระเบียบของประเทศ และข้อกำหนดสุขภาพสัตว์น้ำขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ซึ่งรวมถึงการวินิจฉัยโรค วิเคราะห์หาสาเหตุ และแก้ไข กรณีที่กุ้งแสดงอาการป่วย พร้อมทั้งจดบันทึกหรือเก็บหลักฐานการวินิจฉัยโรค และแจ้งหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่โดยเร็ว ตลอดจนการกำจัดซากกุ้งที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค</p><p><strong>ทราบหรือไม่?</strong></p><p><strong>อกริโมโมรวบรวมอาหารและสินค้าเกี่ยวกับปศุสัตว์ในราคาค้าส่งมากที่สุดในไทย แค่พิมพ์ชื่อของปศุสัตว์ ในเมนูค้นหา ก็หาสินค้าเจอง่ายๆ เช่น พิมพ์คำว่า “กุ้ง” โดยไม่ต้องพิมพ์ชื่อสินค้า หรือ ชื่อแบรนด์ ก็หาสินค้าเจอง่ายๆที่อกริโมโม</strong></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*EkG3nfS9nsB3XbII" /></figure><p>ขอขอบคุณที่มาข้อมูล: สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=1b3a2a4a3847" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87-1b3a2a4a3847">รู้ทันปัจจัยเสี่ยงฟาร์มกุ้ง</a> was originally published in <a href="https://medium.com/agrimomo">ศูนย์ความรู้ตลาดกลางค้าส่งปุ๋ยยา</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[รู้ทันต้นทุนอาหารสัตว์ในฟาร์มไก่ไข่]]></title>
            <link>https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88-8d84919d8872?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/8d84919d8872</guid>
            <category><![CDATA[farm-knowledge-center]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Marketing Team]]></dc:creator>
            <pubDate>Tue, 11 Jul 2023 15:05:06 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2023-07-11T15:05:06.486Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*lJ25GU_ZZLTSP55F" /></figure><p>การผลิตไข่ไก่ถือว่าเป็นการผลิตทางด้านปศุสัตว์ที่สำคัญประเภทหนึ่งของประเทศไทยเนื่องจากเป็นสินค้าที่ให้คุณค่าทางอาหาร หาซื้อง่ายมีราคาถูก และบริโภคได้ง่าย จึงเป็นที่นิยมในการบริโภคเป็นอาหารประจำวัน ซึ่งการเลี้ยงไก่ไข่ในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตไข่ไก่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยอาหารไก่ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้การเลี้ยงไก่ไข่มีกำไรหรือขาดทุน เนื่องจากต้นทุนการผลิตประมาณ 60–70 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนทั้งหมดเป็นค่าอาหาร</p><p>ไก่ไข่นั้นนอกจากจะต้องการอาหารเพื่อการดำรงชีพ การเจริญเติบโตแล้ว ยังต้องนำไปใช้ในการผลิตไข่อีกด้วย การที่ผู้เลี้ยงจะลดต้นทุนการผลิตในส่วนของค่าอาหารลงนั้น สามารถทำได้โดยการประกอบสูตรอาหารที่มีราคาถูก แต่คุณภาพดี เลือกใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาถูกตามฤดูกาลและให้อาหารแก่ไก่กินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ไข่ที่มีคุณภาพและต้นทุนต่ำ การที่ไก่จะเจริญเติบโตได้ดี มีความแข็งแรงและให้ไข่มาก จำเป็นจะต้องได้กินอาหารที่เพียงพอและกินอาหารได้ดีสม่ำเสมอทุกวัน</p><p>อกริโมโมรวบรวมสารอาหารที่สำคัญในการเลี้ยงไก่ไข่มาให้พี่น้องเกษตรกรทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นดังต่อไปนี้</p><blockquote><strong>1. โปรตีน</strong></blockquote><p>โปรตีนเป็นสารประกอบที่สำคัญต่อการเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด ประกอบด้วยกรดอะมิโนชนิดต่างๆ เป็นสารอาหารที่ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย และช่วยในการสร้างและซ่อมแซมรักษาส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ขน เล็บ หนัง กระดูก อวัยวะภายในต่างๆ เม็ดเลือดแดง และเป็นส่วนประกอบของผลผลิต เช่น ไข่ รวมทั้งยังนำไปใช้ในการสร้างเนื้ออีกด้วย โดยปกติแล้วอาหารที่ใช้เลี้ยงไก่ไข่จะประกอบด้วยโปรตีนประมาณ 13–19% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของไก่</p><blockquote><strong>2. คาร์โบไฮเดรต</strong></blockquote><p>คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล มีหน้าที่ให้พลังงาน ให้ความอบอุ่น และช่วยให้ไก่อ้วน คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งในการให้พลังงานแก่ร่างกาย