เทคนิคผ่อนบ้านหมดไว ประหยัดเงินได้เป็นล้าน!

คนมีบ้านทั้งหลายเป็นเหมือนกันไหมครับ? ผ่อนบ้านมาตั้งหลายปี จ่ายค่าผ่อนเดือนละเป็นหมื่น แต่เงินต้นกลับลดไปไม่ถึงแสน!

ถ้าใครกำลังเป็นแบบนี้ อยากรู้สาเหตุว่าทำไมเราผ่อนบ้านเท่าไหร่เงินต้นก็ไม่ลดสักที

เเล้วต้องทำอย่างไรบ้าง ให้ผ่อนบ้านหมดไวขึ้น วันนี้ #FINSTREET นำเทคนิคผ่อนบ้านหมดไว แถมประหยัดเงินได้เป็นล้าน มาฝากกันครับ

ผ่อนบ้านมาหลายปี แต่ทำไมเงินต้นไม่ลดสักที?

ที่เป็นแบบนี้เพราะในทุกๆครั้งที่เราผ่อนค่างวดบ้านให้กับธนาคาร เงินของเราจะถูกแบ่งเพื่อนำไปจ่ายใน 2 ส่วน คือ

  1. ส่วนดอกเบี้ย
  2. ส่วนเงินต้น

ซึ่งธนาคารจะคิดดอกเบี้ยจากยอดหนี้ทั้งหมดและทำการหักเป็นค่าดอกเบี้ยก่อน จากนั้นเหลือเท่าไหร่ถึงจะนำไปลดเงินต้นที่เรากู้ ดังนั้นหากเราต้องจ่ายดอกเบี้ยแพง ก็จะเหลือเงินไม่เท่าไหร่ไปหักเงินต้นนั่นเองครับ

หากใครยังไม่ค่อยเข้าใจ ไปดูตัวอย่างกันครับ

กรณีตัวอย่าง คือ กู้บ้าน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ย 7% /ปีระยะเวลาผ่อน 30 ปี และส่งค่างวดอยู่ที่เดือนละ 14,000 บาท
เมื่อเราส่งยอดผ่อนงวดแรก 14,000 บาท ธนาคารจะคิดดอกเบี้ย 7%จากยอดเงินกู้ทั้งหมด 2 ล้านบาท นั่นก็หมายความว่า
ธนาคารหักเป็นค่าดอกเบี้ย 11,925 บาท และเหลือยอด 2,075 บาท ไปหักยอดหนี้ 2 ล้านบาท
ยอดหนี้เราก็จะเหลือทั้งหมด 1,997,925 บาท นั่นเองครับ

จะเห็นได้ว่าดอกเบี้ยเป็นปัญหาหลักๆที่ทำให้ยอดเงินต้นของเราลดลงได้น้อย

แล้วถ้าอยากผ่อนบ้านหมดไว ทำอย่างไรได้บ้าง?

2 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณจ่ายดอกเบี้ยลดลง ผ่อนบ้านหมดไวขึ้น มีดังนี้ครับ

เทคนิคที่ 1 : โปะเงินผ่อนเพิ่ม

ในการโปะเงินผ่อนเพิ่มสามารถทำได้ 2 ทางครับ คือ

1.ทยอยโปะทีละนิด : เช่น ปกติคุณผ่อนอยู่เดือนละ 14,000 บาท ก็เพิ่มเป็นผ่อนเดือนละ 16,000 บาท ซึ่งจำนวนที่คุณโปะเพิ่มมานี้ก็จะได้นำไปลดยอดเงินต้นได้โดยตรงเลย ทำให้ในงวดถัดๆไป คุณก็จะได้จ่ายดอกเบี้ยถูกลงนั่นเองครับ

