Chapter 15 : Hi Seattle #2

เมกา มาทำไม (อีกละ) ตอนจบ

Jint
Jint
Mar 16 · 6 min read
Jint’s Gallery

ต่อจาก Chapter 14 หลังจากใช้ชีวิตชิลๆ หลั่นล้ามา 3 วัน ก็ได้เวลาเอาจริงกะการมา Seattle กันละ นั่นคือ เรียน เรียน เรียน ถึงจะเป็นการเรียนแค่ 4 วัน แต่พวกเราก็เครียดกันพอสมควร เหตุเพราะรุ่นพี่ขู่เอาไว้เยอะว่าใน class บรรยากาศมันน่ากลัวกว่าที่คิดนะ โจทย์ที่อาจารย์ให้จะยากมากนะ โน่น นี่ นั่น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ…มันต้องพูดภาษาอังกฤษตะหาก 🤣🤣🤣

แต่พอถึงเวลาเรียนจริงๆ class แรก Innovation Business Models มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่กลัวนะ แถมวิชานี้น่าสนใจจนพวกเราเริ่มกล้าที่จะโต้ตอบกับอาจารย์ฝรั่ง และระหว่างเรียนก็มีการทำ workshop ต้องออกมา present ที่หน้าห้องด้วย สนุกดี

จะว่าไปการเรียนแบบฝรั่งมันดีมากเลยนะ คือเราคิดยังไงเราก็ตอบไปด้วยเหตุผลของเรา แต่ๆๆๆ ต้อง base on สิ่งที่เราเรียนด้วยนะ เช่น เอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ใน class มาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจยังไง คำตอบมันไม่ได้ถูกหรือผิด แต่มันมีความเป็นไปได้หรือไม่มากกว่า การเรียนแบบนี้มันเปิดกว้างดี 👍🤓

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับอาจารย์ที่สอนพวกเรา Dr. Emily Cox Pahnke กับวิชา Innovation Business Models (นศ. ดูจะมีอายุกว่าอาจารย์อีก 🤣)

หลังจากเรียนจบวันแรก ตอนเย็นก็มีการ Campus Tour โดยเจ้าหน้าที่มหาลัย

ลืมแนะนำมหาลัยที่เราไปเข้าเรียนกันเลย เค้าชื่อ University of Washington เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดทางฝั่งตะวันตกของประเทศอเมริกา มีอายุกว่า 158 ปีเชียวนะ

ถ่ายกะตัว W สัญลักษณ์ของมหาลัย

ที่นี่นอกจากจะมีโรงเรียนแพทย์ (Medical school) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกแล้ว ยังมีห้องสมุดที่สวยงามติดระดับ 1 ใน 15 ของห้องสมุดที่สวยที่สุดในโลกด้วย ห้องสมุดแห่งนี้มีชื่อว่า Suzzallo Library

จุดสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายอยากมาที่ห้องสมุดแห่งนี้ก็เพราะที่นี่เคยถูกใช้เป็นที่ถ่ายทำหนังเรื่อง Harry Potter นั่นเอง

พอได้เข้ามาในตัวอาคาร คือสวยมากกกก เหมือนกับได้เข้ามาในปราสาทยุโรปเลย

พวกเราแอบย่องเข้าไปในห้องสมุดส่วนที่เคยใช้ถ่ายหนัง ที่ตอนนี้กลายเป็นที่รู้จักในฐานะ Harry Potter Room ไปแล้ว

เข้าไปแล้วต้องเงียบมากๆ เพราะเป็น Quiet Room แต่พวกเราขอเสียมารยาทเดินเข้าไปถ่ายรูปกัน เพราะมันสวยงามอลังการมากจริงๆ มาแล้วไม่ได้ถ่ายเสียดายตาย

ออกจากห้องสมุด พวกเราเดินตรงต่อไปยังน้ำพุ Drumheller Fountain

แม๋ ได้เดินอยู่ท่ามกลางนักศึกษานี่ รู้สึกย้อนวัยดีจังเลย 😁

UW เป็นมหาลัยที่สวยมากๆจริงๆ ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหน 😍