เพื่อนำไปใช้ในการทำงานของอวัยวะต่างๆ เพื่อการดำรงชีพ การเจริญเติบโต และการให้ผลผลิต เช่น ไข่ เป็นต้น คาร์โบไฮเดรตถือเป็นอาหารหลัก เพราะเป็นส่วนประกอบในสูตรอาหารไก่ไข่ประมาณ 38–61%ขึ้นอยู่กับอายุไก่ คาร์โบไฮเดรตแบ่งเป็น 2 พวกตามลักษณะความยากง่ายในการย่อย คือ น้ำตาล และแป้งกับเยื่อใย แหล่งคาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่ได้มาจากพืช</p><blockquote><strong>3. น้ำ</strong></blockquote><p>น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย ร่างกายไก่มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 60–70% ลูกไก่อายุ 1 วัน มีน้าเป็น นองค์ประกอบ 85% และจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น น้ำมีหน้าที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น ช่วยในการย่อย การดูดซึม การรักษาระดับความร้อนปกติในร่างกาย และช่วยในการขับถ่ายของเสียออกนอกร่างกาย น้ำนับเป็นสารอาหารที่จำเป็นและมีความสำคัญที่สุด เพราะถ้าไก่ขาดน้ำจะทำให้ไก่ไม่อยากกินอาหารและอาจถึงตายได้ ดังนั้นเกษตรกรจะต้องหาภาชนะใส่น้ำจืดสะอาดตั้งไว้ให้ไก่กินตลอดเวลา หากไก่ขาดน้า จะแคระแกร็น และหากสูญเสียน้ำเพียง 10% ของร่างกายไก่ก็จะตายได้</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*IE67FMeFN-tytNzA" /></figure><blockquote><strong>4. ไขมัน</strong></blockquote><p>ไขมันเป็นแหล่งให้พลังงานแก่ร่างกายเช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรต แต่ให้พลังงานมากกว่า 2.5 เท่า และยังให้กรดไขมันบางชนิดที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ให้ความอบอุ่น ทำให้อ้วนและช่วยเพิ่มความน่ากินของอาหาร ส่วนมากจะได้จากไขมันสัตว์และน้ำมันพืช หากปริมาณไขมันมากเกินไปจะทำให้ไก่ถ่ายเหลวหรือท้องเสีย ทำให้พื้นเปียกแฉะ วัสดุรองพื้นจะเสียเร็ว</p><blockquote><strong>5. วิตามิน</strong></blockquote><p>วิตามินจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของไก่ ช่วยสร้างความแข็งแรงและความกระปรี้กระเปร่าแก่ร่างกาย สร้างความต้านทานโรค และบำรุงระบบประสาท แต่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่ขาดไม่ได้ เพื่อให้ปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกายดำเนินไปตามปกติ วิตามินแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามคุณสมบัติในการละลาย คือ วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค และวิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินบี ซี หากไก่ขาดจะทำให้โตช้าและเป็นโรคขาดวิตามินนั้นๆ</p><blockquote><strong>6. แร่ธาตุ</strong></blockquote><p>แร่ธาตุช่วยในการสร้างโครงกระดูก สร้างความเจริญเติบโต สร้างเลือด สร้างเปลือกไข่ และอื่นๆ ร่างกายสัตว์มีแร่ธาตุเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 3% ของน้ำหนักตัว แร่ธาตุที่สำคัญได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โซเดียม คลอรีน เหล็ก กำมะถัน ไอโอดีน ทองแดง โคบอลต์ แมงกานีส และสังกะสี</p><p><strong>ทราบหรือไม่?</strong></p><p><strong>อกริโมโมรวบรวมอาหารสัตว์ในราคาค้าส่งมากที่สุดในไทย ให้เหมาะแก่ระยะการเติบโตของสัตว์ แค่พิมพ์ระยะการเติบโตของสัตว์ ในเมนูค้นหา ก็หาสินค้าเจอง่ายๆ เช่น พิมพ์คำว่า “ระยะแรกเกิด” หรือ “ระยะโตเต็มวัย” โดยไม่ต้องพิมพ์ชื่อสินค้า หรือ ชื่อแบรนด์ ก็หาสินค้าเจอง่ายๆที่อกริโมโม</strong></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*iu2u4RuY05Ua7E5a" /></figure><p>ขอขอบคุณที่มาข้อมูล: คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=8d84919d8872" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88-8d84919d8872">รู้ทันต้นทุนอาหารสัตว์ในฟาร์มไก่ไข่</a> was originally published in <a href="https://medium.com/agrimomo">ศูนย์ความรู้ตลาดกลางค้าส่งปุ๋ยยา</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[รู้ทันการเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์]]></title>
            <link>https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C-cab906397b9a?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/cab906397b9a</guid>
            <category><![CDATA[farm-knowledge-center]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Marketing Team]]></dc:creator>
            <pubDate>Tue, 11 Jul 2023 15:04:01 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2023-07-11T15:04:01.489Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*el0AOdZ93o_aXNx9" /></figure><p>การเลือกเมล็ดพันธุ์พืชเป็นหนึ่งในการปัจจัยสำคัญของการปลูกพืชเชิงพาณิชย์ เกษตรกรจึงควรเลือกใช้พันธุ์พืชที่ดีในการเพาะปลูก เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้มากขึ้นและตรงความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้ใช้ผลผลิตนั้น ซึ่งเมื่อกล่าวถึงเมล็ดพันธุ์ที่ดีย่อมหมายถึง เมล็ดพันธุ์ที่ตัวเมล็ดเองมีคุณภาพดีและเป็นพันธุ์ที่มีสมรรถนะการให้ผลผลิตสูง</p><p>อกริโมโมรวบรวมข้อมูลเกณฑ์คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ที่สำคัญมาให้พี่น้องเกษตรกรทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นดังต่อไปนี้</p><blockquote><strong>คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ที่ดีจะต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้</strong></blockquote><p>1. คุณภาพทางพันธุกรรม หมายถึง เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพตรงตามพันธุ์เมื่อปลูกแล้วจะมีลักษณะปรากฏเป็นไปตามที่ต้องการของพันธุ์กำหนด คุณภาพทางพันธุกรรมของเมล็ดพันธุ์ที่ดี จะมาจากกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ในสภาพแปลงที่ดีด้วย</p><p>2. คุณภาพทางกายภาพ หมายถึง คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ที่ปรากฏให้สัมผัสได้ เช่น มีลักษณะภายนอกดี ขนาดและรูปร่างสม่ำเสมอ ไม่มีสิ่งเจือปนไม่แตกหักหรือร้าว ไม่มีโรคและแมลงทำลายเป็นต้น เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพทางกายภาพดี จะเป็นพื้นฐานทางด้านสินค้าและการตลาดของเมล็ดพันธุ์ด้วย</p><p>3. คุณภาพทางสรีรวิทยา หมายถึง คุณภาพที่เกี่ยวกับกระบวนการทางสรีรวิทยา ได้แก่ การงอก และความแข็งแรงของเมล็ด รวมทั้งความคงทนของการเก็บรักษาด้วย</p><p>4. คุณภาพด้านการปราศจากโรคและแมลง หมายถึง เมล็ดพันธุ์ที่ดีต้องสะอาด ไม่มีโรคและศัตรูใดๆ ติดมากับเมล็ดพันธุ์</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*WUeRgHyNPb_bmErs" /></figure><blockquote><strong>วิธีการเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ควรพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้</strong></blockquote><p>1. สินค้ามาจากแหล่งผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจว่าเมล็ดพันธุ์ตรงตามพันธุ์และเมล็ดพันธุ์มีคุณภาพ ทั้งเปอร์เซ็นต์ความงอก และ เปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ตามมาตรฐานคุณภาพเมล็ดพันธุ์ควบคุมที่กำหนดโดยกรมวิชาการเกษตร</p><p>2. บรรจุภัณฑ์อยู่ในสภาพดี ลักษณะบรรจุภัณฑ์อาจะอยู่ในรูปแบบของ ถุงพลาสติกสานหรือถุงพลาสติกหนา ถุงอลูมินั่มฟอยด์ หรือ กระป๋องโลหะ เป็นต้น</p><p>3. เลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ยังไม่หมดอายุ</p><p>4. มีฉลากระบุรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ชัดเจน</p><p>5. ตัวแทนจำหน่ายหรือร้านค้ามีใบอนุญาตขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*ODJO9mXb6bN538n9" /></figure><p><strong>ทราบหรือไม่?</strong></p><p><strong>อกริโมโมรวบรวมเมล็ดพันธุ์พืชในราคาค้าส่งมากที่สุดในไทย แค่พิมพ์ชื่อพืช ในเมนูค้นหา ก็หาสินค้าเจอง่ายๆ เช่น พิมพ์คำว่า “แตงกวา” โดยไม่ต้องพิมพ์ชื่อสินค้า หรือ ชื่อแบรนด์ ก็หาสินค้าเจอง่ายๆที่อกริโมโม</strong></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*jgNo8clpIS7lyxEM" /></figure><p>ขอขอบคุณที่มาข้อมูล: กรมวิชาการเกษตร</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=cab906397b9a" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C-cab906397b9a">รู้ทันการเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์</a> was originally published in <a href="https://medium.com/agrimomo">ศูนย์ความรู้ตลาดกลางค้าส่งปุ๋ยยา</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[รู้ทันแมลงศัตรูไม้ดอกไม้ประดับ]]></title>
