พื้นที่แบบไหนที่คนรุ่นใหม่ในนครตรังต้องการ เพื่อสร้างชุมชนทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา

❤ อ่านถอดบทเรียนจากงานวิจัยทุกตอนได้ที่ https://medium.com/intermingle-in-trang/tagged/interview

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา มีพื้นที่ที่มีลักษณะเป็น “ที่ที่สาม” รูปแบบใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยธุรกิจเอกชนและกลุ่มทางสังคม โดยที่ตั้งมีลักษณะกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของเมืองตรังมากขึ้น พื้นที่เกิดใหม่ดังกล่าวมีลักษณะการใช้พื้นที่และมีกิจกรรม รวมถึงรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ที่หลากหลายแตกต่างไปจากการใช้ “พื้นที่สาธารณะ” รูปแบบเดิม

ในขณะที่ “พื้นที่สาธารณะ” รูปแบบเดิม เช่น สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ ตลาด และศูนย์ชุมชน ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นแต่ก็มีฟังก์ชั่นที่แตกต่างกัน

Photo by Daniil Kuželev on Unsplash

ก่อนอื่น ขอให้ผู้อ่านพิจารณาคำขวัญหัวข้อ “เมืองตรังที่คุณอยากเห็นในอีก 5 ปี” ของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนหนึ่งที่ยกมาด้านล่างนี้

สะดวก สะอาด สร้างสรรค์ ปลอดภัย

สะดวกคือ การเดินทาง ระบบการขนส่งแบบสารธารณควรสะดวก และทั่วถึงมากกว่านี้ เช่นเด็กนักเรียนที่โตแล้วสามารถนั่งรถไปเรียนพิเศษเองได้โดยผู้ปกครองของแต่ละคนไม่ต้องออกไปส่งด้วยตนเอง

สะอาดคือ พื้นที่สารธารณะต้องสะอาดทำให้เมืองดูน่าอยู่ ทั้งขยะ และสายไฟฟ้า

สร้างสรรค์ คือ มีพื้นที่ให้คนที่มีความสามารถๆแสดงออกได้อย่างเต็มที่ และมีพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถมาพักผ่อน ดื่มกาแฟ เดินเล่น และชมผลงานที่มาจัดแสดงได้

ปลอดภัยคือ เมืองต้องมีความปลอดภัย เกิดเหตุร้ายให้น้อยที่สุด

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018) หญิง 23 ปี

เสาหลักคือเยาวชน หลังคาคือท่องเที่ยว(เมืองตรังคือบ้าน ทำทุกอย่างให้เหมือนอยู่บ้าน)

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018) หญิง 21 ปี

อยากเห็นเมืองตรังมีเศรษฐกิจในตัวเมืองดีกว่านี้ ผมเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พอกลับมาบ้านทุกครั้งรู้สึกหดหู่มาก ตรังกลายเป็นเมืองเงียบไม่ครึกครื้นเหมือนก่อน งาน กิจกรรมอะไรก็จัดไม่เต็มที่ ขาดการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงและการสร้างแรงจูงให้ผู้คนตรังมาร่วมกิจกรรมเกิดขึ้นน้อย อยากเห็นเมืองตรังเมืองเกิดของผมน่าอยู่ขึ้นครับ

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018) ชาย 20 ปี

เปิดกว้าง ก้าวไกล พัฒนาทันจังหวัดอื่น เปิดกว้างคือ ควรมีอะไรที่ตอบสนองรสนิยมของคนบางกลุ่มในจังหวัดมากกว่านี้ เช่น มีกิจกรรมงานคอสเพลย์ อยากให้มีภาพยนตร์ที่จังหวัดอื่นเข้าฉายแต่จังหวัดตรังกลับไม่เข้า คนในจังหวัดควรเปิดใจกับอะไรใหม่ ๆ เหมือนที่กรุงเทพ ควรมีพาหนะที่อำนวยความสะดวกไปไหนมาไหนง่าย เพราะบางคนแม้แต่มอเตอร์ไซค์รับจ้างแทบจะหาไม่เจอ

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018) หญิง16 ปี

จากคำขวัญของผู้ตอบแบบสอบถามข้างต้นและการสัมภาษณ์พูดคุยกับคนหลากหลาย ทั้งนักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ นักวิชาการ นักการเมือง ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารเมือง พบว่า นอกจากความสะอาด ปลอดภัย และสะดวก ซึ่งเป็นพื้นฐานของพื้นที่สาธารณะที่ดีแล้ว ผู้คนในนครตรังยังจินตนาการถึงพื้นที่ใหม่ ๆ ในนครตรังอีกด้วย ผู้เขียนขอจำแนกความหวังความฝันของคนเหล่านี้ตามฟังก์ชั่นของพื้นที่ที่เขาอยากให้มีออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ หนึ่ง พื้นที่สำหรับการเรียนรู้และการแสดงออกสำหรับเยาวชนและคนทั่วไปที่มีคุณภาพ สอง พื้นที่ทำงานของนักเรียน นักศึกษา และคนที่ประกอบอาชีพอิสระ และสาม พื้นที่ของประชาสังคมเพื่อนวัตกรรมและการสร้างสรรค์


