9 บทเรียนจากเกมเศรษฐีสู่ชีวิตจริง

บางคนคิดว่าการเล่นเกมเศรษฐี LINE Let’s Get Rich ให้ชนะได้ต้องอาศัยการอัพการ์ดอัพลูกเต๋า แต่ก็เห็นกันบ่อยๆ ว่าพวกการ์ดระดับสูงๆ ลูกเต๋าเทพๆ ก็แพ้หนูยิ้มคลาส C ได้เหมือนกัน บางคนก็คิดว่าเป็นเรื่องของดวง แต่ความจริงแล้วมันมีศาสตร์ของการเงินการลงทุนที่ช่วยเพิ่มโอกาสชนะอยู่ครับ

คลิก Like สักนิด เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนบทความครับ

ก่อนอื่นอยากให้ดูผลงานของผมก่อน อาจไม่เทพเท่าของหลายๆ คน แต่ก็ถือว่าไม่น่าเกลียด อัตราชนะประจำสัปดาห์ของผมอยู่ที่ 70% ส่วนสถิติรวมทั้งหมดอยู่ที่ 59% (ช่วงแรกๆ ยังเล่นไม่เป็น เลยแพ้บ่อยหน่อย)

หลักการเล่นของผมประยุกต์มาจากการบริหารจัดการการเงินและการลงทุนในชีวิตจริง ขอสรุปมาเป็นบทเรียน 9 ข้อตามนี้ครับ

1. ออมก่อนรวยกว่า

ก่อนจะเริ่มเกมทุกครั้ง ผมจะจ่าย 200 เพื่อรับโบนัสค่าเบี้ยเลี้ยง x2 สิทธิ์นี้ช่วยให้ผมได้เบี้ยเลี้ยงสองเท่าเมื่อผ่านจุด Start รอบแรก (เช่น ได้เพิ่มจาก 300 เป็น 600) ดูเผินๆ เหมือนเป็นจำนวนเงินที่ไม่เยอะ แต่ในช่วงเริ่มเกมที่ผู้เล่นทุกคนต่างแข่งขันกันชิงพื้นที่ การมีเงินมากกว่าคนอื่นย่อมทำให้มีโอกาสซื้อเมืองได้มากกว่า ในชีวิตจริง ถ้าคุณจะลงทุนในทรัพย์สินอะไรสักอย่างก็ต้องใช้เงินเก็บไปซื้อ ตอนที่ผมเริ่มทำงานประจำ ยังไม่มีภาระอะไรมาก ผมใช้วิธีหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งเพื่อนำไปฝากประจำทุกเดือน หลังจากฝากครบ 24 เดือน ผมก็ได้เงินก้อนเป็นจำนวนหลายแสนบาทที่สามารถนำไปลงทุนซื้อหุ้นได้ ผมสังเกตว่าเด็กสมัยนี้บางคนได้เปรียบกว่าผมอีก เพราะพยายามเก็บเงินค่าขนมและหางานเสริมทำขณะที่ยังเรียนอยู่ จนมีเงินก้อนเป็นแสนได้ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ แล้วก็เริ่มเข้าตลาดหุ้นตั้งแต่ตอนนั้น จนสามารถเกษียณเร็วเกษียณรวยได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสามสิบ

2. เวลามีค่ากว่าเงิน

หลายคนคงเคยเจอสถานการณ์ที่เปิดเกมมาก็ทอยได้ 8 ตกช่องเกาะร้างเลย (หรือติดคุกในแผนที่ประเทศไทย) เรียกว่ายังไม่ทันได้ซื้อเมืองแต่กลับมีเรื่องให้เสียเวลาแล้ว กรณีแบบนี้ผมจะจ่ายเงินเพื่อทอยลูกเต๋าทันที ผมมองว่าช่วงตั้งตัว ถึงเงินจะมีค่า แต่เวลามีค่ากว่า ในชีวิตจริง ช่วงที่คุณยังหนุ่มสาว ควรใช้เวลาที่มีให้เป็นประโยชน์ที่สุด จันทร์ถึงศุกร์ทำงานประจำ เสาร์อาทิตย์ควรหาอะไรทำที่มีค่าต่อชีวิตในอนาคต บางคนทำงานเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ตัวเอง บางคนเรียนรู้ฝึกฝน Skill บางอย่างเพิ่มเติม ส่วนตัวผมมักใช้วันหยุดเพื่อรับงานบรรยายเป็นรายได้เสริม หรือไม่ก็เขียนบล็อกซึ่งผมมองว่าเป็นทรัพย์สินแบบหนึ่งที่จะสร้างรายได้ให้ในอนาคต