            <link>https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A-a9e342af3ec3?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/a9e342af3ec3</guid>
            <category><![CDATA[farm-knowledge-center]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Marketing Team]]></dc:creator>
            <pubDate>Tue, 11 Jul 2023 15:02:59 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2023-07-11T15:02:59.736Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*TbymdAPY7e-C3kFW" /></figure><p>ไม้ดอกไม้ประดับจัดเป็นพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งไม่ว่าจะเป็นด้านการส่งออก หรือใช้ภายในประเทศ มีปลูกอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทยแต่พื้นที่ปลูกที่สำคัญ ได้แก่ ภาคกลาง และภาคเหนือ ในปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาแมลงลงทำลายผลผลิต หรือติดไปกับไม้ดอกที่ส่งออก</p><p>ไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกเป็นการค้า และมีปัญหาแมลงศัตรูพืชระบาดอยู่เป็นประจำ คือ กล้วยไม้ กุหลาบ มะลิ เยอบีร่า ดาวเรือง เป็นต้น ซึ่งการผลิตไม้ดอกให้ได้คุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดนั้น ในการผลิตต้องคำนึงถึงแมลงศัตรูพืช เมื่อแมลงศัตรูพืชระบาดก็จำเป็นต้องทำการป้องกันกำจัด เพื่อลดการระบาดของแมลง ซึ่งจะต้องอาศัยทั้งความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปร่าง ลักษณะ ชีวประวัติ ฤดูกาลระบาด ลักษณะการทำลาย พืชอาหารและวิธีการป้องกันกำจัดที่มีประสิทธิภาพปลอดภัยต่อทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค ซึ่งปัญหาของแมลงศัตรูพืชของไม้ดอกแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันไป และจากการศึกษาและสำรวจพบแมลงศัตรูที่สำคัญ ได้แก่ เพลี้ยไฟในกล้วยไม้ แมลงหวี่ขาวในกุหลาบ หนอนเจาะดอกมะลิ เพลี้ยไฟในเยอบีร่า หนอนกระทู้หอมเจาะดอกดาวเรือง เป็นต้น</p><p>อกริโมโมรวบรวมข้อมูลแมลงศัตรูไม้ดอกไม้ประดับเศรษฐกิจที่สำคัญมาให้พี่น้องเกษตรกรทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นดังต่อไปนี้</p><blockquote><strong>1. เพลี้ยไฟในกล้วยไม้</strong></blockquote><p><strong>รูปร่างลักษณะ</strong></p><p>เป็นแมลงปากดูดที่มีขนาดเล็กมาก มีความยาวประมาณ 0.5–2 มิลลิเมตร รูปร่างเรียว ระยะตัวอ่อน ไม่มีปีก มีสีเหลืองอ่อนหรือสีน้ำตาลอ่อน หรือสีดำ ตัวเต็มวัยมีปีก แคบยาว มักจะพบเห็นตัวอ่อนเกาะบนกล้วยไม้ เพลี้ยไฟมีการเคลื่อนไหวรวดเร็วมากถ้าไม่สังเกตจะมองไม่เห็นตัว ต้องใช้แว่นขยายส่อง</p><p><strong>ลักษณะการทำลาย</strong></p><p>เพลี้ยไฟเป็นศัตรูตัวสำคัญของกล้วยไม้ โดยเฉพาะวงการกล้วยไม้ตัดดอก จัดเป็นแมลงปากดูดขนาดเล็ก วางไข่ไว้ในเนื้อเยื่อโดยเฉพาะดอกกล้วยไม้ เมื่อเกิดเป็นตัวอ่อนก็จะเริ่มทำลายดอก หรือส่วนอื่นที่วางไข่ไว้ ตัวอ่อนจะมีขนาดเล็กสีออกเหลืองเคลื่อนที่ไวมาก ชอบอยู่ตามซอกกลีบดอกที่ซ้อนทับกัน ระบาดหนักหลังฤดูฝน สังเกตอาการด่างตามขอบกลีบดอก เนื่องจากถูกตัวอ่อนดูด เพลี้ยไฟเข้าทำลายที่ช่อดอกอ่อนโดยดูดกินน้ำลี้ยงจนทำให้ดอกแห้งฝ่อ พบระบาดในกล้วยไม้ประเภทหวาย แอสโคและช้าง</p><p><strong>การป้องกันและกำจัด</strong></p><p>พ่นด้วยสารกำจัดแมลง อิมิดาโคลพริด หรืออะเซททามิพริด หรือฟิโปรนิล หรือ ไซเพอร์เมทริน โฟซาโลน หรือใช้สารชีวภาพ ได้แก่ สะเดา และน้ำส้มควันไม้</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*ompWtvoaW9tE83-y" /></figure><blockquote><strong>2. แมลงหวี่ขาวในกุหลาบ</strong></blockquote><p><strong>รูปร่างลักษณะ</strong></p><p>แมลงหวี่ขาววางไข่เป็นกลุ่มใต้ใบพืช ก้านไข่จะติดอยู่กับเนื้อเยื่อของพืช รูปร่างยาวรีสีเหลืองอ่อน ไข่มีขนาด 0.1–1.3 มิลลิเมตร ตัวอ่อนมีลักษณะแบนราบติดกับผิวใบ ลอกคราบ 3 ครั้ง ระยะตัวอ่อน 11–18 วัน ดักแด้มีขนาด 0.6–0.8 มิลลิเมตร ระยะดักแด้ 5–7 วัน ตัวเต็มวัยจะออกจากดักแด้ตรงรอยแตกที่ส่วนอก เพศเมียวางไข่ได้สูงสุดมากกว่า 100 ฟอง ตัวเต็มวัย มีอายุ 2–11 วัน การสืบพันธุ์จะออกเป็นตัวโดยไม่มีการผสมพันธุ์</p><p><strong>ลักษณะการทำลาย</strong></p><p>ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดน้ำเลี้ยงส่วนมากบริเวณใต้ใบ พบมากในเขตร้อน แต่พบทั้งในเขตกึ่งร้อนและเขตอบอุ่นเช่นกัน</p><p><strong>การป้องกันและกำจัด</strong></p><p>หากพบการระบาดใช้สารกำจัดแมลงประเภทดูดซึม