พื้นที่สำหรับการเรียนรู้และการแสดงออกสำหรับเยาวชนและคนทั่วไปที่มีคุณภาพ

“ในตัวเมืองมีพื้นที่ทางธุรกิจ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และสำนักงาน จำนวนมากแล้ว แต่สิ่งที่ไม่ได้มีเพิ่มขึ้นตามมาคือ พื้นที่พัฒนาคน วัยรุ่นเป็นช่วงชีวิตแห่งการเปลี่ยนถ่ายทางความคิด แต่ละคนต้องพบเจอกับทางแยกและตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ใช่ของตนเอง จะเรียนอะไรต่อ จะเลือกทางไหน เวลาเราไปห้างฯ ไปสวนสาธารณะ ก็พบคนรู้จักบ้าง คนแปลกหน้าบ้าง แต่สถานที่เหล่านั้นไม่มีอะไรให้เราค้นหา ไม่ใช่พื้นที่ที่วัยรุ่นจะได้แสดงออกทางความคิด ได้ทดลองทำอะไรที่สนใจ และค้นหาความถนัด ตราบใดที่การเรียนการสอนในระบบยังไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ พื้นที่สาธารณะในเมืองควรจะทำหน้าที่นี้ด้วยเพื่อส่งเสริมกระบวนการตระหนักในตัวเองของเยาวชนคนรุ่นใหม่ อาคารที่ผมสนใจอยากออกแบบคือ ศูนย์สร้างสรรค์แรงบันดาลใจสำหรับวัยรุ่น ที่คิดไว้มันก็น่าจะมีนิทรรศการต่าง ๆ รวมถึงหมวดแนะแนวอาชีพ มีพื้นที่ที่เหมาะกับกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) หลาย ๆ ด้าน ทั้งกีฬา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม ฯลฯ แต่ละกลุ่มที่มาอาจจะเข้าร่วมเฉพาะกิจกรรมที่ตนเองสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้สัมผัส ได้ยิน ได้เห็นเกี่ยวกับกิจกรรมด้านอื่น ๆ ด้วย เป็นการส่งเสริมบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา”

(ภานุพงศ์ โยมเรือง, 2018) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง

Photo by Daria Nepriakhina on Unsplash

- อนุรักษ์พื้นที่สีเขียว (ไม่ใช่ปลูกอย่างเดียวแล้วขาดการดูแลเหมือนในปัจจุบัน) เข้าใจนะคะว่าภาครัฐอาจจะไม่มีเงินสนับสนุนเพียงพอต่อการจ้างคนมาดูแลพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ แต่ก็ควรจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนตรังให้ดีกว่าเดิม

- คนตรังมีสุขภาพดี สัดส่วนผู้ป่วยในรพ. ลดลง อันนี้อยากให้เกิดตลาดสีเขียวมากขึ้น ตลาดสีเขียวที่ดำเนินการโดยภาครัฐไม่ใช่เกิดจากกลุ่มคนกลุ่มเล็ก ๆ รวมตัวกันพอหมดเงินทุนตลาดก็หาย ภาครัฐควรช่วยนะคะ รวมทั้งมีการให้ความรู้เรื่องการปลูกผักกินเอง เรื่องสุขภาพ การออกกำลังกายในตอนเย็น

- เมืองท่องเที่ยว จะช่วยให้เมืองตรังมีเงินหมุนเวียนจากนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น แต่ก่อนที่เน้นด้านนี้ควรดูแลธรรมชาติเดิมให้ดีก่อน เพราะยิ่งมีนักท่องเที่ยวจะทำให้ธรรมชาติแย่ลง พื้นที่เสียหายมากขึ้น

- ให้ความรู้ที่เพียงพอ (จัด workshop) อยากให้เป็นกิจกรรมที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018)หญิง 23 ปี

Photo by Ali Yahya on Unsplash

“เมืองคนรุ่นใหม่ สะดวก สุขใจ ปลอดภัย ตื่นตาตื่นใจแหล่งเรียนรู้”

เป็นเมืองแห่งคนรุ่นใหม่: คนรุ่นใหม่ในที่นี้ หมายถึง คนทุกเพศทุกวัยทั้งเด็ก นักเรียน คนทำงาน หรือผู้สูงวัย ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ข้อมูล ข่าวสารและเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง ทำให้มีโลกทัศน์ที่กว้าง มีความคิดสมัยใหม่แต่ภูมิภาคภูมิใจและคงคุณค่าของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้

เป็นเมืองที่สะดวก: สาธารณะบริการสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน การเดินทางสะดวกสบาย ถึงแม้จะไม่มีรถส่วนตัว ก็สามารถเดินเท้าได้

เป็นเมืองแห่งความปลอดภัย: ทุกคนช่วยกันสอดส่อง มีกล้องวงจรปิดทุกที่ (ตรวจสอบสภาพสม่ำเสมอ ไม่เสีย) มีเจ้าหน้าที่ตระเวนสอดส่องตลอด 24 ชม. ไม่ว่าจะนักเรียน ผู้หญิง หรือผู้สูงวัย สามารถไปไหนมาไหนด้วยตัวคนเดียวได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

เป็นเมืองแห่งความสุข (สุขภาพกายและสุขภาพจิตดี): มีกิจกรรมและสถานที่พัฒนาสุขภาพกายและจิต มีสถานที่ออกกำลังกายที่เพียงพอ หลากหลายชนิดกีฬา มีสถานที่ผักผ่อนหย่อนใจที่สะดวกปลอดภัยสำหรับครอบครัว ไม่มีการมั่วสุม หรือพรอดรักกัน

ตื่นตาตื่นใจแหล่งเรียนรู้: มีแหล่งเรียนรู้ แหล่งแสดงศักยภาพ ที่มีคุณภาพ หลากหลาย น่าสนใจ มีคอร์ส เรียนฟรี หรือราคาย่อมเยาว์สำหรับประชาชน เช่น วาดภาพ ถ่ายภาพ เทควันโด ยูโด ทำอาหาร งานคราฟท์ ออกแบบเครื่องแต่งกาย ทำกระเป๋า การสร้างแบรนด์ ภาษาต่าง ๆ การพัฒนาตนเอง เป็นต้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ตลอดไปในระยะยาว ทั้งลดปัญหาเยาวชน ส่งเสริมการประกอบอาชีพ ลดอัตราการว่างงาน ลดอาชญากรรม ยกระดับและพัฒนาชุมชนอย่างถาวร

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018)หญิง 24 ปี

Photo by Mike Kotsch on Unsplash

มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ท้องถิ่นแบบสนุกสนามภายในเมืองให้ทั้งคนดั้งเดิมและนักท่องเที่ยวสามารถได้รับความรู้และความสนุกได้และสามารถต่อยอดไปในจุดต่าง ๆ ของเมืองได้

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018) ชาย 30 ปี

แหล่งเรียนรู้ศาสตร์ศิลป์ถิ่นปักษ์ใต้ หลวมรวมใจชาติพันธ์ต่างภาษา ศูนย์กลางคนต่างวัยร่วมพัฒนา สร้างสภากลางเมืองเพื่อร่วมชี้นำ (เมืองตรังมีคุณค่าทางความหลากหลายในหลายๆเรื่องนะครับ มีความโดดเด่นในตัวเอง แต่ขาดการส่งเสริมผลักดันอย่างจริงจัง การส่งไม้ต่อจากรุ่นสู่รุ่นจึงขาดหาย ขาดเวทีส่วนกลางที่สามารถให้กลุ่มคนหลายภาคส่วนได้ทำงานร่วมกันในระดับที่ต่อเนื่อง)

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018) ชาย 37 ปี

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดกับเยาวชนคนรุ่นใหม่อย่างผู้บริหารสถานศึกษาก็ได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ในเขตนครตรังว่า มีน้อยและยังไม่เหมาะสม รวมทั้งเรียกร้องให้ภาครัฐให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้นอกระบบของเยาวชนคนรุ่นใหม่และคนทั่วไปมากขึ้น ดังนี้

“พื้นที่สาธารณะที่จัดกิจกรรมเพื่อความบันเทิงในเมืองนั้นมีเยอะ เช่น ขายของ ดนตรี กีฬา เทศกาลต่าง ๆ เป็นต้น อาจจะเป็นเพราะว่าสิ่งเหล่านี้ผูกโยงกับความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจของเมือง มีตัวชี้วัดที่เห็นได้ชัด แต่พื้นที่สำหรับการสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ยังมีน้อย ราชการยังมองไม่ออกว่า จะผลิตคนให้เป็นคนคุณภาพได้จะต้องทำอย่างไร กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจในการค้นหาตนเองของเยาวชนยังมีพื้นที่รองรับที่เหมาะสมน้อยเกินไป โรงเรียนจึงต้องพาเด็กไปข้างนอกไปหาชุมชนแทน แต่ถ้าเรามองการศึกษาเป็นการลงทุนระยะยาว ลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ แนวนโยบายที่จะพัฒนาการศึกษาก้าวหน้าก็จะต้องกระตุ้นคนเข้าไปใช้ห้องสมุดเยอะ ๆ ทำให้แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วมีความน่าสนใจ”

(สุวณี อึ่งวรากรณ์, 2018) ผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง

“ในยุคดิจิตอล เราไม่ได้สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้อง ใครจะจัดงานอะไรก็แล้วแต่ ไม่ควรใช้เด็กเป็นไม้ประดับ เช่น งานงดสูบบุหรี่ ให้เด็กไปเดินแถวแล้วก็จบ ทำไมไม่ทำนิทรรศการดี ๆ ให้เด็กเข้าไปดู ไปชม เข้าไปสัมผัส เพื่อให้เด็กได้มั่นใจในโลกกว้าง มั่นใจว่าเขารู้จักโลกนอกห้องเรียนดีพอที่จะดูแลตัวเองได้… เวลาเราพาเด็กไปทัศนศึกษา เราต้องวางแผนเพื่อที่จะให้เขาปลอดภัย อีกอย่างส่วนใหญ่แหล่งเรียนรู้แต่ละที่จะไม่มีผู้รับผิดชอบโดยตรงในการสร้างสรรค์กิจกรรมและเนื้อหาเพื่อให้สถานที่นั้นพัฒนา เวลาโรงเรียนไปก็ต้องคิดเองว่าจะพาเด็กไปเรียนรู้อะไร ไปบ้านไหน มันไม่มีว่า เรามารวมกันแล้วมาหัดทำโน่นนี่ จังหวัดตรังเคยจะตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ของภาคใต้ (หมายถึงโครงการ RCE-Trang) ไปแข่งขันกับจังหวัดอื่นมาได้แล้ว แต่สุดท้ายไม่ได้ทำ เพราะงบประมาณมันเยอะ ผู้บริหารเมืองที่จะมาจริงจังเรื่องนี้น้อย เพราะมันไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม ไม่มีตัวเลขทางเศรษฐกิจชัดเจน อยากให้มีแหล่งเรียนรู้ดี ๆ อะไรก็ได้ หอดูดาวก็ได้ พิพิธภัณฑ์ก็ได้ ทำเล็ก ๆ ก่อนแล้วค่อยขยาย แต่มันไม่มีคนทำ”

(มารศรี ตรีรัตนพันธุ์, 2018) ผู้อำนวยการโรงเรียนบูรณะรำลึก

ตามข้อมูลพื้นฐานพบว่า มีโรงเรียนระดับมัธยมของรัฐและเอกชนมากกว่า 10 โรงเรียน ในเขตอำเภอเมืองตรัง และยังมีสถาบันอุดมศึกษาอีกจำนวนมาก เช่น วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยสารพัดช่าง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ศูนย์ตรังเป็นต้น ถึงแม้ว่าสถานศึกษาเหล่านี้จะไม่ได้ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลทั้งหมดแต่นักเรียนและนักศึกษาจำนวนหนึ่งก็อาศัยอยู่และใช้ชีวิตสาธารณะในพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะการรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการตามนิยามของที่ที่สาม พวกเขาจึงถือเป็นพลเมืองที่คาดหวังว่าจะได้รับบริการสาธารณะจากเทศบาลและส่วนราชการจังหวัด

แต่เมื่อพิจารณาโครงการตามแผนงานของเทศบาลในด้านการพัฒนาการศึกษากลับพบว่า เป็นแผนงานที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนในสังกัดของเทศบาลเป็นหลัก มีเพียงโครงการจัดหาหนังสือและสื่อการเรียนรู้ประจำห้องสมุดเทศบาลเท่านั้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนของผู้คนในเขตเทศบาลนครตรังโดยตรง ทั้งนี้ หากเราถือว่าพื้นที่และอาคารสาธารณะสำหรับการเรียนรู้ในเขตเทศบาลเป็นบริการสาธารณะอย่างหนึ่ง เหตุใดบริการด้านการศึกษาและการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นในนครตรังจึงไม่เอื้ออำนวยแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่และคนทั่วไปที่อยู่นอกระบบโรงเรียนสังกัดเทศบาลแต่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ เรียน ทำงาน หรือเข้ามาใช้เวลาว่างในนครตรังเป็นประจำด้วย

เมื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนงานในอดีตแล้ว จึงพบบางโครงการที่ดูเหมือนว่าจะเป็นแผนพัฒนาพื้นที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับความต้องการประเภทแรกนี้มากที่สุด ได้แก่ “โครงการศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาคจังหวัดตรังในการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Regional Centre of Expertise on education for sustainable development : RCE-Trang)” ตามแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ในยุทธศาสตร์ที่ 1การศึกษาเพื่อพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ (เทศบาลนครตรัง, 2554) รวมถึงแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558–2561 ในหมวดเดียวกันซึ่งจะจัดให้มีศูนย์เยาวชนขึ้นมารองรับและสนับสนุนกิจกรรมของเยาวชนในนครตรังในเชิงสร้างสรรค์และทันสมัย (กองวิชาการและแผนงาน เทศบาลนครตรัง, 2561,หน้า12)

