สมองและสองมือ


คนทำงานแบ่งได้สองประเภท คนทำงานด้วยสมอง (Thinker) กับคนทำงานด้วยสองมือ (Doer) เปรียบเหมือนคนหนึ่งคิดอีกคนหนึ่งลงมือทำ ในองค์กรส่วนใหญ่ที่มีโครงสร้างเป็นพีระมิดคนคิดจะได้รับความสำคัญมากกว่าคนทำเสมอ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

  • ในเมื่อถ้ามีคนคิดแต่ไม่มีคนทำทุกอย่างที่ฝันก็จะเป็นได้แค่ฝันต่อไป
  • ในเมื่อคนคิดทำงานอย่างที่คนทำทำไม่ได้
  • ในเมื่อคนคิดก็ผิดพลาดได้และผิดพลาดบ่อยด้วย
  • ในเมื่อคนคิดไม่ได้เก่งและฉลาดกว่าคนทำเสมอไป
  • ในเมื่อคนคิดอยู่ห่างจากความเป็นจริงไม่เหมือนคนทำที่รู้และเห็นทุกอย่าง

ผมเชื่อว่าในอนาคตอีกไม่นานความอยู่รอดและก้าวหน้าขององค์กรใดๆจะขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญของคนสองประเภทนี้ที่เท่าหรือใกล้เคียงกันมากกว่าที่เป็นอยู่

  • คนทำไม่จำเป็นต้องเป็นลูกน้องของคนคิดอีกต่อไป
  • คนทำไม่จำเป็นต้องปรับตัวเองให้กลายมาเป็นคนคิด ลองสังเกตกันดูนะ มันก็แปลกดีที่เราเป็น Developer ที่เก่งแล้วอยากเติบโต ทางเลือกที่ชัดเจนคือลดเวลาการเขียนโค๊ดลงแล้วผันตัวเองไปทำงานบริหารมากขึ้น Team Leader หรือ Development Manager คือปลายทาง … มีโอกาสสูงที่เราจะเสียคนทำฝีมือดีแล้วได้คนคิดแบบธรรมดาๆมาแทน
  • คนทำมีสิทธิจะได้ผลตอบแทนเท่าเทียมหรือสูงกว่าที่คนคิดมีสิทธิจะได้ ใช่แล้ว ผมกำลังบอกว่า Developer มีสิทธิได้ผลตอบแทนสูงกว่า Manager

ผมรู้แหละว่าองค์กรส่วนใหญ่จะบอกว่า “เราจะให้ผลตอบแทนอย่างดีกับคนที่เก่งจริง ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหนก็ตาม” แต่กรณีแบบนี้ส่วนใหญ่มันเป็นข้อยกเว้น เปรียบได้กับปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ 20 ปีเกิดขึ้นหนึ่งครั้ง มันต้องต่อสู้ฝ่าฟันกันมากมายกว่าที่จะทำให้คนทำอยู่ในสถานะพิเศษเหมือนคนคิด เช่น Graphic Designer คนนึงจะมีสิทธิมีเสียง อำนาจตัดสินใจ ได้คำชมเชย ได้เงินเดือนหรือโบนัสเท่า Business Manager

มันผิดก็ตรงนี้แหละ แทนที่จะนั่งหาเหตุผลว่าทำไม Designer คนนั้นไม่มีสิทธิได้สิ่งที่เค้าคู่ควร มานั่งคุยกันดีกว่าว่าเราสมควรให้อะไร Designer คนนี้เพิ่มบ้าง

คนคิดต้องมีคนทำ … ไม่มีใครสำคัญกว่าใครในโลกอนาคตอันใกล้นี้ครับ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.