เช่น อิมิดาคลอพริด คาร์โบวัลแพน เป็นต้น</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*Z-rhRn5hYvWAww7v" /></figure><blockquote><strong>3. หนอนเจาะดอกมะลิ</strong></blockquote><p><strong>รูปร่างลักษณะ</strong></p><p>ตัวเต็มวัยวางไข่เป็นฟองเดี่ยวขนาดเล็กสีเหลืองค่อนข้างรี บริเวณใต้ใบ ยอดอ่อน กลีบดอก และก้านกลีบเลี้ยง จากนั้นจะฟักออกมาเป็นตัวหนอนสีเหลือง เมื่อหนอนโตเต็มที่เปลี่ยนเป็นสีเขียว และเข้าดักแด้บริเวณเศษใบมะลิที่ร่วงหล่นตามพื้น หนอนเจาะดอกมะลิ เป็นแมลงศัตรูที่สำคัญที่สุด และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับมะลิ พบมีการระบาดมากในช่วงฤดูฝน</p><p><strong>ลักษณะการทำลาย</strong></p><p>ตัวหนอนเข้าไปกัดกินอยู่ภายในดอกมะลิ ทำให้ดอกเป็นรูหรือมีรูปร่างผิดปกติ และหากตัวหนอนดูดกินน้ำเลี้ยงจากดอก ก็จะทำให้กลีบดอกเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมม่วง</p><p><strong>การป้องกันและกำจัด</strong></p><p>หากพบการระบาดรุนแรงให้พ่นด้วยสารกำจัดแมลงได้แก่ ไซฟลูทริน หรือ เดลตาเมทริน หรือคลอฟลูอะซูรอน โดยพ่นติดต่อกันไม่เกิน 3 ครั้ง เพื่อป้องกันหนอนสร้างความต้านทานสารกำจัดแมลงที่ใช้</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*1v8T0TIoJcN8DGav" /></figure><blockquote><strong>4. เพลี้ยไฟในเยอบีร่า</strong></blockquote><p><strong>รูปร่างลักษณะ</strong></p><p>ลำตัวมีสีน้ำตาล ส่วนหัวแคบกว่าส่วนอก ขอบปลายปล้องท้องทุกปล้องมีลักษณะคล้ายฟันเลื่อย</p><p><strong>ลักษณะการทำลาย</strong></p><p>ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะทำลายเยอบีร่าโดยดูดนํ้าเลี้ยงที่ใบและดอก ทำให้ใบหงิกงอ กลีบดอกจะชํ้าและมีจุดด่างสีขาวดอกจะมีสีซีด รูปทรงจะบิดเบี้ยว เพลี้ยไฟจะระบาดมากในฤดูแล้งและในสภาพอากาศแห้ง</p><p><strong>การป้องกันและกำจัด</strong></p><p>หากพบการระบาดให้พ่นสารกำจัดแมลง เช่น คาร์บาริล คาร์โบซัลเเฟน หรือเฟนปูทาทินอ๊อกไซด์ เป็นต้น</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*krBA4KdI0yVwubAH" /></figure><blockquote><strong>5. หนอนกระทู้หอมเจาะดอกดาวเรือง</strong></blockquote><p><strong>รูปร่างลักษณะ</strong></p><p>ตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่ครั้งละประมาณ 20–80 ฟอง มีใยสีขาวคลุม เมื่อไข่ฟักจะเป็นหนอนซึ่งมี 6 วัย โดยหนอนมีรูปร่างลำตัวตรงราบเรียบเท่ากันตลอดตั้งแต่หัวถึงท้ายลำตัว มีแถบสีขาวข้างลำตัว แถบสีมีได้หลายสีด้วยกัน หนอนโตเต็มที่ยาว 2.5 เซนติเมตร ระยะหนอน 14–17 วัน เข้าดักแด้ในดิน 5–7 วัน ก็เป็นผีเสื้อขนาดกลาง ปีกคู่หน้ามีสีน้ำตาลแก่ปนเทา มีจุดสีนน้ำตาลอ่อน 2 จุดตรงกลางปีก ปีกคู่หลังมีสีขาวขุ่น</p><p><strong>ลักษณะการทำลาย</strong></p><p>ตัวหนอนกัดกินได้ทั้งที่ใบและเจาะเข้าไปกินในดอก ทำความเสียหายมาก การระบาดของหนอนจะมากในช่วงที่อากาศร้อนระยะฝนทิ้งช่วง หรือฤดูแล้ง</p><p><strong>การป้องกันและกำจัด</strong></p><p>ใช้เชื้อไวรัสเอ็นพีวี (NPV) ฉีดพ่นในช่วงเย็นหรือเช้าตรู่ หากจำเป็นต้องใช้สารกำจัดแมลง เช่น ไตรคลอร์ฟอน ฟิโพรนิล สไปนีโทแร อีมาเมกติน คลอร์ฟีนาเพอร์ โนวาลูรอน ลูเฟนนูรอน อินดอกซาคาร์บ หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล จะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และตรวจสอบประสิทธิภาพของสารกำจัดแมลงทุกครั้ง เนื่องจากหนอนชนิดนี้มีการต้านทานสารกำจัดแมลงเกือบทุกชนิด จึงควรพิจารณาการใช้งานตามความร้ายแรงและสภาพการระบาดที่แตกต่างกันไป</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*Seb0sUwFX_UE0z-L" /></figure><p><strong>ทราบหรือไม่?</strong></p><p><strong>อกริโมโมรวบรวมสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในราคาค้าส่งมากที่สุดในไทย แค่พิมพ์ชื่อแมลงศัตรูพืช ในเมนูค้นหา ก็หาสินค้าเจอง่ายๆ เช่น พิมพ์คำว่า “หนอน” โดยไม่ต้องพิมพ์ชื่อสินค้า หรือ ชื่อแบรนด์ ก็หาสินค้าเจอง่ายๆที่อกริโมโม</strong></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*FAYzOxdzsS9WjUDP" /></figure><p>ขอขอบคุณที่มาข้อมูล: กรมส่งเสริมการเกษตร</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=a9e342af3ec3" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A-a9e342af3ec3">รู้ทันแมลงศัตรูไม้ดอกไม้ประดับ</a> was originally published in <a href="https://medium.com/agrimomo">ศูนย์ความรู้ตลาดกลางค้าส่งปุ๋ยยา</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[รู้ทันสายอุปกรณ์ผักไฮโดรโปนิกส์]]></title>
