ตอนที่ 21 “ปัดกวาดเช็ดถู!”


เชิงอรรถ

สะบาโต

วันสะบาโต (Sabbath) เป็นวันสำคัญทางศาสนายูดาห์และศาสนาคริสต์ สะบาโต มาจากภาษาฮีบรูแปลว่า “พัก” พระเจ้าทรงสร้างโลก 6 วัน และทรงพักในวันที่ 7 เพื่อให้มนุษย์ได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่าง

จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์ อพยพ 20:8

สะบาโตยิว และสะบาโตคริสเตียน ไม่เหมือนกัน

  1. วันสะบาโตของยิว คือวันเสาร์วันเดียว พระเจ้าไม่เคยสั่งให้ใครเปลี่ยนเป็นวันอาทิตย์ ส่วนสะบาโตของคริสเตียน คือทุกวันทุกเวลานาที
  2. มีความเชื่อว่าในช่วง ค.ศ. 321 พระเจ้าคอนสแตนตินได้ย้ายวันสะบาโตจากวันเสาร์เป็นวันอาทิตย์ คริสเตียนสมัยต่อมาก็ได้ทำตามจนถึงปัจจุบัน คำสั่งเรื่องการถือรักษาวันสะบาโตก็เป็นพระบัญญัติข้อที่ 4 จากบัญญัติ 10 ประการ ที่พระเจ้าทรงประทานผ่านทางโมเสสซึ่งข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ได้สร้างความรู้สึกไม่สบายใจต่อ คริสเตียนจำนวนมาก เนื่องจากเกรงว่าตนเองกำลังละเมิดพระบัญชาเรื่องวันสะบาโต
  3. สะบาโตของยิวเป็นฝ่ายร่างกาย ห้ามไม่ให้ทำงาน ทำกับข้าว เดินออกจากบ้านไปไกล หรือซื้อขาย แต่ให้พักผ่อนจากการงานทั้งสิ้น ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว และอธิษฐานอ่านพระคัมภีร์ (เดิม) และถ้าไม่รักษาจะมีโทษ
    สะบาโตของคริสเตียนเป็นฝ่ายวิญญาณ เราทำงานวันไหนก็ได้ ทำกับข้าว เดินออกจากบ้านไปไกล ซื้อขาย ประกาศข่าวประเสริฐ รับใช้ หรือไปนมัสการ/สามัคคีธรรมร่วมกับพี่น้อง
  4. ในระยะแรก สาวกไปร่วมนมัสการกับยิวที่พระวิหารและธรรมศาลา แต่ต่อมาได้ย้ายมาเป็นวันแรกของสัปดาห์ เพื่อฉลองการฟื้นขึ้นมาจากความตายของพระเยซู ถัดมาเมื่อมีพระบัญญัติใหม่ วันสะบาโตของชาวยิวได้ถูกลบล้างออกไปที่กางเขนที่ซึ่งพระคริสต์ “ทรงฉีกกรรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆซึ่งขัดขวางเรา”
  5. สมัยพระสัญญาเดิม ถ้ายิวไม่รักษาสะบาโตจะต้องถูกลงโทษ แต่สมัยยุคพระคุณ (พระสัญญาใหม่) ถ้าคริสเตียนไม่มีสันติสุขทุกวันเวลานาที คือละเมิดสะบาโตของพระเยซู

พระพุทธเจ้าในอดีต

เรามักจะได้ยินกันว่าในโลกนี้มีผู้ที่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้ามาแล้วเท่ากับจำนวนเม็ดทรายที่มีในมหาสมุทร ซึ่งเปรียบเทียบได้ราวกับมีจำนวนนับไม่ถ้วนนั่นเอง

แต่พระนามของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ต่างๆกลับมีไม่มากนัก เรื่องราวของพระพุทธเจ้าในอดีต ได้ปรากฏในพุทธศาสนาหลายคัมภีร์ หลายนิกาย โดยพระโคตมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเรื่องของพระพุทธเจ้าในอดีตซึ่งได้ถูกบันไว้ 27 พระองค์ ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงพระทีปังกรพุทธเจ้าด้วย