ทั้งนี้ โครงการศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาคจังหวัดตรังในการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครตรังกับ United Nations University Institute for the Advanced Study of Sustainability (UNU-IAS) คาดว่าจะทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้องค์ความรู้ ภูมิปัญญา และปราชญ์ท้องถิ่น ให้ประชาชนและผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว มีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างศูนย์การเรียนรู้ทั่วโลก แต่ในปัจจุบันโครงการได้ดำเนินการเพียงแค่ส่วนกิจกรรมการเรียนรู้ตามศูนย์ของชุมชนที่กระจายอยู่ในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดตรังโดยเจ้าหน้าที่ของ UNU-IAS เท่านั้น ส่วนแผนการพัฒนาพื้นที่และอาคารศูนย์เรียนรู้โดยเทศบาลนครตรังกลับไม่มีความคืบหน้าและหยุดชะงักไปเป็นเวลาหลายปี (RCEhannastahlberg, 2017; มณีวรรณ สันหลี, 2018) อย่างไรก็ดี เมื่อกลางปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมาได้มีความพยายามในการฟื้นฟูแผนนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยการนำของนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมกับผู้ริเริ่มโครงการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องกันว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อชาวตรังและผู้คนในจังหวัดใกล้เคียง จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเพื่อเชื่อมโยงให้เกิดการร่วมมือและบูรณาการระหว่างหน่วยงานจนเกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่ต้องการและผลักดันในตรังเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง (RCEhannastahlberg, 2017; TV Online Tranglivechannel, 2017; องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง, 2017)

ในขณะที่โครงการทั้งหลายต้องหยุดชะงัก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางด้านงบประมาณ การเมืองท้องถิ่น หรือการจัดลำดับความสำคัญก็ตาม สำหรับผู้เขียนนี่ถือเป็นจังหวะและโอกาสที่ดีในการทบทวนว่า อาคารและพื้นที่สาธารณะสร้างใหม่ที่อยู่ในแผนของเทศบาลนั้นมีความยุติธรรมในแง่ของการมีส่วนร่วมแล้วหรือไม่ มีความเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการใช้ชีวิตสาธารณะตามวิถีชีวิตปัจจุบันแล้วหรือไม่ และโครงการดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับพื้นที่และบริการสาธารณะของเมืองที่มีอยู่แล้วได้หรือไม่ อย่างไร เป็นต้น เพื่อจะได้ทำให้โครงการที่มีมูลค่าการลงทุนมหาศาลเช่นนี้มีคุณภาพ เป็นที่นิยม และคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด

Photo by chuttersnap on Unsplash

พื้นที่ทำงานของนักเรียน นักศึกษา และคนที่ประกอบอาชีพอิสระ

Photo by Marvin Meyer on Unsplash

ภาพด้านล่างแสดงปริมณฑลของที่ที่หนึ่ง สอง และสาม ซึ่งทับซ้อนกัน เช่น ที่ที่หนึ่งของนาย ก อาจจะเป็นที่ที่สองของนาย ข เช่น บ้านเพื่อน ที่ทำงานบางแห่งจัดสถานที่ให้พนักงานได้พักผ่อนและทำกิจกรรมกลุ่มนอกเหนือจากงานได้ โรงเรียนและมหาวิทยาลัยก็เช่นกัน ในขณะเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีและการสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัดในเชิงพื้นที่ ที่ที่สามอย่างร้านกาแฟ สวนสาธารณะ และห้องสมุด ก็กลายเป็นที่สำหรับการทำงานและการเรียน นอกจากนี้ ปัจจุบันมีพื้นที่ของเอกชนจำนวนมากที่นอกจากจะขายสินค้าและบริการแล้วยังที่ทำหน้าที่เป็นสถานที่รวมตัวอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการของผู้คนด้วย จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

ปริมณฑลสาธารณะสมัยใหม่

จากผลการตอบแบบสอบถามของผู้มีอายุ 15–35 ปี จำนวน 514 คน ในข้อ 27. คุณคิดว่า “ที่ที่สามที่ดำเนินการโดยเอกชน” มีคุณลักษณะพิเศษอะไรที่ดึงดูดให้คนเข้าไปใช้ เข้าไปทำกิจกรรมต่าง ๆ พบว่า คำตอบส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า เพราะมีอินเตอร์เน็ตไร้สายบริการ และผลคะแนนการปัจจัยที่สำคัญต่อการตัดสินใจเข้าใช้พื้นที่เป็นที่ที่สาม พบว่า มีบริการ wifi ฟรี มีปลั๊กให้เสียบชาร์ทอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นปัจจัยลำดับที่11 คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.07 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน นอกจากนี้ คำถามข้อ 22. คุณทำอะไรบ้างในที่ที่คุณไปประจำเพื่อพบปะ พูดคุย รวมกลุ่ม พบว่า มีสัดส่วนของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนหรือการทำงานอยู่ค่อนข้างสูง สอดคล้องกับข้อคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามบางส่วน ดังนี้