วันแรก หลังจากขับเคี่ยวเรื่องเรียนกันพอหอมปากหอมคอ ได้เดินทัวร์ชมความงามของ UW คลายเครียดกันแล้ว พวกเราก็ออกไป dinner ร้านที่มีคนแนะนำว่าควรลอง ชื่อร้าน Salty’s Seafood Grills

อาหารอร่อยมาก ที่สำคัญวิวสวยสุดๆ

ร้านอยู่ฝั่ง Alki Beach มองกลับไปเห็นเมือง Seattle ยามค่ำ สวยมากกกกก

ขอโพสลง IG นิ๊ดสสสนึง 🤣

หลังจากทานข้าวเย็นกันอิ่มหนำ ก็กลับโรงแรมเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ Company Visit ซึ่งเราอยากไปมากกกก เดี๋ยวมาดูกันว่าเราจะได้ไปที่ไหนมั่ง

วันที่ 5 วันนี้จะได้ไปชม Starbucks กันจ้า ตื่นเต้นมาก 😆

โห เค้ายิ่งใหญ่จริงๆ อ่ะ ตึกสูงใหญ่โดดเด่นมาก

พอมาถึงพวกเราต้องเช็คอินเพื่อรับ tag ป้ายชื่อเข้าเยี่ยมชม ไม่มีป้ายชื่อห้ามเข้านะ

เมื่อเข้ามาภายในอาคาร เราจะสัมผัสได้กับบรรยากาศการทำงานของที่นี่ว่าเค้าพยายามสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานมีความรู้สึกว่าได้รับพลังจาก motto ต่างๆ ที่จะมีแปะไว้ตามทางเดินบ้าง ตามจุดพักผ่อนบ้าง ไว้คอย cheer up ตัวเองตลอดเวลา และสิ่งต่างๆ ที่เป็น value ของ Starbucks ก็จะถูกถ่ายทอดไปยังลูกค้าผ่านทางผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่พนักงานได้คิดสร้างสรรค์ขึ้น เยี่ยมมากๆ

เราจะได้เห็นประวัติความเป็นมา การเติบโตของ Starbucks ในแต่ละช่วงเวลา

โดยรวม บรรยากาศของที่นี่ดูอบอุ่นน่าทำงานมาก (ไม่ดูแข็งๆ เป็น office building มาก) เพราะ Starbucks อยากส่งมอบความรู้สึกให้ลูกค้าว่า ถ้าคุณอยู่ใน Starbucks คุณจะรู้สึกเหมือนมันเป็นบ้านหลังที่ 3 ของคุณ (นอกจากบ้าน และที่ทำงาน) เพราะฉะนั้นเค้าก็จะพยายามทำให้พนักงานได้รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน เป็น concept ที่ดีมากๆ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดที่กรุณามาเล่าให้พวกเราฟังถึงแนวทางการทำงานของ Starbucks วิธีการคิดค้นสินค้าใหม่ รวมถึงการทำการตลาดในแต่ละประเทศให้พวกเราฟัง สนุกมากเลย

ได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณทีมงาน Starbucks ด้วยตื่นเต้นมากๆ เลย 😬

ช่วงบ่าย พวกเราไปที่บริษัท Peach ซึ่งเป็น Startup ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Food Delivery บริษัทนี้เกิดมาจาก pain point ของผู้ก่อตั้งที่ชื่อ Mr. Nishant Singh จริงๆ เค้าเล่าให้ฟังว่าสมัยที่เป็นพนักงานบริษัท ทุกเที่ยงเค้าต้องมานั่งคิดว่าวันนี้จะทานอะไรดี ทานร้านไหนดี ซึ่งพอถึงเวลาพักเที่ยงพนักงานจาก office ทั้งหลายก็จะกรูกันออกมาทานอาหารตามร้านต่างๆ ทำให้ต้องเสียเวลารออาหารกันอีก กว่าจะเสร็จมื้อเที่ยงแต่ละวันก็ต้องเสียเวลามากๆ