            <link>https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C-39217cf9fa82?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/39217cf9fa82</guid>
            <category><![CDATA[farm-knowledge-center]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Marketing Team]]></dc:creator>
            <pubDate>Tue, 11 Jul 2023 08:05:06 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2023-07-11T08:05:06.567Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*pF3Ch8gS41YGAO7T" /></figure><p>การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เป็นการปลูกผักที่สามารถควบคุมกระบวนการผลิตได้ สามารถลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร ส่งผลให้ได้ผลผลิตผักที่มีคุณภาพและยังเป็นการผลิตผักที่สามารถทำได้ในสภาพพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับการทำการเกษตร ซึ่งคำว่า ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) มาจากภาษากรีก คำว่า “Hydro” แปลว่า น้ำ รวมกับคำว่า “Ponos” ที่แปลว่า งาน เมื่อรวมกันจึงหมายถึง การทำงานของน้ำ (สารละลายธาตุอาหาร) ผ่านรากพืช โดยปกติแล้วการที่พืชจะเจริญเติบโตได้ดีนั้นต้องอาศัยปัจจัยต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น แสงแดด อุณหภูมิ น้ำ และธาตุอาหารพืช การที่พืชจะนำธาตุอาหารพืชไปใช้ประโยชน์ได้นั้นจะต้องคำนึงถึงเรื่องความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินหรือสารละลายธาตุอาหารใช้ปลูกพืช การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์ พืชจะได้รับธาตุอาหารในรูปสารละลายเรียกว่า “สารละลายธาตุอาหารพืช” ซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเพราะมีการปรับค่าการนำไฟฟ้าและ pH ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชอยู่ตลอดเวลา</p><p>อย่างไรก็ตามการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เป็นระบบที่มีต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง เนื่องจากอุปกรณ์มีราคาแพงและการควบคุมดูแลต้องใช้ผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ อกริโมโมอาสารวบรวมข้อมูลอุปกรณ์ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มาให้พี่น้องเกษตรกรสายอุปกรณ์ทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นดังต่อไปนี้</p><p>1. โรงเรือน ในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในเชิงการค้าจำเป็นต้องใช้โรงเรือนสำหรับเพาะกล้า อนุบาลต้นกล้า และปลูก ซึ่งรูปแบบของโรงเรือนต้องเหมาะสม มีความแข็งแรง สามารถควบคุมภูมิอากาศภายในโรงเรือนให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของผักที่ปลูก นอกจากนี้ โรงเรือนยังสามารถป้องกันศัตรูพืชได้ พื้นที่ตั้งโรงเรือนต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมคือมีการถ่ายเทอากาศดี อยู่ในที่โล่งแจ้งมีการคมนาคมที่สะดวก มีแหล่งน้ำอย่างเพียงพอและมีไฟฟ้ารองรับระบบที่เกี่ยวข้อง</p><p>2. ภาชนะและวัสดุที่ใช้ในการปลูก</p><p>2.1 ภาชนะที่ใช้ในการปลูก ควรเป็นภาชนะที่เหมาะสมต่อระบบปลูกมีความแข็งแรง สะอาด และทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ผุกร่อน หรือไม่เป็นอันตรายต่อรากผักและสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ ควรมีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย สะดวกต่อการติดตั้งและการใช้งาน</p><p>2.2 วัสดุปลูก ต้องเป็นวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการให้ออกซิเจน ธาตุอาหารและช่วยในการเจริญเติบโตของรากผัก ตลอดจนเป็นที่เกาะยึดค้ำยันต้นพืช ลักษณะของวัสดุปลูกที่ดี คือ เป็นที่เกาะยึดค้ำยันต้นผัก เป็นแหล่งสะสมน้ำและอาหาร และเป็นแหล่งที่ให้อากาศแก่ผัก</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*-rCD8F4vhLUcTbFK" /></figure><p>3. ปุ๋ยหรือธาตุอาหารพืช จัดว่าเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เนื่องจากเป็นการจัดการในการให้ปุ๋ยเคมีต่างๆ เพื่อทดแทนธาตุอาหารที่มีอยู่ในดิน เพราะการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์เป็นการให้ผักที่ปลูกได้รับสารอาหารพืช หรือสารละลายธาตุอาหารพืชที่ได้จากการนำธาตุอาหาร (แม่ปุ๋ย) ผสมกับน้ำ</p><p>4. น้ำ ที่ใช้ต้องมาจากแหล่งน้ำที่ดี มีคุณภาพดีและมีปริมาณเพียงพอต่อการปลูก ก่อนที่นำมาใช้ในการปลูกผักควรมีการนำตัวอย่างน้ำไปตรวจคุณภาพเสียก่อน</p><p>5. ระบบไฟฟ้า ใช้เพื่อเป็นต้นกำลังของพลังงานที่ขาดไม่ได้ ควรมีระบบไฟสำรองสำหรับบางช่วงที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า</p><p>6. ปั๊ม ใช้สำหรับส่งและก่อให้เกิดการไหลเวียนของสารละลายธาตุอาหารพืชและให้ออกซิเจนแก่รากพืช</p><p>7. เมล็ดพันธุ์ผัก หรือกล้าผักที่จะใช้ปลูก ควรเลือกพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ต้นกล้ามีความสำคัญต่อการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มาก เนื่องจากทำให้พืชสามารถเจริญเติบโตและตั้งตัวได้เร็ว เมล็ดพันธุ์ที่ดีต้องมีลักษณะตรงตามพันธุ์ มีเปอร์เช็นต์ความงอกสูง</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*K4Q-ip1eXqNBVncV" /></figure><p>8. วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมสารละลายธาตุอาหารพืช</p><p>8.1 ถังใส่สารละลายธาตุอาหารพืช ขนาดของถังขึ้นอยู่กับระบบของการปลูกเพื่อกักเก็บสารละลายธาตุอาหารให้เพียงพอ โดยทั่วไปจะฝังถังใส่สารละลายธาตุอาหารพืชไว้ใต้ดิน เพื่อลดอุณหภูมิของสารละลายและช่วยลดการระเหยของสารละลายได้อีกด้วย</p><p>8.2 ถุงมือ เพื่อใช้ในการเตรียม รักษาหรือควบคุมค่าความเป็นกรดด่าง (pH) เนื่องจากการปรับค่าความเป็นกรดด่างของสารละลายบางครั้งต้องใช้กรดเป็นตัวปรับเมื่อสารละลายมีความเป็นด่างมากเกิน</p><p>8.3 เครื่องชั่ง วัด ตวง ใช้ตวงปริมาณปุ๋ยหรือสารอาหารที่ใช้ในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์</p><p>9. วัสดุผูกมัดหรือรองรับต้นผัก กรณีที่ผักมีความสูง เช่น มะเขือเทศ แคนตาลูป รากไม่สามารถยึดติดกับวัสดุปลูกได้ จำเป็นต้องมีวัสดุรองรับต้นผัก เพื่อช่วยให้พืชที่มีลำต้นสูง และมีผลผลิตที่มีน้ำหนัก สามารถทรงตัวอยู่ได้ ซึ่งวัสดุผูกมัด ได้แก่ เชือก ลวด ไม้ค้ำ และอาจมีสิ่งผูกมัดติดกับต้นผักซึ่งส่วนมากทำจากพลาสติก</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*P6yI5pa1WeQtHuBy" /></figure><p>10. วัสดุ อุปกรณ์สำหรับควบคุมอุณหภูมิโรงเรือน สารละลายธาตุอาหารและวัสดุปลูก เนื่องจากประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ภายในโรงเรือน</p><p>11. อุปกรณ์สำหรับการตรวจวัดและควบคุมสารละลายธาตุอาหารพืช เครื่องมือตรวจวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างของสารละลายธาตุอาหารพืช (pH meter) เครื่องมือตรวจวัดค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายธาตุอาหารพืช (Electrical Conductivity Meter)</p><p>12. วัสดุอุปกรณ์และโรงเรือนบรรจุหีบห่อผลผลิต สำหรับการปลูกในเชิงการค้าจำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำหรับการทำความสะอาด คัดขนาด บรรจุหีบห่อภายใต้โรงเรือนที่ดีก่อนขนส่งไปตลาด</p><p>13. ห้องเย็นและระบบขนส่งที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งการผลิตในเชิงการค้าที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป จะมีอัตรากำลังในการผลิตที่สูง ควรมีห้องเย็น บรรจุภัณฑ์ และระบบขนส่งที่สามารถควบคุมอุณหภูมิความชื้นสัมพัทธ์ได้ เพื่อรักษาคุณภาพของผลผลิต โดยเฉพาะในกรณีที่แหล่งผลิตอยู่ไกลจากตลาดมาก</p><p><strong>ทราบหรือไม่?</strong></p><p><strong>อกริโมโมรวบรวมวัสดุอุปกรณ์ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในราคาค้าส่งมากที่สุดในไทย ตั้งแต่ ภาชนะที่ใช้ในการปลูก วัสดุปลูกเมล็ดพันธุ์ผัก ปุ๋ยและธาตุอาหาร ตลอดจนระบบปั๊มน้ำและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องมาให้พี่น้องเกษตรกรเลือกในที่เดียว</strong></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*dNteW_KINlt5bxy6" /></figure><p>ขอขอบคุณที่มาข้อมูล: กรมส่งเสริมการเกษตร</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=39217cf9fa82" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C-39217cf9fa82">รู้ทันสายอุปกรณ์ผักไฮโดรโปนิกส์</a> was originally published in <a href="https://medium.com/agrimomo">ศูนย์ความรู้ตลาดกลางค้าส่งปุ๋ยยา</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[รู้ทันวัชพืชในสวนลำไย]]></title>
