โคโลสี บทที่ 4

“อย่ามองข้ามการอธิษฐาน” และคำว่า “อธิษฐาน” ในภาษากรีกคืออะไรกันแน่

1 ฝ่ายนายก็จงทำแก่เหล่าทาสของตนตามความยุติธรรมและสม่ำเสมอกัน เพราะท่านรู้ว่าท่านก็มีนายองค์หนึ่งในสวรรค์ด้วย

2 จงขะมักเขม้นในการอธิษฐาน จงเฝ้าระวังอยู่ในการนั้นด้วยขอบพระคุณ

  • พระวิญญาณตรัสผ่านเปาโลในจดหมายหลายๆ ฉบับให้ผู้เชื่ออธิษฐาน (สนทนาและพูดคุยกับพระเยซู) อย่างสม่ำเสมอ และให้ขอบพระคุณพระเจ้าในทุกกรณีไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นทั้งดีและร้าย เพราะเราเชื่อและวางใจในพระองค์ที่ทรงอนุญาตให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นกับเราในแต่ละวัน
  • ในพระคัมภีร์เดิมคำว่า “อธิษฐาน” ก็คืออธิษฐาน แต่ในพระคัมภีร์ใหม่ภาษากรีกเล็งถึงการสนทนาและการพูดคุยซึ่งต้องมีมากกว่าหนึ่งคนจึงจะสนทนาหรือพูดคุยกันได้ เพราะพระเจ้ามีพระประสงค์ให้เราสนิทในพระองค์ด้วยการสนทนาและพูดคุยกับพระคริสต์ในเรา ซึ่งผลดีก็คือเราจะได้รับการเต็มล้นด้วยสุขและเต็มล้นพระวิญญาณอยู่เสมอ และพระคริสต์จะก่อร่างของพระองค์ขึ้นเพื่อให้เราเกิดผลมากขึ้น (ยน. 15:1–5)

3 และอธิษฐานเผื่อเราด้วยเพื่อพระเจ้าจะได้ทรงโปรดเปิดประตูไว้ให้เราสำหรับพระวาทะนั้นให้เรากล่าวความลึกลับของพระคริสต์ ที่ข้าพเจ้าถูกจองจำอยู่ก็เพราะเหตุนี้

  • ผู้เชื่อและผู้รับใช้ทุกคนย่อมต้องการการอธิษฐานเผื่อของพี่น้อง เพราะไม่มีผู้ใดที่ทำงานคนเดียวหรือโดดเดี่ยวแล้วจะเกิดผลมากมายได้
  • ข้อลึกลับของพระคริสต์ คือ “คริสตจักร” หรือ “พระกาย”

4 เพื่อข้าพเจ้าจะได้กล่าวชี้แจงข้อความตามสมควรที่ข้าพเจ้าควรจะกล่าวนั้น

  • การอธิษฐานเผื่อจะทำให้ผู้ที่มีของประทานอยู่ในการควบคุมของพระวิญญาณเพื่อให้พูดตามน้ำพระทัยของพระบิดา

5 จงดำเนินชีวิตกับคนภายนอกด้วยใช้สติปัญญา จงฉวยโอกาส

  • “คนภายนอก” ในที่นี้คือคนที่ไม่เชื่อ
  • “ใช้สติปัญญา” ในที่นี้คือให้พระคริสต์เป็นสติปัญญาของเราและฉวยโอกาสเพื่อเรา

6 จงให้วาจาของท่านประกอบด้วยเมตตาคุณเสมอ ปรุงด้วยเกลือให้มีรสเพื่อท่านจะได้รู้ว่าควรตอบทุกคนอย่างไร

  • เราผู้เชื่อเป็น “เกลือ” และ “รสเค็ม” ก็คือคุณสมบัติ, บุคลิกลักษณะ, กิริยาอาการ, ถ้อยคำหรือคำพูด และการพูดจาของพระเจ้าผ่านเรา ขณะที่ “ความสว่าง” เล็งถึงการกระทำหรือสำแดงความชอบธรรมของพระคริสต์ต่อทุกคน

