jwanderlust
Published in

jwanderlust

Chapter 33 : Phuket

ภูเก็ต สนุกสนาน เบิกบาน จานกระจาย

วันนี้มีเรื่องตื่นเต้นมาเล่าให้ฟังค่ะ ที่ตื่นเต้นเพราะ หนึ่ง จะได้ขึ้นเครื่องบินอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ขึ้นมานาน 22 เดือน และสอง จะได้มาเที่ยวภูเก็ตหลังจากที่ไม่ได้มานานร่วม 10 ปี

ที่ต้องมาภูเก็ตเพราะต้องมาทำธุระ ก็เลยถือโอกาสมาเที่ยวด้วยซะเลย พอรู้ว่าจะได้มาก็ดู youtube หาข้อมูลที่กินก่อนเลย 😆 เพราะปากท้องนี่เรื่องสำคัญน้า ส่วนที่พักและรถมีคนช่วยเตรียมไว้ให้แล้ว

วันแรกของการเดินทาง ตลกตัวเองมาก มาถึงสนามบินมีงงๆ ด้วยนะ เพราะเคาน์เตอร์ Check-in ก็ย้ายที่กันใหม่ วิธีการ Check-in การผ่าน security check ไรต่างๆ เปลี่ยนไปมาก

อย่างการ Check-in ก็ต้องใช้เวลามากกว่าเดิม แต่ก็พอเข้าใจได้ เพราะปลายทางเค้าก็มอบหมายหน้าที่การตรวจเอกสารการฉีดวัคซีน (คือการโชว์ Vaccine Covid-19 Certificate ที่อยู่ใน app หมอพร้อม) ให้เป็นของสายการบิน เลยต้องเสียเวลาที่เคาน์เตอร์ค่อนข้างนานหน่อย

การผ่านจุด X-Ray ก่อนขึ้นเครื่อง เดิมอยู่ถัดจากเคาน์เตอร์ Check-in ก็เปลี่ยนเป็นไปอยู่ที่หน้าประตูขึ้นเครื่องเลย ทำให้แม้แต่น้ำที่ซื้อจากด้านในก็เอาขึ้นเครื่องไม่ได้แล้ว 😩

อาหารว่างที่เคยให้บริการบนเครื่องก็เสริฟไม่ได้ แต่เปลี่ยนเป็นให้ตอนออกจากเครื่องแทน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการถอดหน้ากากบนเครื่อง

ความรู้สึกที่ต้องขึ้นเครื่องแบบใส่หน้ากากตลอดเวลาครั้งแรก สำหรับเรามันรู้สึกเหนื่อยๆ เหมือนกันนะ รู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจได้ไม่เต็มปอดไงไม่รู้ เห็นใจลูกเรือที่ต้องทำงานบนเครื่องที่ก็ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาแถมต้องคอยเดินดูแลผู้โดยสารอีก ยิ่งเหนื่อยเข้าไปอีก หวังว่าอะไรๆ คงจะดีขึ้นในเร็ววันนี้นะ 🙏

ทริปนี้เราไปทำธุระกะพี่ๆ กัน 3 คน จริงๆ ธุระอ่ะแป๊บเดียวแหละ แค่ชั่วโมงเดียวก็เสร็จละ แต่ถือโอกาสมามัน 3 วัน 2 คืนเลย 😁 ไหนๆ ก็มาละ

พอเครื่องลงที่ภูเก็ต เดินออกมาสบายๆ ไม่มีการตรวจ ATK และไม่มีการดูเอกสารการฉีดวัคซีนใดๆ ทั้งสิ้น (ณ เดือน พ.ย. 2021) เพราะถือว่าต้นทางได้ตรวจมาแล้วว่าทุกคนรับวัคซีนมาแล้ว ปลอดภัยระดับนึงมั้ง ก็ถือว่าสะดวกดี

ออกจากสนามบิน พวกเราก็แวะไปทานอาหารที่ร้าน Three Monkeys ก่อนเลย ร้านสวย บรรยากาศดีมากนะ เป็นร้านแบบ outdoor ก็จริง แต่ก็มีร่มเงาของต้นไม้เยอะอยู่

Three Monkeys

ร้านค่อนข้างใหญ่มีแบ่งพื้นที่เป็นโซนๆ แต่ตอนนี้ก็ปิดอยู่หลายโซนเลย แสดงว่าก่อนหน้านี้คงมีลูกค้าเยอะมากๆ และเพิ่งรู้ว่าที่นี่เค้าเน้นการทำกิจกรรมด้วยนอกจากการเป็นร้านอาหาร เห็นมีโหนสลิงไรประมาณนี้ ถ้าหลานๆ มาน่าจะชอบอยู่

Three Monkeys

อาหารรสชาติใช้ได้ ถือว่าอร่อยสำหรับเรา และรสชาติก็ไม่ได้เผ็ดมาก เครื่องดื่มที่นี่ออกไปทางอลังเลย ในรูปนี่จำชื่อไม่ได้ละ รู้แต่เป็นกาแฟใส่ tonic ก็แปลกดี มีกลิ่นหอมๆ สมุนไพรของ tonic แทรกเข้ามาด้วย เดี๋ยวจะลองเอาไปชงกินที่บ้านมั่ง 😁

เสร็จจากทานมื้อกลางวัน เราก็ตรงไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาให้เสร็จเรียบร้อย อย่างที่บอกแหละ ไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ (อิอิ ที่เหลือก็ free time เลยฮะ) จากนั้นก็ขับรถเข้าโรงแรม พักผ่อนให้หายเหนื่อยนิดหน่อย ละเดี๋ยวจะออกไปทานข้าวเย็นกันต่อ

Wyndham Grand Nai Harn Beach Phuket

โรงแรมที่เราเข้าพักกันชื่อ Wyndham Grand Nai Harn Beach Phuket เป็นโรงแรมใหม่ ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100% แต่เปิดขายห้องพักบางส่วนแล้ว ห้องโอเคเลย เราได้อยู่ชั้น 1 ซึ่งเป็นห้องที่สามารถลงสระได้เลย ห้องก็ตกแต่งสวยดี ถือเป็นการพักผ่อนที่ดีเลยแหละ

พักผ่อนกันแป๊บ ให้คุณพี่ชายไปว่ายน้ำเล่นแก้ร้อนซักพัก ส่วนเราขอไปนวดสปาแก้เมื่อยซักชั่วโมง ละเดี๋ยวเข้าไปในเมืองไปทานข้าวเย็นกัน

มื้อเย็นนี้เราจองร้าน “ตู้กับข้าว” ไว้ เพราะเห็นบอกว่าเป็นร้านที่ได้รางวัล “มิชลิน บิบ กูร์มองด์” นะจ๊ะ กลัวร้านเต็มจองไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

ปล. ร้านที่ไปชิมงวดนี้เป็นร้านที่ดูจาก youtube ทั้งนั้นเลย ด้วยความที่พวกเราไม่ได้มาภูเก็ตกันนานมากอย่างที่บอก ก็เลยไม่รู้จักร้านใดๆ เลย

ตู้กับข้าว

บอกเลยอาหารอร่อยจริง 👍 รสชาติแบบใต้แต่ไม่จัดจ้านมาก เราไม่ทานเผ็ดมากยังรับได้ แต่พี่ชายผู้ชอบทานอาหารรสจัดบอกยังไม่ถึงใจ แต่ก็จัดว่าอร่อย ราคาอาหารแอบสูงเหมือนกัน แต่เทียบกะคุณภาพที่ได้ก็ถือว่าสมราคาอยู่

ชอบการตกแต่งภายในร้าน สวยมากๆ

ตู้กับข้าว

ทานข้าวเสร็จก็ออกมาเดินเล่นถ่ายรูปย่อยอาหารกันแถวๆ นั้น เพราะเขมือบกันเข้าไปเยอะอยู่ ข้อดีของการมากับคนชอบทานอาหารคือ เราจะได้ชิมอาหารหลายอย่างมากๆ 😁 วันนั้นทานกันไป 6 เมนูได้มั้ง 😋

Phuket Old Town

พอได้มาเดินเล่นในตัวเมือง ได้เห็นอาคารบ้านเรือนที่นี่ บอกเลยว่ามีเสน่ห์และสวยมากๆ มันเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมระหว่างความอ่อนช้อยแบบตะวันออก และโครงสร้างแบบตะวันตก ที่เรียกว่า “ชิโนโปรตุกีส” นั่นเอง

ปล. “ชิโน” แปลว่าจีน ส่วน “โปรตุกีส” คือ ประเทศโปรตุเกส รวมกันเป็น “ชิโนโปรตุกีส”

Phuket Old Town

เพราะในอดีต ภูเก็ตเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแร่ดีบุกที่มีราคาสูง เลยทำให้ชาวตะวันตกและชาวจีนสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในธุรกิจแร่ดีบุกกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ต่อมาเลยเกิดเป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและจีน จนเกิดเป็นชิโนโปรตุกีสอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

Phuket Old Town

เดินถ่ายรูปกันเพลินมากๆ เพราะคนไม่เยอะเลย ตอนแรกยังคิดว่าในเมืองคงจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเดินกันให้ขวักไขว่ แต่ก็เริ่มเห็นชาวต่างชาติเยอะอยู่ ดีใจที่ได้เห็นนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา และเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมาย

วันนั้นหลังจากเดินเที่ยวเล่นกันอีกเกือบชั่วโมง เราก็นั่งรถกลับโรงแรมไปพักผ่อนกันกัน

เช้าวันที่ 2 ตื่นสายๆ สบายสุดๆ ไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร ซึ่งก็มีแขกไม่กี่คนเท่านั้น (แต่สังเกตุว่าในโรงแรมก็มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพักเยอะอยู่) ทานอาหารเช้าเสร็จ แน่ะ มีขยัน ออกไปว่ายน้ำกัน รีดแคลอรี่ที่รับไปมะวานออกซักหน่อย เพราะเดี๋ยวต้องไปเอาเข้าอีกเยอะ

ใช่ค่ะ ทั้งสระมีแค่เรา 3 คน 😁

หลังจากชิลกันได้ที่ ก็ได้เวลาออกไปหาข้าวเที่ยงทานกันละ วันนี้เราปักหมุดไปที่ร้าน “ตาทวย” ด้วยความที่โรงแรมเราอยู่หาดในหาน ในขณะที่ร้านตาทวยอยู่แถวสะพานสารสิน ซึ่งพี่คนขับบอกว่าคนละทิศกันเลย ต้องนั่งรถไปประมาณชั่วโมงนึง 🥴 แต่เราก็จะไปเพราะเมนูอาหารน่าทานมาก ร้านนี้ก็ได้ มิชลิน บิบ กูร์มองด์ อีกเช่นกัน

ร้านตาทวย

อาหารเด็ดสุดๆ ร้านนี้ อร่อยทุกจานที่สั่งมา เมนูที่เราชอบกันมากคือ ส้มตำสาหร่าย อร่อยจนต้องสั่งเพิ่มอีก 1 จาน อาหารทะเลก็สดมาก ไม่มีกลิ่นคาวเลย และที่สำคัญ เช็คบิลมา ราคาไม่แพงเลย พี่เจ้าของร้านก็อัธยาศัยดี ต้อนรับขับสู้น่ารักมากๆ อาหารจะรสจัดกว่าตู้กับข้าว แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ทานได้ ต้องมาบอกเลย 👍

จากร้านตาทวย เราขับรถไปจุดชมวิวที่ชื่อว่า “เสม็ดนางชี” จังหวัดพังงากันต่อ

นั่งรถไปไม่ไกลเท่าไหร่ก็ถึงเสม็ดนางชี โดยนักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมาขึ้นรถกระบะของที่นี่เพื่อขึ้นไปที่จุดชมวิวของร้าน Bay View cafe ด้านบน เสียค่ารถคนละ 50 บาท ทางขึ้นชันมากกกก ชันแบบตัวไหลลงไปกองกันได้เลยถ้าไม่จับราวไว้ 🤣 นั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมถึงต้องเปลี่ยนเป็นรถของที่นี่นะฮ้า

พอขึ้นไปถึง แม่เจ้า

เสม็ดนางชี

วิวสวยโฮกๆ สวยมากๆ สวยจริงๆ

จากจุดชมวิวนี้ เราจะได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติกว้างไกลแบบสุดสายตา และมองเห็นวิวเกาะแก่งต่างๆ ของอ่าวพังงาที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาหินปูนที่สวยงามมากมาย

เสม็ดนางชี

ถ้าใครมีโอกาส แนะนำให้มาดูวิวที่นี่ด้วยตาตัวเองนะคะ สวยกว่าที่เห็นในรูปหลายเท่าเลย

เราถ่ายรูปกันรัวๆ เพราะแดดดี สีสันสวยมากๆ โชคดีอีกเหมือนกันที่นักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก เพราะที่ Bay View Cafe พื้นที่ไม่ได้ใหญ่มาก ถ้าคนเยอะเราคงไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปแบบนี้

นั่งพักคลายร้อนต่ออีกแพร๊บนึงก็กลับลงมาด้านล่าง นั่งรถกระบะตัวไหลเหมือนเดิม 🤣

ฮู้ววว อากาศร้อนๆ เยี่ยงนี้ เราขอไปต่อกันที่ร้านไอติมร้านเด็ดที่จดมาดีกว่า ร้าน Torry’s Ice Cream นั่นเอง

Torry’s Ice Cream

ร้านนี้เป็นร้านไอติมที่จะว่าเป็นไอติมโบราณก็ไม่เชิง เพราะเค้าเอาไอติมโฮมเมดรสชาติที่คิดค้นขึ้นเอง มาเสริฟคู่กับขนมพื้นเมืองที่เป็นของดั้งเดิมของภูเก็ตให้ออกมาเป็นเมนูเด็ดของทางร้าน ซึ่งพวกเราชอบมากๆ ตั้งแต่ดูรีวิวละ ตั้งใจว่าร้านนี้จะต้องมาชิมให้ได้

ตอนเดินมา ตกใจเลย! เห็นคนยืนอยู่หน้าร้านกันเป็นสิบเหมือนต่อคิวรอเข้าร้านกันอยู่ เราก็แอบเสียดายเลยว่าสงสัยคงอดกินร้านนี้แน่ๆ แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ อ้าว เค้าแค่มายืนกินไอติมกันอยู่ที่หน้าร้านและถ่ายรูปกันอยู่เน่ ในร้านยังมีโต๊ะอยู่เลย เย้! ได้กินแล้ววววว 🤩

ข้างในร้านตกแต่งแบบวินเทจ สวยมากเลย

Torry’s Ice Cream

ไม่ให้เสียเวลา รีบสั่งสิ่งที่อยากชิมด่วนๆ

Torry’s Ice Cream

ได้เป็น “บีโกหมอย” หรือไอติมกะทิอัญชันที่มาคู่กับข้าวเหนียวดำราดน้ำกะทิ (คนภูเก็ตเรียกว่า บีโกหมอย) “ Phuket Treasure” ที่เป็นไอติมน้ำผึ้งเสริฟคู่กับขนมพื้นเมืองของภูเก็ต และ “ไอติมยาคูลท์ปีโป้” 1 scoop ตบท้าย

จะเห็นว่าตั้งแต่ไปชิมอาหารมาทุกร้าน ไม่เคยมีรูปมาประกอบเลย เพราะทานกันไปละเพิ่งนึงได้ว่า อ้าว…ยังไม่ได้ถ่ายรูปเน่ 😭 แต่ร้านนี้ presentation มาดีงามมาก เลยได้แชะรูปเก็บไว้ได้ทันก่อนที่จะหมด แต่ก็ไม่วายโดนจ้วงไปหลายช้อนอยู่ 🤣

อร่อยทุกเมนูเลยค่ะ บอกจริงๆ เพราะเราเบิ้ลบีโกหมอยอีก 1 ที่พร้อมเพิ่มไอติมเป็น 2 scoop อีกตะหาก 😋 ทานเสร็จแทบไม่ต้องทานข้าวเย็นกันเลยอ่ะ อิ่มยาว 🥴

ออกจากร้าน เดินเล่นย่อยไอติมในซอยกันต่อ

เมืองเก่าภูเก็ตมีเสน่ห์มากๆ เดินไปตรอกซอกซอยไหนก็อดที่จะถ่ายรูปไม่ได้ เราชอบที่เค้าอนุรักษ์มันไว้ให้เป็นที่ท่องเที่ยวได้ดีมากๆ ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวภูเก็ตที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้เราได้เห็นสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส แม้แต่ร้านค้าที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ก็ยังคงรักษาความเป็นภูเก็ตไว้ ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงมันให้ไกลจากอัตลักษณ์ดั้งเดิมของพวกเค้า

อ่ะ ได้เวลากลับที่พักกันละ มื้อเย็นวันนั้น ต้องยกเลิกร้านที่จองไว้โดยปริยายเพราะยังอิ่มอยู่มากๆ (แต่นั่งไปซักพักก็ออกไปซื้อเบอร์เกอร์มาทานต่อตอนค่ำๆ จนได้ 😅) ก็เป็นอันจบวันที่สองค่ะ

วันสุดท้าย วันนี้เราจะกลับกรุงเทพฯ กันละ ตื่นกันสายโด่งเช่นเคย ทานขนมจุ๊บจิ๊บแทนอาหารเช้ากัน เพราะเดี๋ยว check-out ออกจากโรงแรมเราจะไปทานร้านสุดท้ายกัน

นั่งรถไม่นานก็ถึงร้าน “หมอมูดง” เป็นร้านอาหารพื้นเมืองใต้รสจัดจ้าน ปิดท้ายทริปได้ดีมาก 🤩 ถามพี่คนขับว่าทำไมชื่อร้านแปลกจัง เจ้าของเป็นคนเกาหลีหรอ 😆 พี่เค้าบอกว่า เจ้าของร้านชื่อ “หมอ” ร้านอยู่ติดกับ “คลองมูดง” เลยเรียกกันว่า ร้านหมอมูดงๆ จนเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง อ้อ มีเหตุผล 😁

ร้านนี้ไม่ได้ตกแต่งสวยงาม ดูเป็นเพิงๆ หน่อย แต่บอกเลยร้านแบบนี้แหละ พี่เราชอบนักแล เพราะอาหารจะต้องแซ่บอย่างแน่นอน อ้อ ลืมบอก ร้านนี้เค้าก็ได้มิชลินด้วยนะค้าบ

พอถึงร้าน โอ้ว…เป็นร้านเดียวที่ไม่ได้โทรมาจองล่วงหน้า ปรากฎว่าคนเยอะจ้า ต้องรอคิวกันเลย แต่ไม่นานเพราะการจัดคิวดี เร็ว ระหว่างรอคิวเค้าก็ให้สั่งอาหารได้เลย

เราสั่งกันพรวดพราดมากเพราะหิวด้วย แต่เมนูที่อยากให้ลอง “มะเขือยาวทอดเครื่อง” อร่อยจริงๆ เค้าเอามะเขือยาวไปทอดในน้ำมันร้อนๆ แล้วราดด้วยน้ำพริกอะไรซักอย่างที่ทอดกรอบมาด้านบน หอมมากๆ เลย วันนั้นน่าจะสั่งไปประมาณ 7 เมนูนะ…🤔 ใช่ 7 เมนู อาหารเผ็ดร้อนสุดๆ ถึงใจพระเดชพระคุณมากๆ เหงื่อออกหัวกันเลยทีเดียว เช็คบิลมา ราคาก็น่ารักสุดๆ 👍

เสร็จจากมื้อเที่ยงก็ตรงไปสนามบินกันเลย เป็นอันจบทริปที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วนกันแต่เพียงเท่านี้

เก็บภาพท้องฟ้ายามเย็นจากภูเก็ตถึงกรุงเทพฯ มาฝากค่ะ 😊

ทริปนี้สนุกมากๆ เพราะเราได้ออกไปหาร้านอร่อยๆ ทานกันสมใจอยาก ได้ไปเดินเล่นถ่ายรูปในตัวเมืองเก่าภูเก็ต ได้ไปเสม็ดนางชีที่ตอนแรกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืออะไร ได้ว่ายน้ำออกกำลังกาย ได้ไปนวด ได้พักผ่อนสบายๆ มีความสุขจริงๆ แต่เดี๋ยวเดือนหน้าเราจะได้มาภูเก็ตอีก (อันนี้เป็นแผนที่เตรียมไว้ตั้งแต่เดือน เม.ย.ละ ไม่ได้มาซักที 🤩) เดี๋ยวคงได้มาเล่าอีกว่าได้ไปไหน ไปทานอะไรมาให้อ่านกันอีกนะคะ

สำหรับ blog นี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน แล้วพบกันในการเดินทางครั้งต่อไปนะคะ 😊

--

--

--

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store
Jint

Jint

หวัดดีค่ะ เราชื่อจิ๊น เราอยากให้ Blog นี้เป็นพื้นที่ที่เราได้แชร์เรื่องราวการเดินทางของเรา อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้มีความสุขกับ Blog นี้นะคะ

More from Medium

Food Delivery Review : Cork & Cleaver Butchery & Grill

Are you a $400k solopreneur? The IRS Might Audit You

Putting the joy back into the process of renovating your home

Why is This STILL So Hard?