jwanderlust
Published in

jwanderlust

Chapter 22/2 : New York

นิวยอร์กจ๋า พี่มาแล้ววววว ตอน 2

มาต่อจากตอนที่แล้ว Chapter 22/1 กันเลย หลังจากอยู่ NY มา 3 วัน เที่ยวแบบนิ่มๆ ไปมั่งไม่ไปมั่ง แล้วแต่สภาพอากาศ 😅 มาตอนนี้เหลือเวลาอยู่ NY แค่ 2 วันก่อนจะไป Florida ต่อ ต้องจริงจังหน่อยละ เหลือที่ที่อยากไปอีกตั้งหลายที่แน่ะ ม่ะ มาเริ่มกันเลยค่ะ 😄

วันที่ 4 วันนี้โปรแกรมแน่นมาก เริ่มจาก Statue of Liberty เทพีเสรีภาพที่เกาะ Liberty กันก่อนเลย

ดีว่าพี่สาวจองตั๋ว online มาละ ไปถึงก็ต่อคิวอย่างเดียว ก่อนขึ้นเรือต้องผ่าน security check ที่ค่อนข้างเข้มงวดเหมือนสนามบินเลยนะ ใช้เวลาพอสมควรก็ได้ขึ้นเรือ

Statue of Liberty

พอเรือถึงเกาะเราก็เดินไปตามทางซึ่งจะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่

ผ่านรูปปั้นบุคคลเหล่านี้ด้วย ไม่รู้หรอกนะว่าแต่ละคนเป็นใคร 😅 แต่รูปปั้นเก๋มากๆ

Statue of Liberty

สวนที่นี่สวยโฮก น่านอนเล่นจริงๆ

Statue of Liberty

เดินตามทางมาเรื่อยๆ ก็จะเจอกะเธอผู้นี้

Statue of Liberty

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Statue of Liberty แต่เดิมเค้าไม่ได้ชื่อนี้นะ แต่ชื่อว่า Liberty Enlightening the World ตั้งอยู่ที่เกาะ Liberty อ่าวนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก​ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นของขวัญที่ชาวฝรั่งเศสมอบให้แก่ชาวอเมริกัน ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2419 เพราะชื่นชมชาวอเมริกันที่กล้าหาญลุกขึ้นสู้กับสหราชอาณาจักร และประกาศอิสรภาพจากสหราชอาณาจักรสำเร็จจนเป็นชาติเอกราชในที่สุด (ข้อมูลจาก Wikipedia)

Statue of Liberty

ขอปัญญาอ่อนหน่อยนะ 🤣

เดินเที่ยวเล่นกันอยู่ที่นี่หลายชั่วโมงเลย จากนั้นก็ขึ้นเรือกลับมาที่ฝั่ง NY

จากนั้นเราก็ไปดูรูปหล่อกระทิงดุ Charging Bull ที่ Wall Street สร้างโดยศิลปินชาวอิตาเลียนชื่อ Arturo Di Modica เมื่อปี 1989 โดยเจ้ากระทิงตัวนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของระบบทุนนิยมด้วย ใครมาที่ Wall Street ก็จะต้องแวะมาถ่ายรูปที่นี่ เพราะเชื่อกันว่าหุ้นที่เราถืออยู่จะได้ร้อนแรง พุ่งทะยานเหมือนเจ้ากระทิงดุตัวนี้

Charging Bull

โดยเคล็ดลับ จะต้องไปจับไข่น้องแล้วจะเฮง 😬 ขอบอก ทั้งไทย จีน ฝรั่งเชื่อเคล็ดนี้กันหมด ต่อคิวจับไข่น้องกันจนไข่เงาว๊าบ 🤣🤣🤣

ออกจากที่นี่แล้วเราก็ไปต่อกันที่ Grand Central Terminal

Grand Central Terminal

Grand Central Terminal หรือ สถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล เป็นสถานีรถไฟที่เป็นศูนย์กลางของรถไฟบนดิน ใต้ดิน และรถประจำทางที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองนิวยอร์ค ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Beaux-Arts ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะนีโอคลาสสิก โกธิค และเรอเนสซ็องส์ที่สวยงามมากๆ