7 ทีคิกัสผู้เป็นน้องชายที่รักและเป็นผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อ และเป็นเพื่อนร่วมงานกับข้าพเจ้าในองค์พระผู้เป็นเจ้าจะบอกให้ท่านทราบถึงเหตุการณ์ทั้งปวงของข้าพเจ้า
8 ข้าพเจ้าใช้ผู้นี้ไปหาท่านก็เพราะเหตุนี้เอง คือให้เขาทราบถึงความเป็นอยู่ของท่านและเพื่อให้เขาหนุนน้ำใจของท่าน
9 ให้โอเนสิมัสผู้เป็นน้องชายที่รักและสัตย์ซื่อซึ่งเป็นคนหนึ่งในพวกท่านไปด้วย เขาทั้งสองจะเล่าให้ท่านทราบถึงเหตุการณ์ทั้งปวงที่นี่
10 อาริสทารคัสเพื่อนร่วมในการถูกจองจำกับข้าพเจ้า และมาระโกลูกชายของน้องสาวบารนาบัสฝากความคิดถึงมายังท่านทั้งหลาย (ท่านก็ได้รับคำสั่งถึงเรื่องมาระโกแล้วว่าถ้าเขามาหาท่านก็จงรับรองเขา)
11 และเยซูซึ่งมีชื่ออีกว่ายุสทัสก็เช่นกันซึ่งอยู่ในคณะที่เข้าสุหนัต จำเพาะคนเหล่านี้เท่านั้นเป็นเพื่อนร่วมการกับข้าพเจ้าในอาณาจักรของพระเจ้าซึ่งเป็นที่หนุนใจของข้าพเจ้า
12 เอปาฟรัสคนหนึ่งในพวกท่านและเป็นผู้รับใช้ของพระคริสต์ฝากความคิดถึงมายังท่าน ด้วยเขาสู้อธิษฐานเผื่อท่านอยู่เสมอหวังจะให้ท่านเจริญเป็นผู้ใหญ่และบริบูรณ์ในการซึ่งชอบพระทัยของพระเจ้าทุกสิ่ง

  • อย่ามองข้ามการอธิษฐานและคิดว่าไม่สำคัญ เพราะพระเจ้าจะทรงทำงานผ่านคำอธิษฐานของเราอย่างมากมายเพื่อการเติบโตของพี่น้องและเพื่องานรับใช้พระองค์

13 ข้าพเจ้าเป็นพยานให้เขาว่าเขาตรากตรำทำงานมากเพื่อท่าน และเพื่อคนที่อยู่ในเมืองเลาดีเซียและเพื่อคนที่อยู่ในเมืองฮิเอราบุรี
14 ลูกาแพทย์ที่รักกับเดมาสฝากความคิดถึงมายังพวกท่าน
15 ขอฝากความคิดถึงมายังพวกพี่น้องที่อยู่ในเมืองเลาดีเซีย กับนิมฟัสและคริสตจักรที่อยู่ในเรือนของเขาด้วย
16 และเมื่อพวกท่านได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้วจงส่งไปให้อ่านในคริสตจักรที่อยู่เมืองเลาดีเซียด้วย และจดหมายที่มาจากเมืองเลาดีเซียฉบับนั้นท่านก็จงอ่านด้วย
17 และจงบอกอารคิปปัสว่า “การรับใช้ซึ่งท่านได้รับในองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นจงระวังกระทำให้สำเร็จ”
18 คำแสดงความคิดถึงนี้เป็นลายมือของข้าพเจ้าเปาโล ขอท่านจงระลึกถึงโซ่ตรวนของข้าพเจ้า ขอให้พระคุณดำรงอยู่กับท่านด้วยเถิด เอเมน [เขียนจากกรุงโรมถึงชาวโคโลสี และส่งโดยทีคิกัสและโอเนสิมัส]

Jay Pou Lek Noy