มาตรฐาน

Piyorot
Piyorot
Nov 5 · 1 min read

นึกย้อนไปว่าผมต้องใช้เวลาทำงานนานเท่าไรถึงจะได้เงินเดือน 50,000 บาท

จากจุดเริ่มต้นที่ 17,000 บาท จำไม่ได้แน่ชัดแต่คิดว่าน่าจะประมาณเจ็ดปีได้

ในจังหวะเวลานั้นก็จะมีเพื่อนรุ่นเดียวกันบางคนที่ได้มากกว่าผมเยอะ บางคนเกือบสองเท่า … น่าน้อยใจมั้ย?

แต่ในอีกมุมหนึ่งผมก็คิดไปว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ทำงานมาทั้งชีวิตยังได้ไม่มากเท่าผมที่ทำมาแค่เจ็ดปี … น่าปลื้มใจมั้ย?


มันคือการกำหนดมาตรฐานในการเปรียบเทียบตัวเองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ยุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเงินเดือนก็วิ่งปรู๊ดตามไปด้วย มีเด็กรุ่นใหม่มากมายที่ได้เงินเดือนสูง บางคน (หลายคน) มากกว่าที่ผมได้อยู่ตอนนี้ด้วยซ้ำ

มาตรฐานคำว่า 50,000 บาทจากเดิมเจ็ดปี ลดลงเหลือแค่สามปี

มันไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกประหลาดอะไรเพราะมันคือกฎอุปสงค์อุปทาน ตัวเลือกมีน้อยแต่ความต้องการมีมาก ค่าตัวค่าแรงก็ต้องแพงเป็นพิเศษ สิ่งที่ตามมาคือความคาดหวังที่หลายครั้งเกินจริงไปมาก

ทำงานหนึ่งปี เปลี่ยนงานหนึ่งครั้งต้องการเงินเดือน 50,000 บาท เหตุผลเบื้องหลังคือ “คนอื่นได้กันประมาณนี้” ไม่ใช่ว่า “ผมมีความสามารถมากพอกับเงินก้อนนี้” และเมื่อไม่ได้ตามนั้นความไม่พึงพอใจก็จะตามมา

การเปรียบเทียบและความคาดหวังตรงนี้จึงน่าสนใจ ถ้าเรามองภาพให้กว้างสักนิดและเอาใจอีกฝ่ายมาใส่ใจเรา … การเปรียบเทียบคุณค่าของตัวเองกับมาตรฐานเฉลี่ยของสังคมมันดูจะเป็นการเกาะกระแสมากเกินไปหน่อย สิ่งที่ถูกต้องคือการมองว่าตัวเองอยู่จุดไหนและมีความสามารถมากแค่ไหนต่างหาก

งานปัจจุบันคือเวปดีเวลลอปเปอร์กับเงินเดือน 40,000 บาท งานใหม่ที่อยากได้คือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ทำไมถึงคิดว่าเงินเดือนต้องเป็น 60,000 บาท เพียงเพราะเรารู้มาว่ามาตรฐานของตำแหน่งนี้รับกันอยู่เท่านี้หรอ? แปลกๆอยู่นะ

ความสามารถของเราแปรผันไปกับตำแหน่งงานที่ทำและสภาพแวดล้อมที่เป็น มันไม่เกี่ยวกับใบปริญญา อายุงาน หรือมาตรฐานเงินเดือนในตลาดแรงงาน ไม่ใช่ว่าอายุมากต้องเงินเดือนเยอะ และไม่ใช่ว่าเพื่อนๆที่บริษัทอื่นได้เงินเดือนสูงแล้วเราต้องได้เท่าพวกเขา

สัญญาณเตือนภัยดังๆของผมเองคือคนที่ประสบการณ์น้อยแต่อยากได้เงินเดือนสูงเกินไป ทำงานหนึ่งปีกับเงินเดือน 60,000 บาท … แน่นอนมีหลายคนที่เหมาะสมกับรายได้แบบนี้แต่ไม่ใช่ทุกคนและไม่ใช่คนส่วนใหญ่ด้วย

ความมั่นใจนั้นสำคัญและเป็นเรื่องดีแต่ถ้ามีมากไปก็จะเป็นอันตราย … ในโลกความจริงของการทำงานจริงนั้นจะเป็นตัวพิสูจน์ได้ดี หลายคนที่คิดว่าตัวเองเก่งไม่ธรรมดาเมื่อมาเจอของจริงแล้วก็จะพบว่าตัวเองแทบไม่รู้อะไรเลย (ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) มีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและฝึกฝนอีกเป็นร้อยเป็นพันอย่าง นั่นคือช่องว่างระหว่างสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามีกับสิ่งที่ตัวเองไม่มี มันคือช่องว่างที่ทำให้เงิน 60,000 บาทนั้นมากเกินจริง

ทัศนคติคือสิ่งสำคัญที่สุด เรามองหาโอกาสใหม่เพื่อพัฒนาตัวเอง การพัฒนาตัวเองบางครั้งคือการก้าวถอยหลังเพื่อเปลี่ยนทิศทางในการเดิน ถ้ามันใช่งานที่เราอยากทำจริง เราจะไม่เปรียบเทียบคุณค่าของตัวเองกับมาตรฐานทั่วไปของคนอื่น เราจะเปรียบเทียบตัวเองกับงานตรงหน้า เราเคยเป็นผู้รู้ในเรื่องหนึ่งแต่เรากำลังจะกลายเป็นเด็กหัดเดินในเรื่องนี้ … นั่นคือความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น

อย่าตัดโอกาสก้าวหน้าทางทักษะความสามารถ ความคิด และประสบการณ์ในเรื่องใหม่ๆด้วยการมองแค่เงินเดือน ด้วยการเปรียบเทียบตัวเองกับมาตรฐานที่ผิด

Inthentic Inc

If “Home” means “Company”. We are building a home that will last for at least a hundred year.

Piyorot

Written by

Piyorot

A member of Mutrack and Inthentic. I lead, learn, and build with vision, love and care.

Inthentic Inc

If “Home” means “Company”. We are building a home that will last for at least a hundred year.

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade