แม่แจ่ม — ม่อนแจ่ม เชียงใหม่

บันทึกการเดินทาง
Video ยังตัดไม่เสร็จ (ขี้เกียจ)

เชียงใหม่เมืองท่องเที่ยวไปกี่ครั้งก็ยังรักเหมือนเดิม คราวนี้เราจะเที่ยวที่แม่แจ่มบ้านเกิดเพื่อนสาวแล้วตะลุยต่อที่ม่อนแจ่มกัน

เย็นวันศุกร์ ในกรุงเทพฯ เมืองรถติดอันดับต้นของโลกบวกกับวันหยุดยาวที่จะมาถึง ไม่ต้องจินตนาการให้เยอะเลยว่าบนถนนจะติดหนึบขนาดไหน 19:30 ได้เวลารถออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิตตรงไปที่อำเภอจอมทอง เราเลือกขึ้นรถสาย กรุงเทพฯ-จอมทอง จะได้ไม่ต่อรถเยอะ การเดินทางก็ใช้เวลาทั้งคืนจนถึงเช้า

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร

8:00 เช้า รถบัสมาถึงที่คิวรถวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เราแวะเข้าห้องน้ำแปรงฟันทำธุระต่างๆ รวมถึงหาของกินบริเวณตลาด ข้างตลาดจะมีคิวรถเหลืองซึ่งอยู่ติดถนน รถคันนี้จะขับตรงไปที่อำเภอแม่แจ่ม ค่ารถ 70 บาท เรามีเวลาแวะทำโน่นนี่ 1 ชั่วโมงก่อนรถเหลืองจะออกจากคิว (รถออกทุกชั่วโมง) แต่ก็แนะนำว่าถ้ามีรถเหลืองจอดอยู่ให้เอากระเป๋าไปวางเพื่อจองที่ไว้ก่อนแล้วค่อยไปเดินตลาด

ตลาดท่ารถจอมทอง — ด่านตรวจที่ 2

ระหว่างทางไปอำเภอแม่แจ่ม เราต้องผ่านอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อากาศจะเย็นหน่อยเตรียมเสื้อกันหนาวออกมาใส่ได้เลย พอถึงด่านตรวจที่ 2 รถจะเลี้ยวซ้ายไปทางแม่แจ่ม นั่งรถอีกสักพักใหญ่ก็จะถึงท่ารถแม่แจ่มแล้ว

ระหว่างทาง — ท่ารถแม่แจ่ม

10:40 เราเดินทางมาถึงอำเภอแม่แจ่มซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ซะอีก เตรียมตัวไปที่พัก ทริปนี้มาแบบประหยัด เราได้พักบ้านเพื่อนแถมมีอาหารให้กินทุกมื้อ พอถึงบ้านขอตัวพักผ่อนก่อนตอนบ่าย 3 จะได้ออกไปแวะเที่ยวบริเวณนี้สักหน่อย

น้ำออกฮู ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอวม อยู่ทางทิศเหนือของอำเภอแม่แจ่ม

ที่แรก “น้ำออกฮู” สายน้ำเย็นใสไหลออกมาจากซอกหินของหุบเขา ตรงนี้จะมีสระที่กักน้ำไว้สามารถลงไปเล่นน้ำได้ แต่เสียดายเราไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยนด้วย โดยปกติช่วงที่คนนิยมมาเล่นน้ำออกฮูคือช่วงเดือนเมษา เพราะจะมีการกักน้ำโดยรอบพื้นที่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินมาทางมาแช่น้ำเย็นๆ ในช่วงหน้าร้อน

วัดพุทธเอ้น

จากนั้นก็แว๊นมอไซค์ไปต่อที่ “วัดพุทธเอ้น” เป็นวัดเก่าแก่สร้างเมื่อ 200 กว่าปีมาแล้ว มีโบราณสถานคือ “โบสถ์น้ำ” สร้างในสระสี่เหลี่ยมโดยปักเสาลงในน้ำล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง ที่นี่มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์สามารถนำขวดมาใส่น้ำไปดื่มได้ เป็นน้ำสะอาดใสไม่มีกลิ่น

วัดพุทธเอ้น โบสถ์น้ำ — บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

ดูเหมือนว่าฟ้าจะครึ้มและฝนกำลังจะตก เราต้องรีบไปอีกหนึ่งวัด นั่นก็คือ “วัดกองกาน” วัดนี้เป็นวัดเล็กๆ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านกองกาน ที่โบสถ์และกุฎิจะมีจิตรกรรมฝาผนังประดับอยู่ ส่วนด้านหลังของวัดจะมีแม่น้ำไหลผ่านที่นั่นมีสะพานแขวน(ขัวโต๋งเต๋ง) พาดข้ามแม่น้ำแม่แจ่ม ปกติน้ำจะใสกว่านี้ แต่ช่วงที่เราไปก็หน้าฝนพอดีน้ำเลยขุ่นมาก

วัดกองกาน — สะพานแขวน(ขัวโต๋งเต๋ง)

ขับรถเที่ยวจนถึงเย็น ได้เวลาไปตลาดพอดี “กาดมั่ว” อยู่ในตัวเมืองแม่แจ่ม ติดกับที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม ที่นี่มีของขายหลากหลาย ของกินของใช้ต่างๆ คนในพื้นที่ก็มักจะมาซื้อของกันที่นี่

กาดมั่ว — ทานข้าวที่บ้าน

นอกจากจะแวะซื้อของกินแล้ว เรากับเพื่อนซื้อเสื้อกะเหรี่ยงมาใส่ด้วย เผื่อในวันที่ขึ้นไปม่อนแจ่มจะได้ใส่เป็นธีมเดียวกัน หลังจากซื้อของเสร็จกลับมาบ้านพักผ่อน อาบน้ำ กินข้าว และเข้านอนเตรียมตัวไปบ้านป่าบงเปียงแต่เช้า

4:00 ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวพร้อมแล้วสำหรับการเดินทางวันนี้ ล้อหมุนตี 5 เราและเพื่อนนั่งท้ายกระบะ มีน้าของเพื่อนอาสาเป็นคนขับพาพวกเราเดินทางไปบ้านป่าบงเปียง ระยะทางไกลพอสมควรและทางก็โหดจริงๆ กว่าจะถึงก็นั่งเกรงจนเมื่อย

ระหว่างทางไปป่าบงเปียง

มาถึงที่นี่ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น เตรียมตั้งกล้องถ่ายทะเลหมอก โน่น..อยู่ไกลมาก แสงอาทิตย์สาดส่องขึ้นมาเหนือหุบเขาเราได้เห็นภาพของนาขั้นบันไดชัดๆ ใกล้ชิดมากแทบจะกลืนรวงข้าวลงคอ

นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง

เราแวะทานอาหารเช้ากันที่นี่ (หลังรถกระบะนั่นแหละ) เพิ่มพลังงานก่อนไปต่อกันที่ดอยอินทนนท์ แดดเริ่มออกอากาศเริ่มร้อนขึ้นแล้ว

ในที่สุดเราก็มาถึง “กิ่วแม่ปาน” แต่ว่ากิ่วยังไม่เปิดให้ขึ้น ฝันสลายเลยทีเดียว เอาล่ะงั้นไปยอดดอยกันดีกว่า พอไปถึงที่นั่นกลับพบว่าสะพานเส้นทางศึกษาธรรมชาติปิดปรับปรุงอยู่ อดกันไป

แต่อย่างน้อยมาถึงนี่ก็ไม่เสียเที่ยว เส้นทางธรรมชาติ “อ่างกา” ยังเปิดให้เข้าชมได้อยู่

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ อ่างกา

เดินชมธรรมชาติเสร็จจากนั้นเราก็ลงมาที่พระธาตุดอยอินทนนท์สักหน่อย

พระมหาธาตุนภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ

คนเยอะมากเนื่องจากเป็นวันหยุด คนมาเที่ยวที่นี่ช่วงวันหยุดน่าจะเป็นหมื่นคนเลยทีเดียว แม้ว่าช่วงที่เราไปอากาศยังไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ก็ตาม

จบทริปสำหรับวันนี้ เหนื่อยและร้อนมาก เราเดินทางกลับมาบ้านพักตั้งแต่บ่ายๆ อากาศก็ยังร้อนอยู่ กำลังคิดว่าจะทำอะไรคลายร้อนดีนะ ในหัวก็ผุดไอเดียขึ้นมา “น้ำออกฮู” ไง เราจะไปเล่นน้ำกันที่นั่น

น้ำออกฮู

โชคดีมากที่คนไม่เยอะ ที่นี่น้ำใสและเย็นมาก ส่วนน้ำนี่สามารถดื่มได้เลย วันนี้ใช้เวลาคุ้มมาก ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนตกดิน

ระหว่างทางกลับบ้าน

9:00 เช้า รีบออกมารอรถเหลืองเพื่อเดินทางไปตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ว่ารถเหลืองคันนี้ส่งเราไปถึงแค่จอมทองเท่านั้น จากนั้นก็ต่อรถไปที่เชียงใหม่พอถึงเมืองเชียงใหม่ ซึ่งนี่โชคดีมากที่มีญาติของเพื่อนมารับไปส่งที่โรงแรม

เราดูที่พักถูกๆ ไว้แถวซอยสันติธรรม เพราะน่าจะมีของกินเยอะดี ถึงที่พักเรียบร้อย ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าและพักอีกแป้ป เดินทางมาค่อนวันจนตูดช้าไปหมดแล้ว ไว้ตื่นขึ้นมาเราจะไปวัดพระธาตุดอยสุเทพกัน

จุดชมวิวก่อนขึ้นดอยสุเทพ

มาเชียงใหม่ใช้ Grab สะดวกกว่ามาก เรียกให้มารับถึงโรงแรมแล้วพาเราไปส่งที่คิวรถขึ้นดอยสุเทพ แต่พอ Grab รู้ว่าเราจะไปดอยสุเทพเลยเสนอราคาใหม่ พาไป-กลับ เหมาในราคา 600 บาท (3 คน) พาไปส่งถึงโรงแรม เลยนี่ขอไปคุยกับรถแดงก่อน อ่านป้ายราคารถแดง ไป-กลับคนละ 80 ถือว่าถูกกว่าราคาเหมามาก แต่ว่ารถแดงเนี่ยต้องรอให้ครบ 10 คนก่อนถึงจะออกได้ ตอนที่เรามาถามก็มีผู้โดยสารรออยู่แล้ว 2 คน ถ้าเรามาบอกเพิ่มอีกก็เป็น 5 รออีกหน่อยก็ครบ 10 ก็ไปได้แล้ว ด้วยความที่ไม่ได้รีบอะไรมากเลยตัดสินใจไปรถแดงนี่แหละ เลยดีลกับรถแดงอีกรอบ ลุงคนขับบอกว่าขากลับจะไปส่งเราถึงโรงแรมฟรีอีกด้วย

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

บ่ายแก่ๆ วันจันทร์ นักท่องเที่ยวก็เยอะ เราใช้เวลาไหว้พระธาตุเดินเล่นบนนั่นสักพักก็หมดเวลาแล้ว จากนั้นก็ลงจากดอยกลับมาที่ห้องพัก วันนี้เดินทางทั้งวันเลย อาบน้ำแต่งตัวไปทานข้าวที่ “ท่าช้าง” จริงๆ เราควรไปนิมมานนะ ของกินเยอะกว่า แต่ก็อยากมาที่นี่บ้างสักครั้ง ดื่มไปไม่เยอะก็แค่มึนๆ ส่วนเพื่อนอีกคนเมา กลับไปถึงโรงแรมก็ต้องรีบนอน เพราะพรุ่งนี้เช้าเราจะไปม่อนแจ่ม

8:00 เช้า ออกจากที่พัก เรานัดเพื่อนอีกคนไว้ นั่นก็คือไกด์นำเที่ยวของเราเอง จากนั้นก็ไปหารถมอไซค์เช่าแล้วขับตรงไปที่ม่อนแจ่ม ระยะทางไกล 40 กิโล นั่งจนตูดชา

ม่อนแจ่ม

ถึงแล้วม่อนแจ่ม แสงแดดจ้า การถ่ายรูปในตอนกลางวันเป็นอะไรที่ลำบาก เพราะถ้าแสงเยอะไปคอนทรานซ์ก็จะเยอะด้วย ตาก็จะหยี่แบบที่ต้องเพ่งตาใส่กล้องสู้แสง

ขยับลงมาอีกที่ ร้านกาแฟในป่าและกิจกรรมหวาดเสียว (Jungle de Cafe — Pongyang Jungle Coaster) โอ้ว ตอนแรกก็ไม่ได้กะจะมาเล่นอะไรพวกนี้หรอก แต่พอได้เห็นคนอื่นเล่นแล้วได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดดูแล้วน่าสนุก มาถึงนี่ก็จะขอลองเล่นสักหน่อย ราคาเครื่องเล่น 150.- จะได้เหรียญมา 1 เหรียญ ไปหยอดที่ทางเข้าเครื่องเล่นนั้นๆ

Jungle de Cafe — Pongyang Jungle Coaster

หนึ่งคันสามารถเล่นได้ 2 คน หรือเล่นคนเดียวก็ได้ชิลๆ ตอนแรกก็กลัวว่ามันจะตื่นเต้นหรือหลาดเสียวอะไร เอาเข้าจริงก็ชิลๆ ส่วนไกด์เราร้องตั้งแต่เครื่องยังไม่ออก

ห้วยตึงเฒ่า

หลังจากสนุกได้แป๊ปนึงทุกคนเริ่มหิวข้าวกันแล้ว ก็เลยขี่รถลงมาทานข้าวที่ “ห้วยตึงเฒ่า” ที่นี่มีทะเลสาบล้อมรอบด้วยกระท่อมที่ยื่นลงไปในน้ำ จะเล่นน้ำหรือทำกิจกรรมปั่นเรือเป็ดก็ได้ แต่นี่ขอทานข้าวก่อนแล้วกัน

คิงคอง ห้วยตึงเฒ่า

ขี่รถเข้าไปด้านในอีกไม่ไกลมีคิงคองยักษ์ที่ทำด้วยฟางข้าว 3 ตัว คนไปแวะถ่ายรูปเยอะมาก ถือว่าเป็นไฮไลท์เด็ด ถ้ามาห้วยตึงเฒ่าแล้วไม่มาถ่ายรูปคู่กับคิงคองยักษ์..ก็ไม่เป็นเป็นไรเนอะ คนมันเยอะ ฮาๆ

กาดธานินทร์

ขากลับแวะซื้อของฝากที่กาดธานินทร์ แล้วกลับมาห้องนอนพักอย่างสบายใจ พรุ่งนี้เตรียมตัวกลับแล้ว

สรุปการเดินทาง

สถานที่ที่เราไปมากันก็ถือว่าไปง่ายอยู่นะ จริงๆ เชียงใหม่มีที่เที่ยวเยอะมากไว้คราวหน้าจะไปที่ใหม่ๆ บ้าง ทริปนี้เป็นทริปใจบุญ หมายถึงคนอื่นใจดีกับเรามาก พาเราไปเที่ยว เป็นไกด์นำทาง ทำอาหารให้เรากิน ซึ่งถือว่าได้รับแต่สิ่งดี ขอบคุณการเดินทางครั้งนี้ครับ