มัทธิว บทที่ 11

11:28 “บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา” 1) ทำงานคืออะไร 2) แบกภาระหนักคืออะไร 3) มาหาเราคืออะไร

1) งานหนัก คือทำงานเลี้ยงชีพ

2) แบกภาระหนัก คือพยายามรักษาพระบัญญัติ ซึ่งไม่ใช่อุปนิสัยหรือธรรมชาติที่อยู่ภายในจิตใจของเรา แต่เราต้องฝืนใจทำเพื่อเชื่อฟังพระเจ้า

3) มาหาเรา ในที่นี้ไม่ใช่มาเชื่อ แต่คือการมาคุย สนทนา สนิท และจิตใจมุ่งมั่นในพระวิญญาณ

  • ทำงานหนักและแบกภาระหนักเป็นคนละเรื่องกัน
  • เมื่อเรามาหา (สนิท) พระเยซู เราก็พักผ่อนในใจทุกวันเวลา และขณะที่ทำงานก็คือสะบาโตของเรา
  • เราไม่ต้องรักษาพระบัญญัติ เพราะพระเยซูเติบโตในเรา และทำแทนเราอย่างง่ายๆ เราจะโกรธและทำบาปไม่ได้เอง เพราะกฎแห่งพระวิญญาณและชีวิต ได้ปลดปล่อยเราจากกฎแห่งบาป (จิตใจที่รักชอบในการทำบาป) และความตาย (อ่อนแอ) แล้ว

11:11 เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ในบรรดาคนซึ่งเกิดจากผู้หญิงมานั้น ไม่มีผู้ใดใหญ่กว่ายอห์นผู้ให้รับบัพติศมา แต่ว่าผู้ที่ต่ำต้อยที่สุดในอาณาจักรแห่งสวรรค์ ก็ยังใหญ่กว่ายอห์นเสียอีก

ในยุคหน้า:

  1. ผู้รับใช้ทุกคนตั้งแต่สร้างโลกจนถึงยอห์น ท่านยอห์นจะเป็นใหญ่กว่าทุกคน
  2. ผู้ชนะทุกคนที่ได้เข้าในราชอาณาจักรในยุคหน้า จะเป็นใหญ่กว่าท่านยอห์น

ถามว่าทำไม ก็เพราะว่า…

  1. ท่านยอห์นไม่เคยบังเกิดใหม่
  2. ท่านยอห์นไม่มีพระคริสต์อยู่ในท่าน
  3. ท่านไม่เคยใช้ชีวิตร่วมเป็นหนึ่งเดียว และสนิทกับพระคริสต์ที่เป็นพระวิญญาณ

การใกล้ชิดผูกพัน คือเคล็ดลับแห่งการเป็นใหญ่เป็นโตในยุคหน้า


ถามว่าทำไมท่านยอห์นเป็นใหญ่กว่าคนที่อยู่ก่อนท่าน

เพราะท่านยอห์นคือผู้เตรียมทาง หรือผู้เปิดยุคใหม่จากยุคเก่า

  1. ท่านยอห์นเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระเยซู และอายุห่างกันประมาณหกเดือน
  2. ท่านยอห์นเป็นคนรับบัพติศมาให้พระเยซู และประกาศอย่างมั่นใจว่าพระเยซูคือพระเมสสิยาห์

แต่เมื่อถึงเวลาที่น่ากลัว ท่านยอห์นก็เริ่มสงสัย และส่งสาวกมาถามถึงสามครั้ง

เรื่องนี้สอนเราว่า “เนื้อหนัง” และ “ชีวิตอาดัม” ไว้ใจไม่ได้ ท่านยอห์นก็ดี เปโตรก็ดี และสาวกของพระเยซูก็ดี ทุกคนอยู่ กิน และไปมาร่วมกับพระองค์สามปีกว่า แต่เมื่อถึงเวลาที่คับขันก็วิ่งหนีกันหมด


11:15 ใครมีหูจงฟังเถิด ในที่นี้คือหูวิญญาณ

ขณะที่ท่านยอห์นเขียนหนังสือวิวรณ์ ท่านอยู่ในวิญญาณจึงเห็นนิมิต และหากเราอยู่ในวิญญาณ เรามีโอกาสเห็นเหมือนกัน

หูวิญญาณได้ยินพระวิญญาณตรัส และตาวิญญาณเห็นในสิ่งที่เป็นฝ่ายวิญญาณ อยู่ในวิญญาณได้เห็นนิมิต และเห็นความหมายที่ถูกต้องของพระคำพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงอยู่ในวิญญาณของเรา และรอที่จะเปิดเผยให้เราที่อยู่ในวิญญาณ


11:16 เราจะเปรียบคนยุคนี้เหมือนกับอะไรดี เปรียบเหมือนเด็กนั่งที่กลางตลาด ร้องแก่เพื่อน

11:17 กล่าวว่า `พวกฉันได้เป่าปี่ให้พวกเธอ และเธอมิได้เต้นรำ พวกฉันได้พิลาปร่ำไห้แก่พวกเธอ และพวกเธอมิได้คร่ำครวญ’

1) “พวกฉันได้เป่าปี่ให้พวกเธอและเธอมิได้เต้นรำ” คืออะไร

  • เป่าปี่ คือประกาศข่าวดีเรื่องราชอาณาจักร “ไม่ได้เต้นรำ” คือไม่ดีใจ หรือไม่รับ

2) “พวกฉันได้พิลาปร่ำไห้แก่พวกเธอ และพวกเธอมิได้คร่ำครวญ” คืออะไร

  • พิลาปร่ำไห้แก่พวกเธอ ในข้อนี้ ตรงกับ มธ. 5:4 คือเศร้าสลดเพราะจะสูญเสียชนชาติอิสราเอล
  • และพวกเธอมิได้คร่ำครวญ คือไม่ได้เสียใจด้วย ไม่รู้เรื่อง หรือไม่สนใจ

11:27 พระบิดาของเราได้ทรงมอบสิ่งสารพัดให้แก่เรา และไม่มีใครรู้จักพระบุตรนอกจากพระบิดา และไม่มีใครรู้จักพระบิดานอกจากพระบุตร และผู้ใดก็ตามที่พระบุตรประสงค์จะสำแดงให้รู้

ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณพระองค์ ที่พระองค์ได้ทรงปิดบังสิ่งเหล่านี้ไว้จากผู้มีปัญญาและผู้ฉลาด และได้สำแดงให้ผู้น้อยรู้

  • คนฉลาดในที่นี้คือฟาริสี ผู้น้อยในที่นี้ คือสาวกทั้งหลายของพระองค์สิบสองคน

11:28–30 พระเยซูคือสะบาโตใหม่ของเรา พระองค์เป็น

  1. น้ำแห่งชีวิต (สุขที่ไม่กระหายอีกเลย)
  2. อาหารแห่งชีวิต (พระวิญญาณที่ไม่เคยแห้งและลดลงในเรา)
  3. ที่พักใจในเรา ขณะที่ทำงาน หรือมีปัญหาชีวิตมากมาย

บทที่ 11 ตอนท้าย พูดถึงเรื่องนรกซึ่งมีการลงโทษที่ไม่เท่ากัน และคนที่ไม่เชื่อจะถูกแยกกันอยู่ตามการชั่วที่ทำมากน้อยขณะที่มีชีวิตอยู่ แต่ผู้เชื่อมากมายไม่เคยคิดเรื่องนี้

บทที่ 12 ข้อ 1–8 สะบาโตคือกฎเกณฑ์เก่า ส่วนพระวิหารคือสถานที่ แต่ในยุคพระคุณ พระเจ้าเน้นที่มนุษย์ และคนบาปที่ช่วยตนเองไม่ได้ หรือรักษากฎเกณฑ์จนเป็นทุกข์เพราะต้องแบกภาระหนัก

  • พระเยซูทรงเป็นทางออกของภาระหนักเหล่านี้ และพระเจ้าเน้นที่รัก และช่วยเหลือ มากกว่าการอยู่ในกฎเกณฑ์ของเนื้อหนังที่อ่อนกำลัง
  • “ที่นี่มีผู้หนึ่งเป็นใหญ่กว่าพระวิหารอีก” คือการเปลี่ยนความสำคัญของสถานที่มาที่บุคคลคือพระคริสต์
  • “เพราะว่าบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นใหญ่เหนือแม้แต่วันสะบาโต” คือการเปลี่ยนความสำคัญของวันมาที่บุคคลคือพระคริสต์
  • ผู้เชื่อไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพระวิหารและวันนี้วันนั้นอีกต่อไป แต่เน้นการใส่ใจที่ “พระคริสต์” เพราะยุคนี้และทุกยุคพระเยซูคือคำตอบของทุกสิ่ง และทางออกที่เราต้องการ

ที่มา