3. ทรัพย์สินเยอะแต่ขาดเงินสดก็เจ๊ง

เวลาเจอผู้เล่นที่ตกช่องไหนก็ซื้อดะตั้งแต่รอบแรกๆ ตกเมืองผมก็ยอมซื้อต่อในราคาสองเท่า จนมีทรัพย์สินเยอะแยะมากมาย แต่ที่ไม่มีก็คือเงินสด แล้วพอเล่นไปสักพักก็มาตกในเมืองแพงๆ ของผม ไม่มีเงินก็กู้มาจ่ายค่าผ่านทาง พอตกเมืองผมอีกรอบก็เริ่มต้องขายเมืองตัวเอง หรือไม่ก็ถึงขั้นล้มละลายไปเลย ผมชอบคู่แข่งที่ซื้อดะแบบนี้มาก และมักภาวนาให้เขาซื้อต่อเมืองผมในราคาสองเท่า เพื่อที่ผมจะได้มีเงินสดเยอะขึ้นเอาไว้ไปซื้อเมืองอื่นแทน ในชีวิตจริง คนเราจะมีแต่ทรัพย์สินสภาพคล่องต่ำเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะถ้าชีวิตเกิดอุบัติเหตุต้องใช้เงินสดขึ้นมาก็จะลำบาก พอร์ตการลงทุนของผมจึงไม่มีอสังหาริมทรัพย์เลย เพราะผมไม่รู้วิธีปล่อยของให้ได้เงินเร็วๆ คอนโดที่มีก็เพื่อการอยู่อาศัยเอง พอร์ตของผมเน้นไปที่หุ้น กองทุนรวม และเงินฝากธนาคาร ซึ่งผมจะมีเงินสดอยู่พอสมควรสำหรับรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ส่วนเงินที่อยู่ในหุ้นก็เป็นเงินเย็นที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในเวลาอันสั้น หลายธุรกิจยอดขายดีมาก แต่สุดท้ายก็เจ๊งเพราะหมุนเงินไม่ทัน เนื่องจากต้องรีบเอาเงินไปจ่ายให้ซัพพลายเออร์ แต่กว่าจะเก็บเงินลูกค้าได้ก็อีก 90 วัน

4. โอกาสมีเยอะ ทรัพยากรมีน้อย

ช่วงเปิดเกม เมืองส่วนใหญ่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าของ แปลว่ามีโอกาสอยู่เต็มไปหมดทั้งกระดาน ทอยลูกเต๋าไปตกเมืองไหนก็ซื้อเมืองนั้น บางคนตกเมืองแพงๆ อย่างนิวยอร์คหรือกรุงเทพก็ซื้อเต็มสูบเลย 2 หลังบ้าง 3 หลังบ้าง กลายเป็นว่าเงินหมด พออนาคตไปตกเมืองที่ทำให้เราได้ Color Victory แต่ก็ไม่มีเงินซื้อแล้ว ในชีวิตจริง เราจะได้พบโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งโอกาสเหล่านี้มาพร้อมกับภาระการตัดสินใจว่าเราจะทำอย่างไรกับโอกาสที่เข้ามา เด็กจบใหม่อาจต้องตัดสินใจว่าจะทำงานประจำ ทำฟรีแลนซ์ ทำ Startup หรือจะเรียนต่อ ซึ่งแต่ละเส้นทางก็ต้องใช้ทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นเงินหรือเวลา ผมคิดว่าวัยหนุ่มสาวเป็นวัยที่พร้อมจะเปิดรับโอกาสหลายๆ อย่างที่ใช้ความรู้ ความสามารถ และความทุ่มเท ลองเปิดรับโอกาสเหล่านี้เพื่อจะได้เรียนรู้ว่ามันเป็นโอกาสที่ดีหรือเปล่า เหมาะกับเราหรือเปล่า ผมเคยลองทำ MLM เพื่อจะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง ซึ่งสุดท้ายก็ได้รู้ว่าตัวเองไม่เหมาะ และพบว่าสิ่งที่เหมาะกับตัวเองก็คือการทำเว็บนี่แหละ

