Chapter 25 : Takayama

ทาคายามะ หมู่เฮามาแว้ว

Jint
Jint
Aug 17 · 5 min read
Jint’s Gallery

เดือนนี้ (กรกฎาคม 2564) จริงๆ เราวางแผนจะไปเที่ยวต่างจังหวัดเพื่อหาเรื่องมาเขียน blog แต่แล้วสถานการณ์ Covid ที่สาหัสขึ้นก็ทำให้ต้อง cancle ทริปอีกแว้ว 😭 ช่างมันๆ เรายังมีทริปเก่าๆ ที่อยู่ในใจอีกหลายเรื่อง แต่ต้องอาศัยขุดความทรงจำกันหน่อย เพราะอย่างเรื่องที่จะเล่าใน blog นี้ก็เกิดขึ้นมาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว แต่เป็นทริปที่ชอบมากๆ อีกทริปนึงเลยทีเดียว

พูดชื่อเมือง Takayama (ทาคายามะ) กับ Shirakawa-go (ชิราคาวะโกะ) คิดว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักกันละ เพราะก่อนเกิด Covid คนก็นิยมไปเที่ยวเมืองนี้กันมากขึ้นๆ เราได้ไปเยือนเมืองนี้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ก่อนที่จะลาออกจากบริษัทสายการบินแห่งชาติ ที่ตัดสินใจไป 2 เมืองนี้ก็เพราะว่าเรากะเพื่อนอยากไปเที่ยวเมืองเล็กๆ สงบๆ กันบ้าง เพราะปกติถ้าไปญี่ปุ่นก็จะนึกถึงแต่ Tokyo (โตเกียว) หรือ Osaka (โอซาก้า) ซึ่งเราก็มีโอกาสไปมาหลายครั้งแล้ว พอเพื่อนบอกไป 2 เมืองนี้กัน เรารีบ say yes เลย 🤩 เพราะได้ยินมาว่า Shirakawa-go นี่สวยมากเลย

หลังจากรู้ละว่าจะไปเมืองไหน เราก็เริ่มหาข้อมูลเลยว่าที่ 2 เมืองนี้มีอะไรให้เที่ยวมั่ง สมัยก่อนยังไม่มีคนแชร์ข้อมูลในพันทิปมากเหมือนตอนนี้ แต่ก็ยังพอหาข้อมูลที่เที่ยวได้ไม่ยาก รวมทั้งพวกที่พักทั้งหลาย เราตัดสินใจจอง Hostel ชื่อ J-Hopper ที่เมือง Takayama ไว้ 2 คืน เพราะดูละเหมาะกะพวกเรา “ถูกและดี” 😁 และจองที่พักที่ Nagoya (นาโกย่า) ไว้อีก 2 คืนด้วย เพราะไม่เคยมา Nagoya เหมือนกัน เลยอยากจะเที่ยวก่อนกลับซักหน่อย

วันแรกของการเดินทาง ทริปนี้เราไปกะเพื่อนเลิฟ 2 หน่อ พวกเราเดินทางกันตอนเดือน เมษา 2011 โดยนั่งเครื่องการบินไทยประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่งเพื่อไปลงที่เมือง Nagoya หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อย ก็ออกมาซื้อตั๋วรถบัสเพื่อนั่งไปเมือง Takayama กันต่อเลย ใช้เวลาอยู่บนรถประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าก็ถึง Takayama มีความสุขมากเลยที่ได้นั่งรถออกไปนอกเมือง นั่งดูวิว 2 ข้างทาง อากาศเย็นๆ ชิลจริงๆ แต่ในใจตอนนั้นก็มีแอบเศร้าๆ นะ เพราะคิดว่านี่คงเป็นทริปสุดท้ายที่ได้เที่ยวต่างประเทศแล้ว 😩

จากสถานีรถบัส พวกเราก็เดินหา Hostel ที่จองไว้ซึ่งก็หาไม่ยากเลย หลังจาก check in เก็บของเข้าห้องเรียบร้อยแล้วก็ออกมาเดินเล่นในเมือง Takayama กัน

Jint’s Gallery

เมือง Takayama เป็นเมืองเล็กๆ เงียบสงบ ความฮิปของที่นี่คือยังมีบ้านเรือนแบบญี่ปุ่นสมัยโบราณหลงเหลืออยู่ สวยงามมากๆ

Jint’s Gallery

โชคดีจริงๆ เลยช่วงที่มาเป็นช่วงที่ซากุระออกดอกพอดี มีต้นซากุระให้เห็นตามถนน 2 ข้างทางเต็มไปหมด แต่ซากุระที่นี่จะสีขาวๆ ไม่ได้สีชมพูอย่างในโตเกียว แต่ก็สวยมากๆ