เค้าเลยคิดว่า ถ้ามีคนรับ order อาหารเที่ยงจากเค้าแล้วไปส่ังที่ร้านพร้อมทั้งรอรับอาหารกลับมาให้เค้าได้ก็คงจะดี แถมทุกวันก็จะมีร้านอาหารสลับสับเปลี่ยนให้เค้าเลือกได้ด้วย เค้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาคิด เสียเวลาออกไปต่อคิวทานอาหาร มันคงจะช่วยให้เค้าประหยัดเวลาพักเที่ยงได้มากๆ พอเค้าได้ไอเดียแบบนี้ก็เลยลองทำ Application ขึ้นมาและทดลองใช้กับคนใน office ปรากฎว่าได้รับการตอบรับดีมาก เค้าเลยขยายฐานลูกค้าออกมาเป็นรับ order จากคนทั้งตึก และก็ขยายออกมาเป็นละแวกข้างเคียง จนเค้าตัดสินใจลาออกจากบริษัทแล้วออกมาตั้งธุรกิจของตัวเองเลย เก่งมากจริงๆ 👍👏👏👏

ปล. ถ้ามาอ่านในปี 2021 อาจจะไม่ได้รู้สึก wow อะไรมากมายเพราะบ้านเราก็มี Food Delivery เยอะแยะ แต่ในปี 2016 มันยังถือว่าเป็นอะไรที่ใหม่มาก

Jint’s Gallery

ถ่ายรูปกะคุณ Nishant Singh CEO ผู้ก่อตั้ง Peach

วันนี้เป็นการมาดูงานที่สนุกมากๆ เลย ได้เห็นบริษัทเจ๋งๆ ถึง 2 แห่งด้วยกัน พรุ่งนี้จะมีอะไรเด็ดๆ รอเราอีกน้า 😁 ตื่นเต้ล

วันที่ 6 วันนี้เป็นรายการ Company Visit อีก 1 วัน โดยช่วงเช้าเราจะไปกันที่ Microsoft Retail Experience Center กันค่ะ

พวกเราได้รับเกียรติจากคุณ William Bell ซึ่งเป็น Chief of Technology ของ Microsoft Retail มาพาชมภายใน

Jint’s Gallery

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นร้านค้าจำลองที่ Microsoft จะนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการสร้างประสบการณ์การซื้อให้กับลูกค้าแบบล้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำสินค้าผ่านระบบ beacon ที่ลูกค้าแค่เปิด bluetooth ในมือถือไว้ เมื่อลูกค้าหยุดยืนดูสินค้าที่ shelf ไหน ระบบก็จะส่งข้อมูลสินค้านั้นไปยังมือถือของลูกค้าโดยไม่ต้องมีพนักงานแนะนำสินค้าแม้แต่คนเดียว

หรือตู้โชว์ตัวอย่างสินค้าที่เราแค่เข้าไปยืนด้านหน้าตู้ ก็สามารถทดลองสวมสินค้าต่างๆ โดยที่ไม่ต้องเดินไปที่จุดขายเลย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หรือเครื่องสำอาง

Jint’s Gallery

เหล่านี้เป็นเทคโนโลยีแค่บางส่วนที่ Microsoft ได้คิดค้นพัฒนาขึ้นและทดลองใช้ในร้านจำลองนี้ ไม่รู้ ณ บัดนาวมีร้านแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ รึยัง

พวกเราสนุกกันมากเลย อยากซื้อของตั้งเยอะแยะแต่ซื้อไม่ได้ (Surface รุ่นใหม่ออกพอดี) น่าเสียดายสุดๆ

Jint’s Gallery

ขอถ่ายรูปคู่กะคุณ William Bell จั๊กน้อย

ช่วงบ่ายพวกเราได้ไปบริษัท Impinj ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาเกี่ยวกับ IoT หรือ Internet of Things

