ยอห์น บทที่ 6

6:2 คนเป็นอันมากได้ตามพระองค์ไป เพราะเขาเหล่านั้นได้เห็นการอัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทรงกระทำต่อบรรดาคนป่วย

- ท่ามกลางคริสเตียนมากมาย มีผู้เชื่อที่ชอบเห่อเรื่องการอัศจรรย์ การสัมผัส ฤทธิ์เดช ฝัน เครื่องหมาย หรือหมายสำคัญต่างๆ และพระพร มากกว่าที่จะติดตาม หรือใส่ใจในพระเยซูเอง

- เราผู้เชื่อที่โตแล้ว จะปล่อยให้เขาเหล่านี้ทำ จนกว่าจะถึงเวลาที่จะสอนได้ หรือ อธิษฐานเผื่อจนกว่าจะถึงเวลา

ข้อ 6–8 พระองค์จึงตรัสกับฟีลิปว่า “เราจะซื้ออาหารที่ไหน ให้คนเหล่านี้กินได้”

- คือการหยั่งดูจิตใจของสาวกว่า ควรจะหาทางออกทางไหนดี (การใช้สติปัญญาอาดัม)
- สาวกยอมรับว่ามีอาหารแค่นั้น แต่ผู้เชื่อมากมายทุกวันนี้ไม่ยอมรับว่า เขามีความสามารถและกำลังเพียงเล็กน้อย แต่ส่วนมากมักจะคิดว่า เขาเองก็มีดีอยู่ และถ้าพยายามฝึกฝน ก็จะเกิดผลได้

6:10 พระเยซูตรัสว่า “ให้คนทั้งปวงนั่งลงเถิด”

- คือการให้ยอมแพ้ หรือยอมจำนนต่อพระเจ้า และไม่ต้องยืน หรือดิ้นรนแสวงหา และกระวนกระวายอีกต่อไป แต่รับการช่วยเหลือจากพระเจ้าทุกทางครับ

6:11 แล้วพระเยซูก็ทรงหยิบขนมปังนั้น และเมื่อขอบพระคุณแล้ว ก็ทรงแจกแก่พวกสาวก และพวกสาวกแจกแก่บรรดาคนที่นั่งอยู่นั้น และให้ปลาด้วย ตามที่เขาปรารถนา

1. หยิบขนมปัง คือรับเอาของเราที่เรามี หรือเป็นเจ้าของมา
2. ขอบพระคุณ — ที่พระเจ้าทรงเลือกเราไว้ เพื่อที่จะยอมมอบชีวิตเก่า และถูกหักเพื่อเกิดผล
3. หักขนมปัง — ทำให้เรายอมจำนน ด้วยการข่มเหงและความยากลำบาก และยอมแพ้ที่จะแอบหยิ่ง หรือคิดว่าเราเองก็ยังมีดีอยู่
4. แจกให้เหล่าสาวก — พี่น้องผู้รับใช้ จะช่วยพวกเราแบ่งปันเรื่องมานา เพื่อการเกิดผลต่อไป
5. สาวกแจกให้ทุกคน (ที่นั่งลง) — ทุกคนที่ยอมนั่งลง และยอมกินพระเยซูผ่านพวกเราที่ประกาศ ก็จะได้อิ่ม

6:15 เมื่อพระเยซูทรงทราบว่า เขาทั้งหลายจะมาจับพระองค์ไปตั้งให้เป็นกษัตริย์ พระองค์ก็เสด็จไปที่ภูเขาอีกแต่ลำพัง

- เมื่อราชอาณาจักรสวรรค์ตกเป็นของชาวต่างชาติ และย้ายไปที่ยุคหน้าแล้ว พระเจ้าจึงไม่สามารถช่วยชาวยิวได้อีกแล้ว แต่ในเวลานั้น สิ่งที่พระเจ้าทำอยู่ คือการตามหาประชากรแห่งราชอาณาจักรสวรรค์ ซึ่งเป็นยิวส่วนน้อย และชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่


6:27 อย่าขวนขวายหาอาหารที่ย่อมเสื่อมสูญไป แต่จงหาอาหารที่ดำรงอยู่ถึงชีวิตนิรันดร์ ซึ่งบุตรมนุษย์จะให้แก่ท่าน เพราะพระเจ้าคือพระบิดา ได้ทรงประทับตรามอบอำนาจแก่พระบุตรแล้ว”

- “พระเจ้าคือพระบิดา ได้ทรงประทับตรามอบอำนาจแก่พระบุตรแล้ว”

- คนที่พระเจ้าทรงเลือกไว้แล้ว จะไม่สูญเสียความรอดอีกเลย เพราะถูกประทับตรา (พระวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวกับผู้เชื่อแล้ว)

- เมื่อเรากินพระคริสต์ ชีวิตที่ไม่ได้ถูกสร้าง หรือชีวิตพระเจ้าก็อยู่ในคนนั้น และเขาจะถึงความรอดในวันสุดท้าย

ข้อ 30–35

- มีการรับสองแบบ
 (1) เชื่อเข้าใน หรือเอาชีวิตเข้าไปอยู่ในพระคริสต์ (I believe into Christ.)
 (2) รับเอาพระคริสต์เข้ามาอยู่ในเรา (Accept Christ into me.)

- เป็นคนละอย่างที่ไม่เหมือนกัน เมื่อเรารับเชื่อ พระเจ้านำเอาเราเข้าไปอยู่ในพระคริสต์ และจากนั้น พระคริสต์ก็จะเข้ามาอยู่ในเรา ยน. 20:22 คือเรารับพระองค์เข้ามาในเรา ส่วน 1 คร. 1:30 คือเราเข้าไปอยู่ในพระคริสต์

6:35 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นอาหารแห่งชีวิต ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิวอีก และผู้ที่เชื่อในเราจะไม่กระหายอีกเลย

- มาหาเรา และเชื่อในเรา ในที่นี้ไม่ใช่มาเชื่อเฉยๆ เหมือนคริสเตียนทุกวันนี้ครับ แต่มาหา อธิษฐาน อ่าน สนิท สนทนา และสามัคคีธรรมที่ถูกวิธี ไม่ใช่แบบศาสนา ที่ใช้กันตามคริสตจักรต่างๆ

6:37 สารพัดที่พระบิดาทรงประทานแก่เราจะมาสู่เรา และผู้ที่มาหาเรา เราก็จะไม่ทิ้งเขาเลย

- ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาก็จะมาหาพระเยซู และรับพระองค์ไม่ช้าก็เร็ว ไม่ยากก็ง่าย (ดูข้อ 44–45, 66)

6:41 พวกยิวจึงบ่นพึมพำกันเรื่องพระองค์ เพราะพระองค์ตรัสว่า “เราเป็นอาหารซึ่งลงมาจากสวรรค์”

- จากนี้ไป ยิวก็เริ่มไม่พอใจพระเยซูอีกแล้ว (ในบทที่ 5 ก็ตามหาพระเยซู เพราะทรงรักษาคนง่อยที่ริมสระ)

6:46 ไม่มีผู้ใดได้เห็นพระบิดา นอกจากท่านที่มาจากพระเจ้า ท่านนั้นแหละ ได้เห็นพระบิดาแล้ว

- รวมทั้งทูตสวรรค์ด้วย ซึ่งไม่เคยมีใครได้เห็นพระเจ้าอย่างครบถ้วนสมบูรณ์เลย จนกว่าพระเยซูเสด็จมา ทุกคนจึงเห็นพระเจ้าพระบิดา

- สมัยก่อนเมื่อพระเจ้ามาหามนุษย์ พระเจ้าจะใช้ร่างจำลองเพื่อติดต่อมนุษย์ได้

6:51 เราเป็นอาหารที่ธำรงชีวิต ซึ่งลงมาจากสวรรค์ ถ้าผู้ใดกินอาหารนี้ ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร์ และอาหารที่เราจะให้เพื่อเป็นชีวิตของโลกนั้น ก็คือเนื้อของเรา”

6:52 แล้วพวกยิวก็ทุ่มเถียงกันว่า “ผู้นี้จะเอาเนื้อของเขาให้เรากินได้อย่างไร”

6:53 พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กินเนื้อและดื่มโลหิตของบุตรมนุษย์ ท่านก็ไม่มีชีวิตในตัวท่าน

- **กินเลือดกินเนื้อ ในที่นี้คืออ่าน และรับขณะที่หายใจเข้าออก ด้วยความเชื่อว่าได้รับชีวิตเข้าไป ทางการอ่านและการหายใจครับ**

- **อาดัมพลาดโอกาส ไม่ได้กินพระเจ้าเข้าไป จึงไม่มีชีวิต แต่เรามีโอกาสรับชีวิตพระเจ้า ทางการกินพระคริสต์เยซู**

- **ใครที่ไม่กิน ก็ไม่มีชีวิตพระเจ้าอยู่ในเขา (ข้อ 53)**

6:54 ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเราก็มีชีวิตนิรันดร์ และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย

- มีชีวิตนิรันดร์ ในที่นี้คือมีชีวิตของพระเจ้าที่ไม่ได้สร้าง คือมีอยู่แล้ว และเป็นสภาพอมตะครับ

- การรับชีวิตพระเจ้าเข้ามา ภาษาทั่วไปใช้คำว่า มีชีวิตอันตลอดไปเป็นนิตย์ ทำให้คลาดเคลื่อนจากความหมายเดิมครับ

- เมื่อรับชีวิตพระเจ้า เราจะรับ
 (1) ความรอด
 (2) ความหวัง
 (3) สันติสุขแท้จากภายใน
 (4) พระพรทุกประการ
 (5) กลายเป็นบุตรพระเจ้า

6:55 เพราะว่าเนื้อของเราเป็นอาหารแท้ และโลหิตของเราก็เป็นของดื่มแท้

6:56 ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเรา ผู้นั้นก็อยู่ในเรา และเราอยู่ในเขา

- คือการรับพระเจ้าในแต่ละวันผ่านการอ่าน หายใจ และเชื่อว่ากินและดื่มพระคริสต์เยซู

- ผู้นั้นก็อยู่ในเรา และเราอยู่ในเขา *คือการสนิทในพระเจ้า และพระเจ้าสนิทในเรา สองคนในร่างเดียวทุกวันเวลา*

6:57 พระบิดาผู้ทรงดำรงพระชนม์ได้ทรงใช้เรามา และเรามีชีวิตเพราะพระบิดานั้นฉันใด ผู้ที่กินเรา ผู้นั้นก็จะมีชีวิตเพราะเราฉันนั้น

- พระเจ้าให้โอกาสมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเมื่อก่อนอาดัมพลาดโอกาส

- แท้ที่จริงแล้ว การรับผลไม้แห่งชีวิต คือรับชีวิตพระเจ้าในสวนเอเดน เพื่อจะเป็นสองคนในร่างเดียว พระเจ้าเข้ามาอยู่ในเรา และเราอยู่ในพระเจ้า

- อาดัมกลับรับชีวิตซาตานเข้ามาในเขา และมันเข้าอยู่ในอาดัม ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

6:58 นี่แหละเป็นอาหารซึ่งลงมาจากสวรรค์ ไม่เหมือนกับมานาที่พวกบรรพบุรุษของท่านได้กินและสิ้นชีวิต ผู้ที่กินอาหารนี้จะมีชีวิตนิรันดร์”

- มานาที่พวกบรรพบุรุษรับ คือกินแล้วต้องหิวอีก และพรุ่งนี้ต้องไปเก็บมากินใหม่

- พระเยซูเป็นมานาที่มาจากสวรรค์ หรือมานาที่ซ่อนไว้ ซึ่งเมื่อผู้ใดได้พบและกินจะไม่กระหาย แต่มีชีวิตพระเจ้าอยู่ในเขาทุกวัน

6:63 จิตวิญญาณเป็นที่ให้มีชีวิต ส่วนเนื้อหนังไม่มีประโยชน์อันใด ถ้อยคำซึ่งเราได้กล่าวกับท่านทั้งหลายนั้น เป็นจิตวิญญาณและเป็นชีวิต

- จิตวิญญาณเป็นที่ให้มีชีวิต คือพระคริสต์ที่จะเป็นพระวิญญาณ ที่แบ่งชีวิตได้ เมื่อพระองค์ได้รับเกียรติจากพระบิดาแล้ว (ยน. 7:39; 20:22)

- ส่วนเนื้อหนังไม่มีประโยชน์อันใด คือพระเยซูที่ยังเป็นมนุษย์ ไม่สามารถแบ่งชีวิตของพระองค์ให้ใครได้ จึงไม่มีประโยชน์ในด้านนี้

6:65 และพระองค์ตรัสว่า “เหตุฉะนั้น เราจึงได้บอกท่านทั้งหลายว่า ‘ไม่มีผู้ใดจะมาถึงเราได้ นอกจากพระบิดาของเราจะทรงโปรดประทานให้ผู้นั้น’”

- พระเจ้าจะมองดูส่วนลึกของหัวใจ ซึ่งแม้แต่เราเองก็ยังไม่รู้จิตใจที่แท้จริงของเรา และเมื่อทรงมองเห็นว่าเราจะเลือกพระเจ้า พระองค์ก็ทรงเลือกคนนั้น และนำมาถึงความรอด และบางคนถึงผู้ชนะ

6:66 ตั้งแต่นั้นมา สาวกของพระองค์หลายคนก็ท้อถอย ไม่ติดตามพระองค์อีกต่อไป

- สาวกในที่นี้ ไม่ใช่สาวกสิบสองคน แต่เป็นสาวกหลายร้อยคน ที่ติดตามพระเยซูในสมัยนั้น

6:68 ซีโมนเปโตรทูลตอบพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า พวกข้าพระองค์จะจากไปหาผู้ใดเล่า พระองค์มีถ้อยคำซึ่งให้มีชีวิตนิรันดร์

- พระองค์มีถ้อยคำซึ่งให้มีชีวิตนิรันดร์ คือพระคำ หรือถ้อยคำ มีชีวิตของพระเจ้า (Zoe)

- ผู้เชื่อที่ประกาศข่าวดีต่อคนที่ไม่เชื่อ และผู้ชนะที่เทศนาสั่งสอน จะมีถอยคำที่มีชีวิตพระเจ้านี้ เพื่อปลดปล่อยและให้ชีวิต และพระวิญญาณแก่คนที่ฟังได้

6:69 และข้าพระองค์ทั้งหลายก็เชื่อและแน่ใจแล้วว่า พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงดำรงพระชนม์”

- วันนั้นเปโตรมั่นใจมากว่า พระเยซูคือพระคริสต์ แต่ไม่นานต่อมา เปโตรจะวิ่งหนีและปฏิเสธพระองค์

อ่านเพิ่มเติม…

ยอห์น บทที่ 5 ← บทก่อนหน้า

บทถัดไป → ยอห์น บทที่ 7

ที่มา