5. รู้จักบริหารความเสี่ยง

อีกหนึ่งเทคนิคที่ผมใช้ในเกมคือการซื้อไอเท็มคี่/คู่เพื่อสิทธิ์ในการเลือกทอยลูกเต๋าให้ได้แต้มคี่หรือคู่ 3 ครั้ง ผมมักจะใช้สิทธิ์นี้เวลาที่กำลังเข้าไปใกล้เมืองแพงๆ ของคู่แข่ง จะได้เลี่ยงไม่ไปตกที่เมืองของเขา ซึ่งทั้งลดเงินสดของเรา แถมยังไปเพิ่มเงินสดให้อีกฝ่ายเอาไปซื้อเมืองเพิ่มได้อีก ในชีวิตจริง เราควรบริหารความเสี่ยงด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ซื้อประกัน หลีกเลี่ยงการลงทุนความเสี่ยงสูงที่เราไม่คุ้นเคย หรือศึกษาข้อมูลจากผู้รู้ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน ก่อนจะเข้าสู่ตลาดหุ้น ผมเริ่มต้นด้วยการซื้อหนังสือของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร มาอ่านเพื่อให้เข้าใจว่าการลงทุนในหุ้นมันเป็นยังไง และเริ่มลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มาก เวลาขาดทุนจะได้ไม่หนักเกินไป

6. จิตวิทยาการลงทุน

เวลาที่คู่แข่งมาตกในเมืองแจ็คพ็อตของผมและต้องจ่ายค่าผ่านทางเป็นจำนวนมาก ผมจะมีนิสัยเสียอย่างหนึ่งคือการส่งข้อความไปว่า “ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ” ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้อีกฝ่ายทั้งเซ็งทั้งเจ็บใจ และอาจตัดสินใจในตาต่อๆ ไปด้วยความวู่วาม ซึ่งจะทำให้ผมชนะเกมได้เร็วขึ้น ในชีวิตจริง บางครั้งเราก็ต้องนำหลักจิตวิทยามาใช้ในการลงทุน อาจารย์สอนวิชาไฟแนนซ์ตอนผมเรียนปริญญาโทเป็น CFO ของบริษัทประกันภัยที่เคยอยู่ในตลาดหุ้น (ตอนหลังซื้อหุ้นคืนจากตลาดแล้ว) เคยเล่าให้ฟังว่าหน้าที่ของอาจารย์ในฐานะ CFO คือการนำเงินค่าเบี้ยที่ได้จากลูกค้าไปลงทุนในทรัพย์สินให้งอกเงย โดยส่วนหนึ่งนำไปลงทุนในหุ้น ซึ่งต้องอาศัยความรู้ด้านการประเมินมูลค่าหุ้น แต่อาจารย์ก็กำลังรับสมัครพนักงานที่จบด้านจิตวิทยาเพื่อมาช่วยวิเคราะห์อารมณ์ของนักลงทุนในตลาดหุ้น จะได้รู้ว่าควรเข้าลงทุนในจังหวะไหน

7. สู้เข้าไปอย่าได้ถอย

มีอยู่เกมนึงที่ผมเสียเปรียบคู่แข่งมาก คู่แข่งมีเมืองแพงๆ เรียงกันเป็นแพ ผมไปตกเมืองเขาหลายครั้ง ต้องกู้เงิน ต้องขายเมือง คู่แข่งตกช่องการ์ดดวงบ่อยมาก ได้ทั้งการ์ดป้องกัน การ์ดโจมตีผม โดนบังคับขายเมืองแพงๆ เรียกว่าแทบจะถอดใจล้มละลายอยู่แล้ว ตอนนั้นผมมีเมืองท่องเที่ยวอยู่ 4 เมือง ส่วนอีกเมืองเป็นของคู่แข่ง บังเอิญว่าคู่แข่งไปตกช่องการ์ดดวงอีกรอบ ได้การ์ดแลกเมือง ด้วยความที่คู่แข่งมีแต่เมืองแพงๆ ก็เลยเอาเมืองท่องเที่ยวที่ถูกสุดมาแลกกับผม ผมเลยได้เมืองท่องเที่ยวครบ 5 เมือง ชนะ Tourism Victory ไปเลย ในชีวิตจริง ความสำเร็จคงไม่ได้มาโดยง่าย เราพยายามจนถึงที่สุดแล้วหรือยัง หรือเราแค่พยายามนิดๆ หน่อยๆ พอเห็นว่าไม่สำเร็จสักทีก็ถอดใจเสียก่อน

