ยอห์น บทที่ 8 “(อย่าทำบาปอีกเลย) คือบาปอะไรของหญิงโสเภณีคนนี้”

หนังสือยอห์นเขียนเพื่อยืนยันว่า พระเยซูคือคำตอบของปัญหาเก้าประการในชีวิตของมนุษย์

ปัญหาที่:

1. การได้บังเกิดใหม่ เพื่อรับชีวิตพระเจ้า
2. การได้รับมีชีวิตที่ครบ และพอใจในชีวิตนั้น ที่เราไม่ต้องการแสวงหาอะไรอีกแล้ว
3. การรักษาโรคของพระเยซู ต่อผู้ที่เชื่อในพระองค์
4. การทำให้ชุ่มชื่น ชื่นชมยินดี และมีสันติสุขอย่างเต็มล้นในผู้เชื่อ
5. การได้รับอาหารฝ่ายวิญญาณ เพื่อบรรเทาอาการหิวกระหายฝ่ายวิญญาณ
6. การได้ดื่มอย่างเต็มอิ่ม

//

7. ปัญหาเรื่องบาป
8. ปัญหาเรื่องตาบอด (เดินในความมืด)
9. ปัญหาเรื่องความตาย (ของจิตใจ วิญญาณ และร่างกาย)
(บทที่ 8–บทที่ 11)

เข้าสู่ยอห์นบทที่ 8

- ยอห์นบทที่ 8 เป็นเรื่องของบาปที่ไม่มีใครในโลกนี้ช่วยมนุษย์ได้ นอกจากพระเยซูเท่านั้น
- พระเยซูไม่มีบาป
- พระเยซูจึงได้รับสิทธิอำนาจ ที่จะลงโทษตัวบาปในมนุษย์ได้
- พระเยซูได้รับสิทธิอำนาจ ที่จะยกโทษความผิดบาปแก่มนุษย์ได้
- พระเยซูได้รับสิทธิอำนาจ ที่ปลดปล่อยมนุษย์ให้พ้นจากตัวบาปได้
- พระเยซูได้รับสิทธิอำนาจ เป็นพระวิญญาณที่จะเข้ามาอยู่ในเรา เป็นชีวิต เป็นความสว่างของเรา และปลดปล่อยเราให้หลุดพ้นจากความมืดและตัวบาป

ในบทนี้เราจะพบว่า พระบัญญัติไม่อาจช่วยเราให้พ้นจากตัวบาปและความตาย ซ้ำยังลงโทษเราเมื่อเราทำบาป แต่พระเยซูคือทางออกสำหรับเรา ที่จะหลุดพ้นจากสองสิ่งนี้ และเป็นคำตอบของปัญหาทั้งเก้าประการได้

- หญิงโสเภณีคนนี้ เชื่อกันว่าเป็นนางมารีย์ น้องสาวของนางมารธา พี่สาวของลาซารัส ที่ตายไปสี่วันแล้วฟื้น (แต่ไม่มีหลักฐานบ่งบอกชัดเจนครับ)
- เธอโดนจับได้ข้อหาเล่นชู้ (กับสามีชาวบ้าน)
- โทษคือต้องถูกขว้างหินใส่จนตาย

8:8 แล้วพระองค์ก็ทรงน้อมพระกายลง และเขียนที่ดินอีก

คือการแสดงการถ่อมใจ และไม่เดือดร้อนของพระเยซูต่อเหตุการณ์นั้นๆ

- ไม่มีใครทราบว่าทรงเขียนอะไร แต่น่าจะเป็นไปได้ว่า จะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องความผิดบาปของพวกที่จะเอาหินขว้างนางมารีย์ เขาจึงกลัวและเดินหนีไปทีละคน

- เมื่อยิวยอมรับว่า ทุกคนมีปัญหาเรื่องบาปกันทั้งนั้น จึงเดินหนีไป

- “เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเหมือนกัน จงไปเถิด และอย่าทำบาปอีก” คือบาปที่นางเล่นชู้ เพราะเจ้าหน้าที่ยิวจับตาเพื่อจะเอาเรื่องเธออยู่ แต่พระเยซูไม่ได้พูดว่า อย่าทำบาปทั้งหมด เพราะแน่นอนที่สุด นางจะต้องทำบาปอื่นไม่มากก็น้อย เหมือนผู้เชื่อที่ต้องเข้าสู่กระบวนการการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เชื่อแล้วจะเลิกทำบาปได้ทันที

8:12 อีกครั้งหนึ่ง พระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต”

- ความสว่าง ในที่นี้คือความจริงของพระเจ้าในฝ่ายวิญญาณ ที่เริ่มเข้ามาในโลก เพื่อเข้ามาแทนที่ความไม่จริงของอาดัม หรือฝ่ายเนื้อหนัง

- ผู้ที่ตามเรามา คือไม่ใช่เชื่อเฉยๆ แต่เดินตามและติดตาม แบบสาวกสิบสองคนที่เดินตามไปอย่างกระชั้นชิด

- แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต คือ เชื่อถูก ตีความหมายพระคำถูก เดินถูก และเชื่อฟัง ดำเนินชีวิต และรับใช้ถูก

8:15 ท่านทั้งหลายย่อมพิพากษาตามเนื้อหนัง เรามิได้พิพากษาผู้ใด

- เป็นที่แน่นอนที่สุดว่า มนุษย์จะตัดสินหรือมองกันที่ตาเห็น หรือที่ภายนอก

- เราไม่ได้พิพากษาผู้ใด คือหนังสือยอห์นจะเน้นที่พระเยซูเป็นคำตอบ ของปัญหาทั้งด้านบวกและด้านลบ

8:16 แต่ถึงแม้ว่าเราจะพิพากษา การพิพากษาของเราก็ถูกต้อง เพราะเรามิได้พิพากษาโดยลำพัง แต่เราพิพากษาร่วมกับพระบิดาผู้ทรงใช้เรามา

การพิพากษาของพระเยซูต่อคนที่ไม่เชื่อ และไม่รับความหวังดีของพระเจ้าที่มีต่อเขา ซึ่งเป็นการสำแดงพระคุณต่อมนุษย์โลก เขาจึงถูกพิพากษาครับ

8:21 พระเยซูจึงตรัสกับเขาอีกว่า “เราจะจากไป และท่านทั้งหลายจะแสวงหาเรา และจะตายในการบาปของท่าน ที่ซึ่งเราจะไปนั้น ท่านทั้งหลายจะไปไม่ได้”

- จะตายในการบาปของท่าน คือไม่มีโอกาสได้รอด เพราะไม่ได้รับชีวิตพระเจ้า และไม่ไดับังเกิดใหม่

8:29 และพระองค์ผู้ทรงใช้เรามาก็ทรงสถิตอยู่กับเรา พระบิดามิได้ทรงทิ้งเราไว้ตามลำพัง เพราะว่าเราทำตามชอบพระทัยพระองค์เสมอ”

- พระบิดาและพระวิญญาณ ทรงสถิตอยู่กับพระเยซูทุกวันเวลา ไม่เคยพรากจากไปไหนเลย

- เราทำตามชอบพระทัยพระองค์เสมอ คือพระนิสัยของพระเยซู หรือชีวิตพระเจ้าอยู่แล้ว จะทำบาปก็ไม่ได้ เพราะในพระเจ้าไม่มีกฎแห่งบาปอยู่ภายใน

8:32 และท่านทั้งหลายจะรู้จักความจริง และความจริงนั้นจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไท”

- นี่คือข้อที่บ่งบอกถึงการเชื่อถูก แปลถูก ตีความหมายถูก และนำมาซึ่งการดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัย เข้าใจพระเจ้า และเชื่อฟังและรับใช้ถูก

8:36 เหตุฉะนั้น ถ้าพระบุตรจะทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไท ท่านก็จะเป็นไทจริงๆ

- เมื่อเราเชื่อถูกและตีความหมายถูก พระคริสต์เยซูจะมาหาเรา และทำให้เราเปลี่ยนใหม่ และเป็นอิสระ ไม่ใช่เราเป็นเอง

8:37 …เพราะคำของเราไม่มีโอกาสเข้าสู่ใจของท่าน

คริสเตียนมากมายทุกวันนี้โดนข้อนี้

- ยอห์นบทที่ 8 จะเน้นสองสิ่ง คือ

(1) ปัญหาเรื่องบาป (เลิกทำบาปไม่ได้)
 (2) ปัญหาเรื่องตาบอดฝ่ายวิญญาณ (ไม่รู้น้ำพระทัยเรื่องสติปัญญา และเรื่องฝ่ายวิญญาณ)

8:44 ท่านทั้งหลายมาจากพ่อของท่าน คือพญามาร

- ทุกคนที่เกิดมาจากอาดัม มีพ่อเป็นมารทั้งนั้นครับ

8:51 เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดรักษาคำของเรา ผู้นั้นจะไม่ประสบความตายเลย”

- การรักษาถ้อยคำ คือตั้งอยู่ในความเชื่อ และการให้พระคริสต์ที่เป็นชีวิตในเรานำเรา ในการเกิดผลแห่งพระวิญญาณทุกสิ่ง ใน กท. 5:22–23

- การรักษาถ้อยคำ ไม่ใช่ไม่เชื่อฟังหรือไม่รักษาพระบัญญัติ แต่เป็นการดำเนินชีวิตที่เราพึ่งชีวิตพระเจ้าในเรา ไม่ใช่พึ่งการดีของเราในอาดัม

- การรักษาถ้อยคำ คือการเดินในทางของต้นไม้แห่งชีวิต ไม่ใช่เดินในทางของต้นไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว

ต้นไม้สองต้นที่อยู่กลางสวน คือวิธีการดำเนินชีวิตสองทางหรือสองแบบ

1. ทางแห่งต้นไม้แห่งชีวิต คือเรา (มนุษย์) เป็นภรรยา เราอาศัยพระเจ้า (สามี) นำเรา ทำให้เรา ทำแทนเรา และทำเพื่อเรา เราเป็นเหมือนภาชนะที่บรรจุพระเจ้า เราเป็นเหมือนรถที่มีพระเจ้าเป็นคนขับ และเป็นทางแห่งการพึ่งพาพระเจ้าในทุกเรื่อง (We depend on God.)

2. ทางแห่งต้นไม้รู้ดีรู้ชั่ว คือทางที่เราเป็นสามีเอง เราอาศัยเราเองทำเอง รักษาพระบัญญัติเอง เลือกทางแห่งการดำเนินชีวิตตามใจเราเองว่าจะไปทางไหน ดีหรือชั่ว แต่ทางการดำเนินชีวิตนี้ ถึงแม้เราจะทำดีแค่ไหนก็คือบาป เพราะไม่ได้พึ่งทางแห่งต้นไม้สำหรับพระเจ้า ทางนี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Independence

8:52 ‘ถ้าผู้ใดรักษาคำของเรา ผู้นั้นจะไม่ชิมความตายเลย’

- คือการดำเนินชีวิตในพระวิญญาณ ซึ่งรักษาเราจากการดำเนินชีวิตที่ตายแล้วในแต่ละวัน ของคนที่ไม่เชื่อ และจะต้องตายนิรันดร์ในวันสุดท้าย

8:58 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ก่อนอับราฮัมบังเกิดมานั้นเราเป็น”

- คำว่าเราเป็น คือคำที่พระเจ้าเท่านั้นที่ตรัส ท่ามกลางชาวยิว ไม่มีใครกล้าพูดคำนี้โดยเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นการยกตัวเองให้เท่าเทียมพระเจ้า

- พระเจ้าพระภาคที่สอง อยู่ก่อนอับราฮัม และทรงเป็นอยู่ในกาลก่อนเมื่อเริ่มต้น ร่วมกับพระบิดาและพระวิญญาณ

อ่านเพิ่มเติม…

ยอห์น บทที่ 7 ← บทก่อนหน้า

บทถัดไป → ยอห์น บทที่ 9

ที่มา