2.โปะก้อนใหญ่ : หากคุณไม่สะดวกเพิ่มยอดผ่อนในแต่ละเดือน ก็สามารถรอโบนัสออกเเล้วนำมาโปะเป็นก้อนใหญ่ทีเดียวก็ได้ครับ แต่เราขอแนะนำว่าให้ศึกษาว่าธนาคารที่คุณกู้ด้วยมีโปรโมชั่นการโปะเงินก้อนหรือไม่ เพราะในบางทีธนาคารก็จะมีโปรโมชันดีๆลดดอกเบี้ยให้สำหรับคนโปะเงินก้อนก็มีครับ

ซึ่งยอดขั้นต่ำที่เราอยากแนะนำให้คุณโปะเพื่อให้บ้านหมดไว้ คือควรโปะอย่างน้อย 5–10% ของยอดที่คุณผ่อนปกติ เพราะจะช่วยให้คุณผ่อนบ้านหมดไวขึ้นได้หลายปีเลยทีเดียวครับ

เทคนิคที่ 2 : รีไฟแนนซ์บ้านทุกๆ 3 ปี : การรีไฟแนนซ์คือการย้ายหนี้ของเราจากธนาคารหนึ่งไปผ่อนกับอีกธนาคารหนึ่ง​ ซึ่งผลที่ตามมาของการรีไฟแนนซ์คือธนาคารใหม่จะเสนออัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าให้ ทำให้คุณสามารถปิดหนี้ได้ไวขึ้นนั่นเองครับ

รีไฟแนนซ์บ้านทุก 3 ปี จะประหยัดดอกเบี้ยได้เท่าไหร่?

หากใครยังไม่รู้ว่าการรีไฟแนนซ์ช่วยให้คุณประหยัดดอกเบี้ยบ้านไปได้เท่าไหร่ เราทำตารางเปรียบเทียบดอกเบี้ยทั้งหมดที่คุณต้องจ่ายในกรณีผ่อนปกติแบบไม่รีไฟแนนซ์ และอัตราดอกเบี้ยกรณีผ่อนแบบรีไฟแนนซ์ทุกๆ 3 ปีมาให้คุณเเล้วครับ

*ผ่อนปกติคำนวณจากดอกเบี้ย 7% ต่อปี ผ่อน 30 ปี ,รีไฟแนนซ์คำนวณจากดอกเบี้ย 3.5% ต่อปีผ่อน 30 ปี และ รีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี ที่อัตราดอกเบี้ย 3.5% ต่อปีโดยที่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆในการรีไฟแนนซ์

จะเห็นได้ว่าการรีไฟแนนซ์นั้นนอกจากจะช่วยให้ภาระการผ่อนบ้านในแต่ละเดือนของคุณลดลงแล้ว ยังช่วยให้ประหยัดค่าดอกเบี้ยได้หลักแสนถึงหลักล้านเลยทีเดียวครับ

เห็นแบบนี้เเล้วเริ่มสนใจอยากรีไฟแนนซ์กันแล้วใช่ไหมครับ?

วันนี้ #FINSTREET เลยนำโปรโมชั่นดีๆ จาก#Kbank มาฝากกันครับ

รีไฟแนนซ์อย่างไร ให้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!

ใครผ่อนบ้านมาเเล้ว 3 ปี อยากรีไฟแนนซ์ ต้องรีบเลยนะครับ เพราะช่วงนี้ #ธนาคารกสิกรไทย มีโปรโมชั่นเด็ด #สุขยกบ้าน ที่ช่วยให้คุณคุ้มยิ่งกว่า! ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ และฟรีค่าจดจำนองสูงสุด 200,000 บาท พร้อมรับสิทธิ์กู้เพิ่ม ดอกเบี้ยต่ำ!ผ่อนสูงสุด 30 ปี ได้ยาวถึงอายุ 70 ปี!

รู้ผลอนุมัติเบื้องต้นได้ภายใน 3 วัน

เพียงยื่นกู้ ตั้งแต่วันนี้ — 12 เม.ย. 62 และจดจำนองภายในวันที่ 15 พ.ค. 62

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามข้อมูล ได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ http://bit.ly/2O9tPgo

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

#สุขยกบ้าน #Kbank #Refinance