Grand Central Terminal

ที่นี่เป็นฉากในหนังหลายเรื่องเลยนะ คนเยอะมากๆ

หลังจากเดินชมสถานที่ ถ่ายรูปกันแล้ว เราก็ไป New York National Library ต่อ

New York National Library

New York National Library หรือ หอสมุดประชาชนนิวยอร์ก เป็นหอสมุดสาธารณะ ที่รวบรวมหนังสือไว้เกือบ 53 ล้านเล่ม หอสมุดแห่งนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา (และอันดับ 3 ของโลก) รองจากหอสมุดรัฐสภา ตั้งอยู่ที่ Fifth Avenue (ข้อมูลจาก Wikipedia)

New York National Library

ข้างในเหมือนปราสาทเลย (เราว่าสวยพอๆกะ Suzzallo Library ที่ University of Washigton ใน Seattle เลย)

จากนั้นเราไป Top of The Rock ซึ่งเป็นจุดชมวิวชั้น 70 ของตึก Rockefeller

ข้างบนนี้จะมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศาเลย เห็นทั้ง Central park เห็นทั้งตึก Empire State

Top of The Rock

โอยยยย วันนี้ไปกันหลายที่เลย สะจายยยยย เนื่องจากเมื่อวานฝนตกพรำๆทั้งวัน ไปไหนก็ลำบากเลยต้องมาชดเชยกันวันนี้แทน 😬

จาก Rockefeller เราออกมาเรียก Uber ไปร้านอาหารที่นัดเพื่อนพี่สาวไว้

เฮ้ออออ วิวของ NY สำหรับเรามองยังไงก็สวยเสมอ 😄

ร้านชื่ออะไรก็จำไม่ได้ละ 😅 แต่ตกแต่งน่ารักดี อาหารก็อร่อย เป็นอาหารอิตาเลี่ยนฟิวชั่น หนักๆท้องกันไปเลย

อิ่มกันแล้ว ก็ไปส่งเด็กๆกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมก่อน จากนั้นผู้ใหญ่ 4 คนก็ออกมาชมวิว NY ยามค่ำกันหน่อย วันนี้เพื่อนจะพาไปบาร์ลับที่เรียกว่า Speakeasy Bar กันด้วย

Speakeasy Bar เป็นบาร์ที่แอบเปิดกันในช่วงปี ค.ศ.1920–1933 สาเหตุที่ต้องแอบเปิดเพราะในสมัยนั้นที่อเมริกาห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยเหตุผลเรื่องสงคราม เรื่องศาสนา และเรื่องสุขภาพ ทำให้เกิดการลักลอบขายเหล้ากันขึ้นมาแทน นักดื่มทั้งหลายจะรู้กันเองว่าที่ไหนคือ Speakeasy Bar (ร้ายเนอะ 😁) ซึ่งในปัจจุบันเค้าก็เอา concept Speakeasy Bar มาใช้เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับร้าน เป็นแนวๆร้านลับ ร้านที่เราจะไปคืนนี้ชื่อ The Raines Law Room

โห ไม่บอกไม่รู้เลยว่าเป็นบาร์ เพราะมันเหมือนประตูบ้านธรรมดา ที่หน้าประตูก็ไม่มีชื่อด้วย ต้องคนที่รู้จักจริงๆนะเนี่ย 😬 พอไปถึงก็ต้องเปิดประตูบานแรกเข้าไปก่อน จากนั้นเดินลงบันไดไปจะเจอประตูอีกบานซึ่งบานนี้มีชื่อร้านละ พอเข้าไปก็จะเจอ staff เราก็แจ้งชื่อละเค้าก็จะพาไปนั่ง

เราดื่ม cocktail กันเพราะดูละคุ้มตังค์สุด 😆 เครื่องดื่มที่นี่แพงมากเว่อ

The Raines Law Room

ไอ้ที่ชอบมากคือ wallpaper ในห้องน้ำเค้าค่ะคุณ

The Raines Law Room

เก๋มะ…ไม่ต้องอธิบายไรเลย เข้าใจกันเนอะ 😁 (สั่งทำที่ไหนวะเนี่ย)

นั่งเม้ากันเพลินๆ อ๊ะอ้าว…เจอ Ben Stiller ดารา Hollywood เข้าให้ด้วย 🤩 ดีใจจัง (ปล. ไม่ได้ถ่ายรูปมาลงเพื่อความเป็นส่วนตัวของเค้านะคะ 😁)

โอ๊ยคืนนั้นซัดกันไปคนละหลายเลย พอดีกว่า เดี๋ยวกระเป๋าฉีกซะก่อน ยังต้องไป Florida ต่ออีก ออกจากร้านเราก็เดินไปย่าน Time Square ไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซักใบ 🤣

Time Square

ถ่ายมานิดเดียวจริงๆ เพราะมึน นี่ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า คนยังเยอะอยู่เลย

จาก Time Square คราวนี้ก็นั่งรถกลับโรงแรมโลด ไปนอนสลบเหมือดในห้องต่อ

วันที่ 5 วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่นิวยอร์กละ เดี๋ยวตอนเย็นต้องนั่งเครื่องไป Florida มะคืนก็จัดกันซะเต็มที่เลย ตื่นมาอย่างแฮงค์ 🥴

เราเดินไปหาไรทานกันที่ Park Plaza Food Hall เหมือนเดิม ได้ Lobster Roll มาคนละชิ้นกะน้ำผลไม้แก้แฮงค์ เอาไปนั่งทานที่ Central Park กัน

Central Park

Central Park เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลางนิวยอร์ก ถือว่าเป็นปอดของชาวนิวยอร์กเลยก็ว่าได้

วันก่อนมาได้แป๊บเดียวเพราะฝนตกตลอด วันนี้แดดกำลังดีเลย เราเดินไปเรื่อยๆถึง Bethesda Terrace

Central Park

เดินลอดใต้สะพานมาก็จะเจอกับ น้ำพุ Bethesda

Bethesda

สวยมากๆเลย จากน้ำพุก็เดินมาทะเลสาป

Central Park

จากนั้นเราก็กลับโรงแรมเพื่อเตรียมตัวไปสนามบินกัน เพราะเราจะนั่งเครื่องจาก NY ไปลง West Palm Beach, Florida กัน จากนี้จะเป็นจุดอัปยศของชีวิตอดีตพนักงานภาคพื้นสายการบินแห่งชาติหยั่งเราละ 🥴🥲

พอถึงสนามบิน check-in ได้บัตรที่นั่ง ผ่าน security check ต่างๆเรียบร้อย ดูนาฬิกา ยังเหลือเวลาอีกร่วม 2 ชั่วโมง สบายๆ สนามบินที่เราอยู่ก็เล็กนิดเดียวเพราะเป็นอาคารผู้โดยสารในประเทศ เดินแป๊บเดียวก็ทั่วละ เลยนั่งรอขึ้นเครื่องกันที่แถวๆ ประตูขึ้นเครื่องซะเลย จะได้ไม่พลาด

เราไปกันทั้งหมด 6 คน แต่เชื่อมะ ไม่มีใครดูนาฬิกาและไม่มีใครฟังประกาศเรียกขึ้นเครื่องเลยซ้ากกกกกคน ต่างคนต่างฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกมส์ ไม่มีใครสนใจฟังที่เค้าเพจเรียกตั้งแต่เรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง จนเรียกชื่อพวกเรา จนบอกว่าจะออกแล้ว ไม่รอแล้วนะ รู้ตัวอีกทีตอนอาบอกว่า เอ๊ะนี่มันได้เวลาเครื่องออกแล้วนี่ เลยเดินไปถาม จนท. เค้าบอกไอเพจเรียกพวกยู 6 คนตั้งหลายรอบจนไม่รอแล้ว พวกเรานี่เหวอเลย แบบ…หา นี่ตูก็นั่งรอกันที่หน้า gate เลยนะ ตกเครื่องได้ไงฟระเนี่ย 😱 ก่นด่าตัวเองตลอด เจ็บใจมาก ตลอดชีวิตการเดินทางไม่เคยตกเครื่องด้วยเหตุผล “ไม่ได้ยินประกาศเรียกขึ้นเครื่อง” มาก่อนเลย รู้สึกอนาถจิตมาก 🥴

สิ่งที่ทำได้คือไป Stand By คือขอรอว่าเที่ยวบินต่อไปจะมีที่ว่างให้เราไปมั้ย ปรากฎว่าเครื่องที่เราต้องไปเป็นลำสุดท้ายของวันนั้นแล้ว ต้องมาอีกทีพรุ่งนี้ ได้อยู่ NY อีกคืนสมใจเลย 🤣 ตอนแรกว่าจะเข้าไปนอนในเมือง แต่ดูแล้ว คชจ.เยอะแน่ๆ กระเป๋าก็ไปกะเครื่องหมดละด้วย ก็เลยตัดสินใจนอนโรงแรมแถวสนามบินดีกว่า แต่ก่อนไปขอเอาชื่อไป Stand By ไฟลท์วันพรุ่งนี้เลย แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าค่อยมาลุ้นกันใหม่

เป็นอันจบวันที่ 5 แบบเฮฮาน้ำตารื้นไป 😭

วันที่ 6 วันนี้จริงๆ ควรจะอยู่ที่บ้านอาที่ Port St.Lucie เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กลายเป็นว่าต้องออกจากโรงแรมมารอเที่ยวบินกันตั้งแต่เช้าจ้า ตอนนั้นรู้สึกจะมีไฟล์ทไป West Palm Beach แค่ประมาณวันละ 3 ไฟล์ท หลังจากมา Stand by ไฟล์ทแรกเราก็ได้ไปกัน 4 คน มีเด็กๆ อาและพี่เขย ส่วนเรากะพี่สาวต้องรอ Stand By ไฟล์ทสุดท้ายซึ่งออกเกือบหกโมงเย็น คือเบื่อมากกกก วันนั้นทั้งวันไม่ได้ทำอะไรเลย ได้แต่รอรอรออย่างเดียว

แต่ทางเจ้าหน้าที่สายการบิน Delta ก็ช่วยพวกเรามากๆเลย เค้าเห็นเราสองคน Stand By กันมาตั้งแต่เช้าละ เลยบอกว่า…เอางี้มั้ย มีไฟล์ทไปลง Miami ซึ่งมันมีโอกาสมากกว่า เรื่องตั๋วที่เป็นคนละเส้นทางไม่มีปัญหา เค้าจะช่วยรับตั๋วให้ (สุดยอดเลยค่ะ Delta I Love You 🙏 🤩) เพราะ West Palm Beach ลำต่อไปก็ยังเต็มอยู่ดี ถ้าไปลง Miami ไงก็ใกล้บ้านขึ้นมาละ เราก็เลยตกลง ส่วนปลายทางเดี๋ยวพี่เขยจะขับรถมารับที่สนามบิน Miami

ในที่สุด พวกเราก็ได้ขึ้นเครื่องไปลง Miami แถมเจ้าหน้าที่ใจดีส่งท้าย เค้า upgrade เราขึ้นไปเป็น First Class ด้วย สุดยอด

ไปถึง Miami เกือบสามทุ่ม นั่งรถกลับไป Port St.Lucie อีก 3 ชั่วโมง สงสารคนขับมากๆเลย ไปกลับเกือบ 6 ชั่วโมง 🥴

ประสบการณ์ครั้งนี้จะจำไม่รู้ลืมเลย อุบาว์ทตัวเองมากๆ 🤣🤣🤣🤣

วันที่ 7 โปรแกรมวันนี้ไม่เหลืออะไรให้ทำมาก เราเหลือเวลาแค่ 2 วันที่ Port St.Lucie ก่อนกลับไทย ก็เลยไปทานอาหารเช้ากันที่ร้านแถวบ้านชื่อร้าน Berry Fresh Cafe

Berry Fresh Cafe

อาหารที่นี่อร่อยมั่กมากกก ละก็จานใหญ่มั่กมากกก

ทานเสร็จก็ขับรถไป Treasure Coast Mall โปรดที่ต้องมาประจำเพื่อหาซื้อของ

อากาศที่ Florida ดี๊ดี 😄

และอีกที่ที่พลาดไม่ได้ มื้อเที่ยงที่ร้านประจำ Cheesecake Factory มาทีไรต้องแวะมาทานตลอด

Cheesecake Factory

เสร็จละก็กลับบ้าน โปรแกรมวันนี้ก็ประมาณนี้ หลวมๆ

วันที่ 8 วันนี้อาจะพาไปที่ Sawgrass Mills

Sawgrass Mills

Sawgrass Mills เป็น Outlet ที่มีขนาดใหญ่มากๆ เท่าที่เราเคยไปมาเลย ใหญ่ขนาดไหนหรอ ก็ขนาดเป็นอันดับที่ 11 ของอเมริกาเลยแหละ 😄 ข้างในยังมีห้างอีกหลายห้างซ่อนอยู่ด้วย เดินกันเมื่อยจริงๆเลยวันนี้

Sawgrass Mills

จาก Sawgrass Mills พวกเราก็ตรงกลับบ้านละ เพราะเมื่อยสุดๆ

วันที่ 9 ถึงเวลาต้องกลับบ้านละจ้า แต่วันนี้เราจะกลับกันแค่ 3 คน เพราะเจ้าหลานชายต้องเข้าโรงเรียนที่นี่ละ ส่วนพี่เขยจะอยู่ดูความเรียบร้อยก่อนอีกเดือนนึงถึงจะกลับกรุงเทพฯ

โอ๋ เด็กน้อยร้องไห้กันใหญ่ เรายังน้ำตาซึมกะเค้าเลย

หลังจากนี้ก็ตามเคย นั่งเครื่องยาวๆ พวกเราขึ้นเครื่อง Delta Airline จาก West Palm Beach, Florida มาลง NY จาก NY นั่ง ANA มาลงที่โตเกียว และจากโตเกียวมากรุงเทพฯ เดินทางกันยาวๆ 1 วันเต็มไปเลย

ดูวิวท้องฟ้าสวยๆก่อนถึงกรุงเทพฯ 😊

Chapter ยาวๆนี้สอนให้เรารู้ว่า เวลาเดินทางจงใส่ใจสิ่งต่างๆรอบตัวเสมอ อย่ามัวแต่สนใจตัวเอง การที่เราตกเครื่องในต่างประเทศเป็นเรื่องลำบากมาก โชคดีที่ตั๋วเครื่องบินใบนั้นสามารถเลื่อนไฟล์ทเดินทางได้ แต่ถ้าเป็นตั๋วบางประเภทซึ่งมีข้อจำกัดเยอะ อาจจะต้องทิ้งไปเลยแล้วซื้อใบใหม่แทน ไหนจะต้องรอว่าเครื่องลำต่อไปจะมีที่นั่งว่างให้เรามั้ย ไหนจะ คชจ.ที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าโรงแรม ค่ารถ ค่าอาหาร 🥴 แต่ทุกอย่างเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นได้ ถ้าเรามีสตินะจ๊ะ 😤

ต่อไปนี้บอกกะตัวเองว่าจะไม่มีทางให้เกิดเหตุการณ์หยั่งงี้ขึ้นอีกแน่ สาบานเลย เหนื่อยชะมัด เฮ้อ…..😩😅

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ 😊

--

--

--

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store
Jint

Jint

หวัดดีค่ะ เราชื่อจิ๊น เราอยากให้ Blog นี้เป็นพื้นที่ที่เราได้แชร์เรื่องราวการเดินทางของเรา อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้มีความสุขกับ Blog นี้นะคะ

More from Medium

What we can learn from 1960s Scandinavian Film to better understand Human-Computer Interaction?

Being a “Proactive Pessimist” and How It Can Help You Design Better

Viscous sadness, puberty & the tragic exorcism of Tori Amos