Jint’s Gallery

อุ้ยตาย เดินผ่านร้านขายกล้องถ่ายรูปเจอซะมี (ในฝัน) Kimura Takuya 😍 นั่งยิ้มอยู่ เราเลยเนียนๆ เดินเข้าไปในร้าน ถามเรื่องกล้องแล้วขอโบรชัวร์มาเก็บเป็นที่ระลึกซักหน่อย นี่คือสิ่งที่ติ่งสมัยนั้นพอจะทำได้ 🤣 (เลยรู้เลย…เป็นแฟนคลับ Takuya ได้นี่ก็รุ่นป้าแล้วล่ะ 😆)

Jint’s Gallery

ไปเดินเล่นกันต่อดีกว่า ร้านค้าร้านอาหารตกแต่งกันน่ารักมากๆ

ถึงเมืองนี้จะเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ช่วงที่เราไปนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้เยอะมากนะ ไม่ได้เดินชนกันเหมือนอย่างในเมืองใหญ่ ชอบจัง

วันแรกเดินสำรวจเมืองกันกรุบกริบพอเมื่อย จากนั้นก็ไปหาข้าวเย็นแถวบ้านทาน แล้วกลับไปนอนตีพุงดื่มเบียร์ที่ห้องต่อ อิอิ เป็นอันจบกิจกรรมวันแรก

วันที่ 2 เราจะไปเที่ยวเมือง Shirakawa-Go Highlight ของทริปนี้กันจ้า 😆

Jint’s Gallery

พวกเรานั่งรถบัสจากเมือง Takayama ไปประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าก็ถึงหมู่บ้านมรดกโลก Shirakawa-Go

Shirakawa-Go ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นหมู่บ้านมรดกโลก ตั้งอยู่ในหุบเขาเลียบแม่น้ำ Shogawa (โชกาวะ) ดูแล้วทำให้นึกถึงหมู่บ้านที่เคยเห็นในหนังญี่ปุ่นย้อนยุคที่เกี่ยวกับซามูไร นินจา สมัยนั้นเลย

Jint’s Gallery

บ้านที่หมู่บ้าน Shirakawa-Go จะเป็นบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ คือเป็นบ้านแบบที่เรียกว่า Gassho-zukuri (กัสโชซูคุริ) มาจากคำว่า “กัสโช” ซึ่งแปลว่า “พนมมือ” ตามรูปแบบของบ้านที่มีหลังคาชันถึง 60 องศา มีลักษณะคล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน

Jint’s gallery

จะเห็นว่าบ้านบางหลัง หลังคาก็ยาวลงมาเกือบถึงพื้นเลย

ตั้งแต่ลงจากรถบัส พวกเราก็ทึ่งในความน่ารักของหมู่บ้านนี้มากๆ ทั้งเงียบสงบและสวยงาม บ้านที่เห็นก็ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จริง ทำมาค้าขายกันจริง ไม่ใช่บ้านจำลองนะ

ช่วงที่เราไปอากาศยังครึ้มๆ อยู่มาก มีฝนตกบ้างเล็กน้อย ภาพเลยออกจะสีทึมๆ หน่อย

เราเดินกันไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ อยากซึมซับบรรยากาศไว้ให้นานๆ เพราะพวกเราไม่ได้จองโรงแรมที่นี่ไว้ ซึ่งพอมาถึงละก็เสียดายมากๆ ที่ไม่ได้จอง 😩

Jint’s Gallery

แวะทานขนมโน่นนี่ไปเรื่อยอ่ะ

Jint’s Gallery

ที่เห็นนี่ร้านขายโคร็อกเกะ (หรืออะไรไม่รู้ จำไม่ได้) นะเนี่ย หยั่งกะมานั่งเล่นบ้านเพื่อนเลย 😆

Jint’s Gallery

ตุ๊กตาสีแดงๆ น่ารักๆ ที่เห็น เค้าเรียกว่าตุ๊กตา “ซารุโบโบะ” เป็นตุ๊กตานำโชค ช่วยป้องกันเราจากสิ่งชั่วร้ายสิ่งไม่ดีทั้งหลาย เราก็ซื้อพวงกุญแจซารุโบโบะเล็กๆ กลับมาเป็นที่ระลึกอันนึงด้วย เวลาเห็นละจะได้นึกถึง Shirakawa-Go 😄

เดินมาเจอร้านไอติม ไปนั่งหลบลมเย็นด้วยการกินไอติมดีกว่า (เออ เอาเข้าไป) แต่ข้อดีของการกินไอติมที่เมืองหนาวคือมันละลายช้ามากกกก กินคุ้ม 😋

Jint’s Gallery

หลังจากเดินเล่นกันอยู่หลายชั่วโมง ก็ได้เวลากลับ Takayama กันละ กลับอย่างเสียด๊ายยยยยเสียดาย

ถึง Takayama เรี่ยวแรงยังเหลือ เราก็ไปเดินในย่านที่เรียกว่า Takayama Old town หรือ เมืองเก่าทาคายาม่า กันต่อ

Jint’s Gallery

ในอดีตที่นี่เป็นย่านค้าขายที่เคยเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้อนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว ยังมีอาคารบ้านเรือนที่มีอายุหลายร้อยปีและยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ให้เห็นกันอยู่มากมาย หลายๆ ที่ยังทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนเข้าชมเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นสมัยก่อนด้วย

Jint’s Gallery

เดินผ่านร้านขาย Hida Beef (เนื้อฮิดะ) ซึ่งเป็นเนื้อขึ้นชื่อของเมือง Takayama แล้วจะไม่ลองได้ไง

Jint’s Gallery

ลองมันทั้งอย่างดิบที่เป็นซูชิ กะอย่างสุกที่ปิ้งเสียบไม้ อาหย่อยทั้งคู่เลย 😋 เฮ้อ พูดละคิดถึง เดี๋ยวนี้ไม่กินเนื้อวัวแล้วด้วย 😭

เดินไปไหนๆ ก็เจอต้นซากุระเต็มไปหมด สวยมากๆ เลย 🌸

Jint’s Gallery

ถ่ายกันมาเต็มที่

Jint’s Gallery

เจอสตรอเบอรี่ท่าทางน่าทาน จัดมา 1 อืม…หวาน หอมใช้ได้

Jint’s Gallery

ม้ือเย็นวันนั้น เดินไปเจอร้านข้าวหน้าเนื้อ ก็เลยเข้าไปลองดู

Jint’s Gallery

ลวดลายที่ตกแต่งในร้าน พาให้ต้อง action เยี่ยงนี้

สั่งข้าวหน้าอะไรซักอย่างจำไม่ได้ อร่อยหรือไม่ ให้ภาพเป็นตัวเล่า 😆

Jint’s Gallery

จบวันที่ 3 อย่างชิลๆ สบายๆ กลับ Hostel เตรียมเก็บกระเป๋า เพราะวันรุ่งขึ้นเราต้องกลับ Nagoya กันแล้ว เฮ้อ เป็นการเที่ยวที่ซั้นนนนสั้น

วันที่ 3–5 เราออกจาก Takayama นั่งรถกลับเข้า Nagoya กัน จองโรงแรมไว้ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก เพื่อความสะดวกในการแบกกระเป๋าไปมา เห็นความแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน ในเมือง Nagoya คนก็จะเยอะๆ หน่อย

ที่ Nagoya เราไม่ได้ทำอะไรมาก นอกจากเดินเล่น หาอะไรทานกัน โดยที่ไม่พลาดของขึ้นชื่อคือ Hitsumabushi (ฮิตสึมาบุชิ) หรือ ข้าวหน้าปลาไหล ไม่ได้ไปร้านเด็ดอะไรหรอก หาชิมร้านในสถานีรถไฟเลย เพราะร้านดูใหญ่คนเยอะมาก แปลว่าน่าจะอร่อย…คิดเอาเองนะ 😁 และมันก็อร่อยจริงๆ และอีกเมนูคือ Miso Katsu (มิโซะคัตสึ) หรือข้าวหมูทอดสไตล์นาโกย่าที่มาพร้อมกับซอสมิโซะแดงรสหวานๆ เค็มๆ เมนูนี้เราชอบมากๆ กลับมาไทยก็ยังหาทานอยู่เรื่อยๆ

อ้อ ได้ไปเที่ยวปราสาทนาโกย่าด้วยนะ แต่รูปหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือแต่รูปนี้

Jint’s Gallery

🤣🤣🤣 เที่ยวยังไงให้ไม่มีรูป

นี่ก็คือความทรงจำที่พอจะนึกออกสำหรับทริป Takayama Shirakawa-Go และ Nagoya เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วที่สุดแสนจะสั้น (ประมาณ 5 วันเอง 🥴) แต่ถึงแม้จะจำรายละเอียดไม่ได้มาก แต่เรายังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี มันเป็นความทรงจำที่ประทับใจเราตลอดมา เพราะได้อยู่กะเพื่อนสนิท ใช้เวลาเที่ยวต่างประเทศด้วยกันเป็นทริปสุดท้าย เพราะหลังจากนั้นเราก็ไม่มีโอกาสไปต่างประเทศกะเพื่อนๆ อีกเลย…พูดละเศร้า 😭

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ…แล้วพบกันในการเดินทางครั้งต่อไปค่ะ 😊

jwanderlust

The journey blogs

jwanderlust

The journey blogs

Jint

Written by

Jint

หวัดดีค่ะ เราชื่อจิ๊น เราอยากให้ Blog นี้เป็นพื้นที่ที่เราได้แชร์เรื่องราวการเดินทางของเรา อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้มีความสุขกับ Blog นี้นะคะ

jwanderlust

The journey blogs