Jint’s Gallery

Impinj เป็นบริษัทผู้พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของตัวสินค้า ข้อมูลการขายสินค้า และจำนวนสินค้าคงคลัง ผ่านทางอุปกรณ์ไร้สายที่เป็นแผ่น (หน้าตาเหมือนป้ายราคาเลย) ชื่อว่า RAIN RIFD ที่ Impinj ได้คิดค้นขึ้น โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งกลับไปยังผู้ผลิตให้ทราบว่าสินค้าชิ้นไหนถูกขายที่ไหน แบบ real time ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตอย่างมาก เพื่อใช้ในการลดต้นทุนการผลิตสินค้า (ประมวลได้ว่าสินค้าตัวไหนขายได้ขายไม่ได้ จะได้ไม่ต้องผลิตเยอะ) และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งมันก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในอนาคตด้วย เยี่ยมมั้ยล่ะ

จากที่ไปมาหลายๆ บริษัท เราชอบ office ที่เมกามากๆ เลยนะ คือเค้าพยายามทำให้ office เป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 (ที่น่าอยู่) ของพนักงานเลย สงสัยคงทำงานกันหนักพอดู เลยทำให้ที่ทำงานเป็นเหมือนบ้านซะเลย 😆 มันจะมีส่วนสันทนาการเยอะมาก มีห้องทั้งดูหนังฟังเพลง ห้องเล่นเกม lounge ทานอาหารฟรี อะไรพวกนี้ มันก็เป็นสิ่งที่ดีนะ มีอะไรให้ทำคลายเครียด ถ้าเราได้เป็นพนักงานที่นี่ก็คงต้องมีอ้วนกันมั่งแหละ

เอาล่ะ วันนี้ทั้งวันได้ชมเทคโนโลยีต่างๆ กันมาเต็มอิ่มละ ต้องเตรียมตัวกลับโรงแรมไปทบทวนการบ้านกันอีกรอบ เพราะพรุ่งนี้มี class วิชาสุดโหดที่พวกเราได้โจทย์มาล่วงหน้าแต่ก็ยังมึนๆ กันอยู่ 🥴

วันที่ 7 วันสุดท้ายของชีวิตนักศึกษาแลกเปลี่ยน 4 วัน ตื่นเต้นกันใหญ่เพราะวิชานี้ รุ่นพี่ขู่มาตลอดตั้งกะก่อนมาจนถึงมะคืนว่ายากกกกกมาก เอาว่ะ มะคืนเตรียมตัวเตรียมใจกันมาพร้อมละ ลุย

ช่วงเช้าครึ่งแรกเรียนวิชา Strategy-Commercalizing Technology ยากจริงๆ ง่ะ นี่ขนาดได้โจทย์มาให้ไปหาคำตอบมาล่วงหน้าละนะ ยังรู้สึกว่าหินเลย อาจารย์ท่านก็โหดใช่เล่น ชี้เลยจ้าไม่รอให้ยกมือ แถมชี้ใครไม่ชี้ มาชี้เรานี่ 😱 อุตส่าห์ทำเป็นเคล็ดละนะว่าจ้องตาเข้าไว้ แกจะได้ไม่เรียก ปรากฎโดนจนได้ 🤣 ไอ้เราก็ตอบถูๆไถๆไป เออรอดว่ะ 😅

ครึ่งหลังเรียนวิชา Developing a Business Model & Adapting the Plan กับอาจารย์ท่านเดิม คราวนี้ไม่กลัวละ เพราะโดนเรียกตอบไปละ อาจารย์เรียกคนอื่นแน่ๆ 😁