ออกแบบสถานที่ให้เหมาะสมกับการใช้งานในหลายรูปแบบ เป็นที่ที่เข้าถึงได้ง่าย สามารถใช้งานได้จริง

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018) หญิง 15 ปี

ควรเพิ่มพื้นที่มากยิ่งขึ้นในรูปแบบของโต๊ะทำงานและความร่มเย็น มีความสะอาดเรียบร้อย และมีความเป็นส่วนตัว ค่าใช้จ่ายน้อย

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018) หญิง 16 ปี

ควรติดตั้ง wifi และหลังคาบังแดด เก้าอี้สะอาด ๆ และห้องน้ำสะอาด ๆ และควรมีความปลอดภัย

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018) หญิง 18 ปี

Photo by Štefan Štefančík on Unsplash

“เวลานัดทำงานก็จะไปกันที่สวนทับเที่ยง มีอาคารที่เป็นลานโล่งมีหลังคาให้เข้าไปใช้ได้ แต่จริง ๆ มันก็ไม่ได้ปลอดภัยตลอดเวลา ดูจากข้างนอกมันก็เป็นพื้นที่ค่อนข้างปิด ถ้าไม่นัดกันตรงนั้นก็ที่บ้าน แต่พอไปบ้านเพื่อน เราก็จะไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัว เกรงใจว่าเราอาจจะเสียงดัง คาเฟ่ ร้านกาแฟ หรือ co-working space เราก็ต้องจ่ายสตางค์ เราอยากให้มีห้องนั่งทำงานได้ หรือเป็นพื้นที่โล่งธรรมดาและมีหลังคาคลุมนั่งทำงานได้ก็พอ แต่มันไม่ค่อยมี ปัญหาอีกอย่างคือ Wifi สาธารณะใช้ไม่ได้เลย สัญญาณไม่ค่อยดี บางทีเดือดร้อนจริง ๆ ไม่มีเน็ตก็พึ่ง wifi เทศบาลไม่ได้ มีบริการจริงแต่มันใช้ไม่ได้”

(นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวิเชียรมาตุ 5 คน, 2018)

“มีโต๊ะ เก้าอี้ ไว้ทำงานกลุ่ม”

(ผู้ตอบแบบสอบถาม, 2018) ชาย 17 ปี

“เราเป็นนักเรียน ไม่มีรายได้ แต่เราก็ต้องการพื้นที่ของเราเหมือนกัน เป็นพื้นที่ที่เราเป็นตัวของตัวเองและแสดงออกได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนคนอื่น อย่างห้องสมุดสาธารณะที่มีอยู่ก็ห้ามพูดคุยกันเสียงดัง เราอยากจะพูดคุย ทำงานกลุ่ม ติวหนังสือก็ทำไม่ได้ บ้านเพื่อนหรือที่โรงเรียนก็ค่อยไม่สะดวก ไปร้านกาแฟบางครั้งก็ไม่ค่อยได้ติว มันมีสิ่งรบกวนเยอะ”

(ปัณฑ์ชนิต ภักดีโชติ, 2018)

Photo by Toa Heftiba on Unsplash

จะเห็นได้ว่า คนรุ่นใหม่ในนครตรังมีความต้องการพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทำงานนอกบ้าน ที่เรียน และที่ทำงานจำนวนมาก แต่ผู้ใช้ก็ยังประสบปัญหาว่า พื้นที่ที่มีอยู่แล้วอย่างห้องสมุดสาธารณะและศาลากิจกรรมตามสวนสาธารณะ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียงพอและใช้งานไม่ได้จริง บรรยากาศไม่เอื้อให้สามารถนั่งได้นาน ๆ และบางครั้งไม่เป็นมิตรกับการรวมกลุ่มทำกิจกรรมเท่าที่ควร นอกจากนักเรียนและนักศึกษาแล้ว พบว่ายังมีกลุ่มของผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีความต้องการใช้พื้นที่ในรูปแบบเฉพาะด้วย เช่น กลุ่มสถาปนิก กลุ่ม start-up และเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก เป็นต้น หากมีสถานที่สำหรับประชุมและทำงาน ก็จะสามารถระดมทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพมาใช้ร่วมกันได้ในสถานที่นั้น ทำให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระดังกล่าวมีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น เพราะสามารถลดต้นทุนและสร้างการเรียนรู้ระหว่างกันได้ดีขึ้น

