Core Business

เมื่อพูดถึงคำว่า Core — คอร์ — แก่น … แก่นของธุรกิจในความหมายของผมคือ “อะไรที่เราขาย อะไรที่สร้างรายได้ให้บริษัทเรา”

เมื่อพูดถึงคำว่า Supportive — ซัพพอร์ททีฟ — ส่วนสนับสนุน … ส่วนสนับสนุนของธุรกิจใจความหมายของผมคือ “อะไรที่ช่วยให้แก่นของธุรกิจเราดำเนินงานได้อย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพ อะไรที่ส่งผลต่อรายได้ของบริษัทเราในทางอ้อม”

ทุกบริษัทจำเป็นต้องมีทั้งแก่นและส่วนสนับสนุนเพื่อให้ธุรกิจเดินไปได้ ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ว่า “เรารู้แยกแยะออกหรือไม่ว่าอะไรคือแก่นและอะไรคือส่วนสนับสนุน”


บริษัทที่หนึ่งเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานด้วยความหวังจะเป็นหนึ่งในบริษัทอีคอมเมิร์สยักษ์ใหญ่ภายในสามปี เฟสแรกของการสร้างบริษัทคือการสร้างทีมงานและจัดโครงสร้างองค์กร

  1. ผู้บริหารระดับสูง — หามาได้ครบแล้ว
  2. แผนกพัฒนาธุรกิจ — ได้คนรุ่นใหม่ไฟแรงมาแล้ว กำลังมองหาหัวหน้าใหญ่
  3. แผนกการวางแผนกลยุทธ์ — หามาได้แล้วพร้อมทำงาน
  4. แผนกการเงินและบัญชี — มีหัวหน้าแล้ว รอหาพนักงานเพิ่มอีกสามคน
  5. แผนกทรัพยากรมนุษย์ — เริ่มงานแล้วด้วยการรีครูทคนอย่างแข็งขัน
  6. แผนกการตลาด — กำลังหาอยู่ เดดไลน์คือต้องมีทีมงานภายในเดือนนี้
  7. แผนกไอทีและพัฒนาระบบ — ไม่ต้องหาเพราะจะจ้างคนนอกทำระบบให้

สำหรับเวปไซต์อีคอมเมิร์ส — สร้างรายได้จากอะไร? แข่งขันกันด้วยอะไร? แก่นของธุรกิจคืออะไร? มันคือเวปไซต์ มันคือซอฟต์แวร์ มันคือระบบหลังบ้านที่ดีใช่หรือไม่? ถ้าใช่แผนกที่สำคัญก็ควรจะเป็นไอทีและพัฒนาระบบ แปลกที่เค้ากำลังสร้างทีมงานที่มาจากส่วนสนับสนุนแต่กลับมองว่างานที่เป็นแก่นจริงๆไม่จำเป็นต้องลงทุนมีทีมงานของตัวเองเพราะจ้างคนนอกทำได้

คิดว่าภายในสามปีบริษัทอีคอมเมิร์สนี้จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่? อาจจะได้แต่ยากและไม่ยั่งยืนเพราะแก่นของธุรกิจไม่ได้เป็นพระเอก ไม่ได้อยู่ในการควบคุมดูแลอย่างใส่ใจ การจ้างคนอื่นทำงานให้ (Outsourcing) เป็นทางเลือกที่แย่เพราะบริษัทที่รับจ้างทำของทั่วไปกับบริษัทอีคอมเมิร์สมีเป้าหมายที่ต่างกันแบบสุดขั้ว บริษัทรับจ้างใส่ใจแค่รายได้จากจำนวนชั่วโมงที่ทำงาน ในขณะที่บริษัทอีคอมเมิร์สต้องการสร้างเวปไซต์ที่ดีมีคนใช้เยอะมีรายได้และกำไรตามเป้าหมาย

ลองนึกภาพว่าถ้าบริษัทรับจ้างทำของดึงเกมส์ ทำงานช้าบ้างเร็วบ้าง ไม่สม่ำเสมอ ทำงานผักชีโรยหน้าเพื่อให้ได้ค่าจ้างตามสัญญา — มันเป็นผลเสียต่อบริษัทอีคอมเมิร์สหรือไม่?

ลองนึกภาพว่าถ้าบริษัทอีคอมเมิร์สอยากเปลี่ยนสโคปของงานไปตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็วแล้วบริษัทรับจ้างทำของขอคุยเรื่องสัญญาใหม่ อัตราการว่าจ้างและราคาใหม่ — มันเป็นการเสียเวลาต่อบริษัทอีคอมเมิร์สใช่มั้ย?

อย่างที่บอกไว้ว่ามันเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งถ้าจะให้คนสองกลุ่มที่มีเป้าหมายต่างกันทำงานร่วมกันให้บรรลุผลสำเร็จร่วมกัน — กับกรณีบริษัทอีคอมเมิร์สพวกเค้าควรแยกแยะให้ชัดเจนก่อนว่าอะไรคือแก่นอะไรคือส่วนสนับสนุน การลงทุนที่แก่นของธุรกิจมีโอกาสจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนที่ส่วนสนับสนุนมากมายนัก


ป.ล. 1 — ไม่ได้แปลว่าส่วนสนับสนุนไม่สำคัญ แต่ถ้างบประมาณและทรัพยากรจำกัด แก่นต้องมาก่อนส่วนสนับสนุน

ป.ล. 2 — ไม่ได้หมายความว่าบริษัทรับทำของทั้งหมดแย่ แต่ในมุมมองของบริษัทอีคอมเมิร์สถ้าการหาทีมงานไอทีและพัฒนาระบบเป็นเรื่องยาก การเลือกแนวทางแบบสร้างพันธมิตร (Partnership) กับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้จะเป็นทางออกที่ดีกว่า พันธมิตรคือ (หรือควรเป็น) กลุ่มคนที่ร่วมมือกันทำงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เดียวกัน เรียกว่าร่วมทุกข์ (ขาดทุนด้วยกัน) และร่วมสุข (แบ่งปันกำไรกัน)

ป.ล. 3 — ไม่ได้แปลว่าถ้าเป็นแบบนี้บริษัทรับทำของจะไม่มีงานทำ เพราะมีธุรกิจอีกมากมายหลายแสนที่ไอทีและการพัฒนาระบบไม่ใช่แก่นของธุรกิจพวกเค้า เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านค้าปลีก และอื่นๆ


ผมเขียนบทความนี้เพราะอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิต ซอฟท์แวร์ให้ดีขึ้นตามความเชื่อและประสบการณ์ของผม ถ้าเพื่อนๆเชื่อในแนวทางเดียวกัน เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือทำให้สังคมของเราดีขึ้นครับ จะแชร์บทความนี้ผ่าน Social Network หรือจะแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้คนที่นั่งข้างๆฟังบ้างก็ได้

The Future Has Arrived — It’s Just Not Evenly Distributed Yet, William Gibson

อนาคตอยู่ตรงนี้แล้ว เรามีหน้าที่ต้องถ่ายทอดมันออกไปให้คนอื่นได้สัมผัสสิ่งดีๆร่วมกันครับ

Like what you read? Give Piyorot a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.