มาคราวนี้เรียกว่าเหนื่อยเหมือนกันนะ เพราะต้องใช้ภาษาอังกฤษในโหมดการเรียน มันไม่ได้เหมือนที่เรา chitchat กะผู้โดยสารเหมือนสมัยทำงานกะสายการบิน แต่ก็ภูมิใจที่แม้ภาษาอังกฤษเราจะไม่ได้แข็งแรงมาก แต่ก็ฟังอาจารย์ฝรั่งพูดเข้าใจและสามารถโต้ตอบได้ จะว่าไปก็น่าเสียดายนะ ที่พวกเราคนไทยต้องเรียนภาษาอังกฤษกันเป็นสิบปี แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้ ทำให้ไม่ได้พัฒนาการฟังพูดอ่านเขียนเท่าที่ควร

Jint’s Gallery

Dr. Suresh Kotha กับวิชา Strategy-Commercalizing Technology และวิชา Developing a Business Model & Adapting the Plan สองวิชาที่ทำให้พวกเราสมองหนึบมาก 5555 แต่มันส์ดี

วันนี้หลังจากเรียนกันครบทุกวิชาก็ถือว่าพวกเราจบ course แล้วจ้า จุดพลุเลย 😬

บ่ายว่างละออกไปเดินเล่น หาอะไรทานย่าน UW ดีฝร่า

เดี๋ยวไปดูกันว่าพรุ่งนี้พวกเราจะไปเที่ยวที่ไหนในช่วงสองวันสุดท้ายก่อนจะกลับเมืองไทย

วันที่ 8 เช้านี้พวกเรากลับมาที่ UW อีกครั้งเพื่อมารับประกาศณียบัตรจาก Foster School of Business University of Washington ที่ให้พวกเราเอาไปเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งนึงเราก็เคยเป็นนักเรียนนอก 4 วัน 🤣

Jint’s Gallery

ช่วงเย็น พวกเราจะไปฟังบรรยายจากคนไทยที่อยู่ใน Seattle ถึงประสบการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตอยู่ที่เมกา ณ วัด Atammayatarama Buddhist Monastery ซึ่งเป็นวัดไทยในเมือง Woodinville ที่อยู่ใกล้กับ Seattle แต่เนื่องจากผู้บรรยายจะมาได้ก็ต้องเป็นเวลาหลังเลิกงาน เวลาช่วงบ่ายที่เหลือพวกเราก็เลยจองทัวร์ชิมไวน์ไว้ที่ไร่องุ่นใกล้ๆ (เอ๊ะ มันดูขัดๆ กันมะ 🤣) จริงๆ เป็นเพราะในละแวกนี้มีไร่องุ่นที่เดียวที่เราจะแวะเที่ยวได้ตะหาก 🤓

พวกเรามาถึง Chateau Ste.Michelle Winery กันประมาณเกือบบ่ายสาม อากาศกำลังเย็นสบายมากๆ

อ้อ ที่ chateau นี้เป็นโรงกลั่นเหล้าองุ่นที่เก่าแก่ที่สุดในรัฐ Washington ด้วยนะ

มาถึงละก็เข้าไปด้านในกันเลย มีเจ้าหน้าที่รอต้อนรับอยู่ เนื่องจากเราไปกันเป็นคณะใหญ่เลยต้องโทรไปนัดล่วงหน้าด้วยค่ะ

ตอนเดินทัวร์นี่ไม่ได้สนใจฟังเท่าไหร่หรอก รอช่วง hilight ชิมไวน์อย่างเดียวเลย 😁

สวนที่นี่สวยมากกกกก สวยทุกมุม ถ่ายรูปไม่หยุด กรึ่มๆ ไวน์ด้วย เฮฮากันใหญ่

เที่ยวเล่นกันที่นี่จนไกล้เวลานัด พวกเราก็ออกเดินทางไปยังวัดไทยใน Seattle ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่

ถึงวัด ก็กราบนมัสการท่านเจ้าอาวาส ซึ่งท่านก็ได้ให้โอวาท ให้ศีลให้พรพวกเราเป็นศิริมงคล

