การเดินทางตาม ความฝันของเด็กบ้านนอก กลุ่มนึง ที่ ทำได้จริง (เหรอวะ)

สวัสดีขอรับ กระผมเองก็ไม่ได้เขียน Blog มานานพอสมควร + กับอาการขี้เกียจส่วนตัว ที่ไม่อยากเขียน

วันนี้ผมอยากมาเล่าเรื่อง ที่ผมกำลังทำตามความฝันอยู่กับเพื่อนๆของผม เพื่อเป็นการให้กำลังใจสำหรับคนที่อยากทำธุรกิจนะครับ มันอาจจะไม่ยิ่งใหญ่มาก แต่ความฝันมันใหญ่ยิ่งมากครับ

เริ่มต้นเลย กระผมมีความดื้ออยู่ในตัว ที่คิดในใจอยู่เสมอว่า ผมเป็นลูกน้องใครไม่ได้หรอกชาตินี้ ผมก็ได้แต่ถามตัวเองว่า ผมเป็นแบบนี้ผมผิดไหม (เข้าข้างตัวเองว่าไม่ผิด)

คนส่วนใหญ่ชอบคิดแบบนี้นะครับ ผมยืมคำพูด สตีฟจ๊อบ มาหน่อยนะครับ เป็นภาษาอังกฤษ

“When you grow up you tend to get told that the world is the way it is and your life is just to live your life inside the world. Try not to bash into the walls too much. Try to have a nice family life, have fun, save a little money. That’s a very limited life. Life can be much broader once you discover one simple fact: Everything around you that you call life was made up by people that were no smarter than you. And you can change it, you can influence it… Once you learn that, you’ll never be the same again.”

ซึ่งถ้าดึงความหมายออกมาโดยรวมแล้ว ก็ดีนะครับ (ขี้เกียจแปล แปลกันเอาเองละกันนะ)

เมื่อผมได้เห็นคำพูดนี้ อาการบ้าเริ่มกำเริบ บ้าแบบบ้ามาก จนทำให้ผมรู้แล้วว่า บางทีการบ้าอะไรมากๆ ก็ทำให้เรา มีความสุขที่จะทำมัน จนผมมีความคิดริเริ่มอยากจะทำธุรกิจมาก อะไรก็ได้ ขอให้เป็นธุรกิจ โดยตอนแรกยังไม่รู้ว่ามันจะได้อะไรตอบแทนกลับมา

ด้วยความที่ผมบ้าคนเดียวไม่ได้ ผมจึงต้องชวนเพื่อนผม อีก 2 คน มารวมบ้ากับผมด้วย เราตอบตกลงทำด้วยกันโดยไม่มีสาเหตุว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น

หลังจากที่เราได้ตอบตกลงกันแล้ว เราก็เริ่มลงมือทำกันโดยทันที ในระหว่างที่ทำนั้น เราก็มีปัญหากันเรื่อยมา และออฟฟิตการทำงานของเราไม่เป็นหลักเป็นแหล่งเลย ผมไม่รู้ว่าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงยังไงดี เพราะตัวเองทำด้วยความบ้ามาก

มีอยู่มาวันนึง แสงสว่างก็ก่อกำเนิดให้กับเรา มีลูกค้าท่านนึง เขาได้จ้างพวกเรานั้นทำเว็บไซต์ มันเป็นเงินก้อนแรก ที่ทำให้พวกผมมายืนจนถึงปัจจุบันนี้

ผมไม่รู้จะตอบแทนลูกค้าท่านนี้ยังไงดี ที่ทำให้ผมมีวันนี้ ผมจะให้ดูว่า ออฟฟิตแรกที่เราอยู่กันเป็นอย่างไร

ปัจจุบันนี้เราได้ย้าย Office แล้วและได้มาอยู่ที่ใหม่กว่าเดิม อะไรที่ดีกว่าเดิมเยอะ

แต่เราขออุ๊ปไว้ก่อนนะ ว่าที่ไหน เดะญาติแห่กันมาเยอะ -*-

ผมอยากจะบอกทุกคนว่า เวลาจะทำอะไร ก็ลงมือทำไปเถอะครับ ถึงแม้มันจะโดนอะไรกระแทกเข้ามาในชีวิต ก็ขอให้อดทนไว้ แล้วเมื่อวันนั้นมาถึงทุกคนก็เข้าใจเองว่าอดทนไปเพื่ออะไร

ที่มาเล่าวันนี้ มันอาจจะไม่ละเอียดพอนะครับ ไว้คราวหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังว่า การเดินทางของพวกเราแต่ละอย่างมันเป็นอย่างไร เพราะมันเยอะมากมาย กลัวอ่านแล้วเบื่อ #หรือตรูขี้เกียจฟระ บับบาย

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.