พระทีปังกรพุทธเจ้า

เป็นพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ในโลกก่อนพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ถือเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกในพุทธวงศ์ของพระโคตมพุทธเจ้า 
พระโคดมพุทธเจ้าในอดีตชาติได้ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็บำเพ็ญบารมีอย่างต่อเนื่องจนได้มาพบกับพระทีปังกรพุทธเจ้าแล้วได้รับพยากรณ์จากพระทีปังกรพุทธเจ้าว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นอน


เรือโนอาห์

เรือโนอาห์ (Noah’s Ark) ถูกกล่าวถึงในพระธรรมปฐมกาลบทที่ 6 (Genesis) ก่อนที่พระเจ้าจะทรงทำลายมนุษย์ด้วยการทำให้น้ำท่วมโลก

ในยุคสมัยหนึ่งบาปและความชั่วได้แพร่ไปในโลกอย่างรวดเร็ว โนอาห์และครอบครัวยังคงพยายามทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้า พระ​ยะโฮวาจึงตัดสินพระทัยที่จะทำลายคนชั่วช้าจึงสั่งกับโนอาห์ให้ประกอบเรือตามแบบที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ดังนี้

วัสดุประกอบเรือ ไม้สนโกเฟอร์
ความยาว 300 ศอก (150 เมตร หรือ 15,000 เซนติเมตร)
ความกว้าง 50 ศอก (25 เมตร หรือ 2,500 เซนติเมตร)
ความสูง 30 ศอก (15 เมตร หรือ 1,500 เซนติเมตร)
จำนวนชั้น 3 ชั้น พร้อมดาดฟ้าเรือ มีหลังคาสูง 1 ศอก (50 เซนติเมตร)
ยาชันทั้งภายนอกภายใน
แบ่งเรือออกเป็นห้อง (ไม่ได้ระบุจำนวนห้อง)

Noah’s Ark on Mount Ararat by Simon de Myle

หลายสิบปีผ่านไปโนอาห์ก็ต่อเรือได้สำเร็จ เมื่ออายุได้ 600 ปี(มนุษย์สมัยนั้นมีอายุยืนเมทูเซลาห์ปู่ของโนอาห์มีอายุ 969 ปี)พระเจ้าก็ได้สั่งโนอาห์พร้อมสัตว์ต่างๆให้เข้าไปในเรือ หลังจากพระเจ้าได้ปิดประตูเรือฝนก็เริ่มตกอย่างหนักเป็นเวลา 40 วัน 40 คืน จนแผ่นดินทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำ

น้ำท่วมนี้ได้กินเวลาไปถึง 150 วัน และใช้เวลาอีก 150 วันเพื่อให้แผ่นดินแห้งพอให้ลงไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่วนเรือโนอาห์นั้นไปค้างอยู่บนยอดเขาอารารัต เมื่อลงจากเรือแล้วโนอาห์จึงเผาสัตว์เพื่อบูชาแก่พระ​ยะโฮวา พระเจ้าจึงบันดาลสายรุ้งเพื่อเป็นเครื่องหมาย​ที่​ทำ​ให้​ระลึก​ถึง​สัญญา​ว่าจะไม่เกิดเหตุเช่นนี้อีก


แซมสันกับเดลิลาห์

แซมสันเป็นลูกของโนอาห์ที่ได้รับพรจากพระเจ้าให้มีพละกำลังมากกว่าคนเท่าไปหลายเท่า ชาวฟีลิสเตีย​ซึ่งเป็นศัตรูกับชาวอิสราเอลจึงออกอุบายให้​เดลิลาห์​ภรรยา​ของ​แซมสันไปหลอกถามจุดอ่อนของพลังอันมหาศาลมาให้ได้

แซมสันทนความรบเร้าของภรรยาไม่ไหวจึงหลุดปากบอกความลับของตัวเองไปว่าตนเป็น​นาศีร์ ได้รับพรจากพระเจ้า แต่หากตัดผมพลังก็จะหายไป เมื่อสบโอกาสขณะที่แซมซั่นซบหลับอยู่บนตัก เดลิลาห์​จึงจัดการโกนผมทิ้งทันทีและส่งตัวให้ชาวฟิลิสเตียนำไปขังอยู่ในเรือนจำ

José Echenagusía — Samson and Delilah