พวกเราได้รับเกียรติจากรุ่นพี่ มธ. ที่อยู่ Seattle ซึ่งจัดให้เราได้มาฟังบรรยายกันในวันนี้ โดยก่อนเริ่มบรรยายก็ทานอาหารเย็นที่ทางวัดเป็นผู้จัดเตรียมให้ หลังจากนั้น พี่ๆ แต่ละคนก็เริ่มเล่าถึงประสบการณ์การทำงานในองค์กรใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น T-mobile หรือ Microsoft แต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้นเลย 👏👏👏

เสร็จจากการบรรยายคืนนั้นก็ค่อนข้างดึกแล้ว หลังจากร่ำลาพี่ๆ ที่กรุณาพวกเราแล้วก็เดินทางกลับ ใช้เวลาเดินทางนานเกือบชั่วโมงเลยเพราะวัดอยู่นอกเมือง Seattle คืนนั้นกว่าจะถึงโรงแรมก็ปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม ก็เลยแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ยังมีโปรแกรมสุดท้ายก่อนกลับ

วันสุดท้าย เช้านี้พวกเราได้รับเกียรติจาก Seattle Metropolitan Chamber of Commerce หรือหอการค้าของ Seattle เพื่อไปฟังบรรยายเกี่ยวกับผู้ประกอบการที่สนใจจะทำธุรกิจที่เมือง Seattle ว่ากฎระเบียบการนำเข้า ส่งออกสินค้า การเปิดบริษัท ต้องทำยังไงบ้าง และทางหอการค้าจะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการยังไงได้บ้าง ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ

ช่วงบ่าย free time กลับโรงแรม เก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปสนามบินตอนหัวค่ำ อ้อ ยังมีเวลาเหลืออีกหน่อย ไปเดินซื้อของที่ระลึกของ UW ยังได้ เรียกว่าเก็บทุกเม็ดกันเลย 😆

พอได้เวลาพวกเราก็ไปสนามบินเพื่อไปขึ้นเครื่อง EVA กลับเมืองไทย เป็นอันจบทริป Seattle

ทริปนี้อย่างที่เกริ่นไว้แต่แรก เป็นทริปย้อนวัยของป้าจิ๊นเลย ได้กลับไปเป็นนักศึกษาแถมเป็นนักเรียนนอกด้วยน้า 😆 (ความใฝ่ฝันเลยค่า) แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีที่สุดในทริปนี้ คือการที่ได้อยู่กับเพื่อนๆ การที่พวกเราต้องช่วยเหลือกัน พึ่งพาอาศัยกันโดยไม่มีการเกี่ยงงอน ไม่มีการกั๊กเลย มันเป็นมิตรไมตรีที่ดีมากๆ

ถึงวันนี้พวกเราจะได้เจอกันน้อยลง แต่ความทรงจำดีดีในวันนั้นได้ถูกถ่ายทอดออกมาแล้ว ทุกครั้งที่ได้อ่าน เราก็จะยิ้มให้กับมัน เหมือนๆ กับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง ขอบคุณ TU XMBA ที่ทำให้เกิดทริปนี้และความทรงจำดีๆ แบบนี้ค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ 😊

jwanderlust

The journey blogs

jwanderlust

The journey blogs

Jint

Written by

Jint

หวัดดีค่ะ เราชื่อจิ๊น เราอยากให้ Blog นี้เป็นพื้นที่ที่เราได้แชร์เรื่องราวการเดินทางของเรา อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้มีความสุขกับ Blog นี้นะคะ

jwanderlust

The journey blogs

Medium is an open platform where 170 million readers come to find insightful and dynamic thinking. Here, expert and undiscovered voices alike dive into the heart of any topic and bring new ideas to the surface. Learn more

Follow the writers, publications, and topics that matter to you, and you’ll see them on your homepage and in your inbox. Explore

If you have a story to tell, knowledge to share, or a perspective to offer — welcome home. It’s easy and free to post your thinking on any topic. Write on Medium

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store