            <link>https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A2-4c5cb19d6b6d?source=rss-30b091bf3cb1------2</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/4c5cb19d6b6d</guid>
            <category><![CDATA[farm-knowledge-center]]></category>
            <dc:creator><![CDATA[Marketing Team]]></dc:creator>
            <pubDate>Tue, 11 Jul 2023 08:03:56 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2023-07-11T08:03:56.666Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*V8zk01MoqKssxqUA" /></figure><p>ลำไยนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าทางการค้าให้กับประเทศไทย ปัจจุบันมีการปลูกกันหลากหลายพันธุ์ทั้งในฤดูและนอกฤดู โดยมีแหล่งปลูกที่สำคัญ คือ ภาคเหนือตอนบน การทำลําไยให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด คือ ลูกดก ผลโต ช่อใหญ่ การดูแลและการจัดการ นอกจากการให้น้ำและปุ๋ยจะมีผลอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของต้นลําไยแล้ว การดูแลและจัดการวัชพืชในสวนลำใยอย่างถูกต้องและเหมาะสม จะเป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้ต้นลำใยมีการเติบโตอย่างสมบูรณ์ พร้อมให้ผลผลิตที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน</p><p>อกริโมโมรวบรวมข้อมูลแนวทางการจัดการวัชพืชในสวนลำใยที่มักพบเห็นมาให้พี่น้องเกษตรกรทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นดังต่อไปนี้</p><blockquote><strong>1. วัชพืชฤดูเดียว แบ่งได้ 3 ประเภท ได้แก่</strong></blockquote><p>ก. ประเภทใบแคบ เช่น หญ้าตีนนก หญ้านกสีชมพู หญ้าตีนกา หญ้าขจรจบดอกเล็ก และหญ้ารังนก</p><p>ข. ประเภทใบกว้าง เช่น สาบแร้งสาบกา กระดุมขน ผักเบี้ยใหญ่ ผักโขม ก้นจ้ำขาว ผักแครดหัวแหวน และลำพาสี</p><p>ค. ประเภทกก เช่น กกทราย และกกหนวดแมว</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*0OqNCKFMrsnIGYsi" /></figure><blockquote><strong>2. วัชพืชข้ามปี แบ่งได้ 3 ประเภท ได้แก่</strong></blockquote><p>ก. ประเภทใบแคบ เช่น หญ้าคา หญ้าเห็บ หญ้าชันกาด และหญ้าขน</p><p>ข. ประเภทใบกว้าง เช่น สาบเสือ ผักปราบ และไมยราบเลื้อย</p><p>ค. ประเภทกก เช่น แห้วหมู และกกดอกตุ้ม</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*pVmmEcYkxGnTHdGv" /></figure><p>การจัดการวัชพืชในสวนลำไย โดยการใช้สารกำจัดวัชพืช สามารถจำแนกได้ 3 แนวทาง ได้แก่</p><p>ก. พ่นระหว่างแถว ทันทีหลังการไถครั้งที่สอง เพื่อควบคุมวัชพืชทั้ง ประเภทใบแคบและใบกว้างที่งอกจากเมล็ด เช่น อะลาคลอร์, อะทราซีน + อะลาคลอร์, อะลาคลอร์ + อะซิโทคลอร์</p><p>ข. พ่นระหว่างแถว ทันทีหลังการไถเพื่อควบคุมวัชพืชทั้งประเภทใบแคบ ประเภทใบกว้าง วัชพืชข้ามปี และประเภทกก เช่น อะลาคลอร์ + ไกลโฟเซต</p><p>ค. พ่นระหว่างแถว หลังตัดวัชพืช 7–10 วัน เพื่อควบคุมวัชพืชทั้งประเภท ใบแคบ ประเภทใบกว้าง วัชพืชข้ามปี และประเภทกก เช่น ไกลโฟเซต</p><p>หมายเหตุ: การใช้สารกำจัดวัชพืชทุกชนิด ต้องอ่านฉลากกำกับและคำแนะนำให้เข้าใจ เลือกใช้ให้ถูกกับชนิดพืชปลูกและ วัชพืช และใช้ตามอัตราที่แนะนำเท่านั้น</p><p><strong>ทราบหรือไม่?</strong></p><p><strong>อกริโมโมรวบรวมสารกำจัดวัชพืชในราคาค้าส่งมากที่สุดในไทย แค่พิมพ์ชื่อสามัญของสารกำจัดวัชพืชในเมนูค้นหา ก็หาสินค้าเจอง่ายๆ เช่น พิมพ์คำว่า “อะทราซีน” โดยไม่ต้องพิมพ์ชื่อสินค้า หรือ ชื่อแบรนด์ ก็หาสินค้าเจอง่ายๆที่อกริโมโม</strong></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/0*BQX8D50gyNnCbSX3" /></figure><p>ขอขอบคุณที่มาข้อมูล: กรมวิชาการเกษตร</p><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=4c5cb19d6b6d" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/agrimomo/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A2-4c5cb19d6b6d">รู้ทันวัชพืชในสวนลำไย</a> was originally published in <a href="https://medium.com/agrimomo">ศูนย์ความรู้ตลาดกลางค้าส่งปุ๋ยยา</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
    </channel>
</rss>