8. แพ้ให้เป็น

ข้อนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกับข้อที่แล้ว แต่ในบางสถานการณ์ การยอมแพ้อาจจะดีกว่ายื้อต่อไป เช่น ถ้าอีกฝ่ายกำลังจะได้ Triple Victory หรือ Line Victory หรือ Tourism Victory ขณะที่เราตกอยู่ในสภาพที่ไม่ดีนัก ถ้าเราดันทุรังต่อไปจนอีกฝ่ายชนะ เราอาจจะต้องเสียคะแนนหลายเท่า แบบนี้ผมจะเลือกล้มละลายทันทีที่มีโอกาส ผมเคยเจอคู่แข่งที่เสียเปรียบผมมากและผมกำลังจะได้ Triple Victory แล้วจู่ๆ เขาทอยไปตกเที่ยวรอบโลก แล้วเขาก็เลือกมาลงเมืองแพงๆ ของผมเพื่อล้มละลายเองเลย ในชีวิตจริง ผมคิดว่าเราควรมีจุด Cut Loss เราอาจตัดสินใจลงทุนในหุ้นตัวนึงที่เราคิดว่าดี ต่อมาพอเรารู้ว่ามันไม่ดีอย่างที่คิด หรือเราซื้อมาในราคาแพง พอราคาตกมากๆ แบบนี้เราควรตัดใจขายทิ้งซะ จะได้เอาเงินไปซื้อหุ้นตัวอื่นที่ดีกว่านี้ อย่าปล่อยให้เงินจมไปกับหุ้นตัวใดตัวนึงเพียงเพราะเราทำใจขายขาดทุนไม่ได้

9. ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน

ช่วงแรกที่ผมเล่นเกมเศรษฐีจนเริ่มจับทริคได้ทำให้ชนะอยู่บ่อยๆ ผมมักนึกปรามาสคนที่บอกว่าเกมนี้ขึ้นอยู่กับดวง มีความรู้สึกเหมือนว่าคนไม่มีฝีมือก็เลยไปโทษดวง ต่อมาพอผมแพ้บ่อยๆ บ้าง ผมก็เริ่มคิดว่ามันอาจเป็นเรื่องดวงจริงๆ ก็ได้นะ แต่พอผมเจอทริคเรื่องเกจลูกเต๋าที่ช่วยให้เราพอจะเลือกได้ว่าอยากให้ไปตกช่องไหน คราวนี้ผมก็ชนะเป็นว่าเล่นเลย แถมชนะแบบที่อีกฝ่ายคงคิดว่าผมโชคดีมากด้วยนะ มีอยู่คนนึงที่ผมเล่นด้วย เล่นรอบแรกผมตกเที่ยวทางรถไฟบ่อยมากจนได้เมืองทำเลดีๆ ไปหมดเลย สุดท้ายผมชนะ Triple Victory พอรอบสองยิ่งแล้วใหญ่ ผมชนะ Tourism Victory ส่วนรอบสามก็ชนะ Triple Victory อีกครั้ง สุดท้ายอีกฝ่ายคงไม่มีใบโคลเวอร์เหลือแล้ว หรือไม่ก็คงเข็ด เลยไม่ได้เล่นกันต่อ ในชีวิตจริง บางครั้งเราเห็นคนที่ประสบความสำเร็จแล้วอาจรู้สึกว่าเขาโชคดี แต่เชื่อผมเถอะว่าเขาใช้ความสามารถและความพยายามมากกว่าที่คุณคิด ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ ขอเพียงคุณค้นพบ “ทริค” ของตัวคุณเอง

About อภิศิลป์ ตรุงกานนท์

มนุษย์เพศชายผู้บูชาวิถีแห่งการพ้นทุกข์ หาเลี้ยงชีพด้วยการพัฒนาเว็บไซต์ มีรายได้เสริมบ้างจากการเป็นวิทยากรและนักเขียนหนังสือ สามารถมีความสุขได้ง่ายๆ จากสิ่งเล็กน้อยรอบตัว


Originally published at macroart.net on August 10, 2014.

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.