“ในตรังมีสถาปนิกที่เป็นเครือข่ายกัน 30 กว่าคน เคยคิดว่าอยากให้มีพื้นที่รวมตัวของสถาปนิก อยากเช่าอาคารสามชั้น เอาหนังสือของทุกคนมารวมกัน ประทับตราชื่อเจ้าของ แล้วก็บริจาคเข้าเป็นของส่วนกลาง ชั้นสองเป็นห้องประชุม เอาไว้ประชุมไว้บรีฟงานลูกค้า ชั้นล่างก็เป็นที่นั่งทำงาน นั่งเล่น เป็นเหมือนสมาคม เอาปริ๊นเตอร์ เอาโต๊ะ เก้าอี้ของแต่ละคนมา ถ้าทำได้แบบนั้นเราจะได้ทรัพยากรที่ต่อสู้กับบริษัทใหญ่ ๆ ได้เลย เราได้ออฟฟิตขนาดยักษ์แล้ว ได้ประโยชน์เป็นพื้นที่ให้กับนักเรียนนักศึกษาด้วย มันมักจะมีวาทกรรมว่า ‘เกิดไม่ทันไม่รู้หรอกเมื่อก่อนเขาเรียนกันยังไง’ซึ่งผมมองว่าเป็นการเหยียดชนิดหนึ่ง เป็นการดูถูกเด็กรุ่นใหม่ แต่จะทำอย่างไรให้เด็กได้เรียนรู้ได้ผ่านประสบการณ์แบบเรา เราก็ต้องสร้างสังคมขึ้นมาใหม่ให้เขา พื้นที่แบบที่ฝันนี้ก็จะตอบโจทย์ที่ว่าได้”

(ยิ่งยศ แก้วมี, 2017)


พื้นที่ของประชาสังคมเพื่อนวัตกรรมและการสร้างสรรค์

Photo by Kelvyn Ornettte Sol Marte on Unsplash

“เราอยากให้เกิดพื้นที่ที่เมืองจะมาคุยกัน สร้างภาคประชาสังคมขึ้นมา เราอยากจะทำเป็นห้องรับแขกของเมือง เป็นพื้นที่สาธารณะที่คนมาคุยกัน เคยเสนอว่าให้ทำโดยปรับปรุงอาคารสุขศาลาเก่า (สถานีอนามัยเก่าของชุมชน) ซึ่งปิดร้างมากว่า 10 ปี อยากทำให้เป็น City Gallery เหมือนที่สิงคโปร์ เป็นเหมือนห้องรับแขกให้นักท่องเที่ยวมาสำรวจดูก่อนว่าเมืองมีอะไรบ้าง และให้มีพื้นที่แบบสภากาแฟ มีผู้เฒ่าผู้แก่มานั่งประชุม คุยกัน คนรุ่นใหม่มาทำ workshopเพราะปัจจุบันมันมีคนอยากจะทำ workshop เยอะ แต่ไม่มีพื้นที่ ที่มีอยู่ก็ไม่เหมาะสม บรรยากาศไม่ได้ เราเคยมีแนวคิดว่าเอาทรัพยากรของเอกชนมารวมกัน คล้าย ๆ เป็น social enterprises [ผู้ประกอบการทางสังคม]อาจจะรวมงบ CSR [Corporate Social Responsibility) จากบริษัทต่าง ๆ มาเป็นหุ้นส่วน แต่การทำแบบนั้นได้ก็ยังต้องหาช่องทางระดมทุนอยู่ จึงยากที่จะเกิด”

(ตรีชาติ เลาแก้วหนู, 2018)

ภาคอุตสาหกรรมของเรารุดหน้าไปมาก แต่ในระดับท้องถิ่นยังคงเป็นเทคโนโลยีที่ไม่สามารถตอบโจทย์การผลิตในยุคสมัยใหม่ได้อย่างแท้จริง อยากให้มีการบูรณาการระหว่างสาขา อยากให้มีพื้นที่และมีเครื่องไม้เครื่องมือในการทดสอบประสิทธิภาพที่ดีกว่านี้ ซึ่งจะทำได้อย่างนั้นก็ต้องเป็นความร่วมมือกับทุกสาขา จึงจะทำให้เราสามารถพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจในท้องถิ่นได้ แต่ไม่มีคนกลาง ไม่มีเจ้าภาพ นวัตกรรมจึงไม่เกิด

(ทิพวัฒน์ พรดำรงค์รัศมี, 2018)

แม้ว่าจะไม่พบข้อเสนอเกี่ยวกับพื้นที่ประเภทสุดท้ายนี้ในหมู่ผู้ตอบสอบถามมากนัก แต่ความคิดเห็นของอาจารย์ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งสองท่านจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของเมืองที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้ ผู้ให้สัมภาษณ์หลายคนหวนกลับมาอยู่บ้านเกิด สร้างตัวตนผ่านกิจการงานของตนเองในขณะเดียวกันก็ต้องการเห็นเมืองพัฒนาไปในทิศทางที่คนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่สามารถอยู่ร่วมกันและสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เมืองมีชีวิตชีวา มีเศรษฐกิจที่ดี และไม่ทอดทิ้งใคร (ชนพิกานต์ เพชรประสิทธิ์, 2018; ตรีชาติ เลาแก้วหนู, 2018; ธีรภัทร์ วุฒิศักดิ์, 2018; บุญชู ชูเอน, 2018; ยิ่งยศ แก้วมี, 2017)

โดยสรุปข้อเสนอทั้งหมดนี้มาจากทั้งผู้ที่มีทรัพยากรและอำนาจที่จะทำให้เป็นจริง และจากผู้คนธรรมดาที่เป็นพลเมืองของนครตรัง ซึ่งทำให้เราเห็นว่า ไม่ว่าจะมีอำนาจอย่างเป็นทางการหรือไม่ ทุกคนต่างมีความหวังความฝันเกี่ยวกับพื้นที่สาธารณะที่ดีในนครตรังแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทั้งสามประเภทนี้ อาจจะเป็นพื้นที่เดียวกัน แต่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมสำหรับกิจกรรมและความต้องการที่หลากหลาย ยืดหยุ่น และยุติธรรม


อ้างอิง

Intermingle in Trang. สุมหัวกันเรื่องเมืองครั้งที่ 1, § ทศวัจน์ แพกุล, พระอิทธิยาวัชย์ โชติปญโญ, ภานุพงศ์ โยมเรือง, กมลฉัตร โพคา, ปิยชนก ภัทรสรรเพชญ, ปัณฑ์ชนิต ภักดีโชติ (2018). The Tree Sleep | Space. Retrieved from https://medium.com/intermingle-in-trang/สุมหัวกันแล้วได้อะไร-ตอนที่-1-ว่าด้วยรถโดยสารสาธารณะ-วัด-90e9765b0203

Intermingle in Trang. (2018b, April 30). ชีวิตสาธารณะ : ที่ที่สามกับชุมชนทางวัฒนธรรมร่วมสมัยของคนต่างรุ่นในนครตรัง.Retrieved from https://medium.com/intermingle-in-trang/ชีวิตสาธารณะ-ที่ที่สามกับชุมชนทางวัฒนธรรมร่วมสมัยของคนต่างรุ่นในนครตรัง-27755cea2f36

RCEhannastahlberg. (2017, May 18). RCE Trang is Reorganized to Tackle Current Challenges. Retrieved 18 April 2018, from https://www.rcenetwork.org/portal/node/2821

TV Online Tranglivechannel. (2017, May 9). การดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน-ตรัง (RCE-Trang). Retrieved 15 April 2018, from http://www.trangchanneltv.com/news_detail.php?news_id=00708

องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง. (2017, May 9). นายก อบจ.ตรัง ร่วมหารือการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน-ตรัง (RCE-Trang). Retrieved15 April 2018, from http://www.trangpao.go.th/news_detail.php?id=485

กองวิชาการและแผนงาน เทศบาลนครตรัง. (2561). รายงานการติดตามและประเมินผลการพัฒนาเทศบาลนครตรัง ในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 (รอบ 6 เดือน). ตรัง: เทศบาลนครตรัง. Retrieved from http://61.19.71.2/trangsportday/file_upload/ติดตามและประเมินผล/รายงานการติดตามผลและประเมินผลการดำเนินงาน%20ประจำปีงบประมาณ%202561%20(รอบ%206%20เดือน).PDF

จิตรา หลีกภัย. (2533). หนังสือสังคมศึกษา ส ๐๗๑ ท้องถิ่นของเรา ๑ จังหวัดตรัง. กรุงเทพมหานคร.

เทศบาลนครตรัง. (2554). แผนการดำเนินงาน ประจำ ปี งบประมาณ พ.ศ. 2555 เทศบาลนครตรัง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง. ตรัง: เทศบาลนครตรัง.Retrieved from http://www.trangcity.go.th/trangsportday/file_upload/แผนการดำเนินงาน/แผนการดำเนินงาน%20ประจำปีงบประมาณ%20พ.ศ.2555.pdf

Intermingle in Trang

Re-tribalization of Active Generations for Sustainable Development in Trang, Thailand

Apichaya@mingleintrang

Written by

ติดตามโพสของ Intermingle in Trang ได้ที่ https://medium.com/intermingle-in-trang

Intermingle in Trang

Re-tribalization of Active Generations for Sustainable Development in Trang, Thailand

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade