Chapter 34 : Tadaima Japan

ญี่ปุ่นใสใส หัวใจว้าวุ่น

Jint
Jint
Jan 2 · 5 min read

ทริปนี้เป็นทริปที่กลับมานึกละก็ขำดี ไปญี่ปุ่นมาหลายรอบ เคยได้ยินชื่อ Maid Cafe แหละ แต่ไม่เคยคิดเล้ยยยยยว่าตัวเองจะต้องเข้า มาทริปนี้ เจ้าน้องชายและหลานชายอยากลองสัมผัสบรรยากาศดู ทีแรกนึกว่าเค้าไม่ให้ผู้หญิงเข้าด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีก็นั่งตบมือตามที่น้อง maid สั่งเรียบร้อยละ 🤣

Chapter นี้ก็มิวายขุดทริปเก่าที่ไปญี่ปุ่นมาเมื่อเดือน ก.ค. 2018 มาเล่าอีกละฮะ เพราะจนบัดนี้ ก็ยังไม่ได้ไป ตปท. เบย แต่ปีหน้ามีแพลนละ หวังว่าจะไม่โดน Covid เทซะก่อนนะ 🤩🙏

ช่วงเดือน ก.ค.เป็นช่วงพักร้อนประจำปีของบริษัทฯ ก็คิดๆ กันว่าไปไหนดีเพราะมีวันหยุดแค่ไม่กี่วันเอง คิดไปคิดมาก็คงต้องเป็นโตเกียว ญี่ปุ่นล่ะ เพราะง่ายสุดวีซ่าก็ไม่ต้องขอ จริงๆ ไม่ได้อยากไปโตเกียวช่วงเดือน 7 เลย เพราะมันร้อนมั่กมากก 🥵 เคยไปมาละ เหงื่อซึมตลอดเวลา เพราะญี่ปุ่นเค้าจะร้อนแบบไม่มีลมเลย บ้านเรายังพอมีลมโกรกๆ มาบ้าง แต่ความที่ “ต้องเที่ยวให้ได้” เลยสรุปเอาที่นี่แหละ 😤

ทริปนี้ได้น้องชายที่เป็นเซียนของกินในโตเกียวมาช่วยแพลนทริปให้ งวดนี้จะกินๆๆๆๆ ให้หนำเล้ย 😋

วันแรกของการเดินทาง ทริปนี้เราไปกัน 7 คน สั้นๆ 4 วัน 3 คืน พักกันที่ Millennium Mitsui Garden Hotel ที่ย่าน Ginza โรงแรมดีมาก ใหม่ สะอาด สะดวก ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน และไม่จอแจมาก

เนื่องจากพวกเราไปถึงโรงแรมก่อนเวลา check-in หลายชั่วโมง ก็เลยฝากกระเป๋าไว้ที่ Front ก่อนแล้วออกไปเดินเล่นแถวโรงแรมฆ่าเวลากัน เจอร้านคาเฟ่ใกล้ๆ โรงแรมชื่อ Cafe de Ginza, Miyuki-kan เค้กหน้าตาน่าทานดีเลยลองเข้าไปกัน

โอเคนะ ขนมอร่อย แต่สิ่งที่สะดุดตามากคือ มีประตูบานนึงอยู่หลังโต๊ะพวกเรา บานเปิดมันเล็กมากกก ด้วยความเผือกอยากรู้ว่าประตูอะไรเลยลองเปิดดู ปรากฎว่าเป็นประตูห้องน้ำค่ะ เห้ยทำไมมันบานเล็กขนาดนี้ 😱

ในรูปนี่คือให้น้องชายไปยืนเทียบสัดส่วนดู จะเห็นว่ามันเล็กผิดปกติมากๆ นับถือในการใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เป็นประโยชน์ของคนญี่ปุ่นเค้าจริงๆ สุดยอด 👍 (ว่าแต่คนอะไรไม่ถ่ายรูปขนมแต่ถ่ายประตูห้องน้ำ 🤣)

หลังจากทานขนมกันนิดหน่อย ก็ได้เวลากลับไป check-in เข้าห้องกันละ ง่วงๆ อยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีเวลาให้งีบละ เพราะน้องชายจองร้านอาหารสำหรับมื้อ…จะเรียกว่าอะไรดี มื้อเที่ยงๆบ่ายๆสายๆ 🤔 เพราะได้รอบทานประมาณบ่าย 2 โมงมา เราจะไปชิมเทมปุระที่ร้าน Tempura Kondo ซึ่งเป็นเทมปุระแบบ Omakase กันจ้า

ร้านนี้อยู่ในย่าน Ginza ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ เป็นร้านระดับ Michelin Star 2 ดวงเลยนา

Tempura Kondo

ร้านนี้ต้องจองมาก่อนล่วงหน้าเพราะเชฟจะเตรียมวัตถุดิบไว้แบบพอดีคน โชคดีที่เค้ารับกลุ่มเราซึ่งมีกันตั้ง 7 คนด้วย

อาหารอร่อยมากๆ ขนาดเราไม่ได้เลิฟเทมปุระยังรู้สึกชอบ เพราะวัตถุดิบสดอร่อยมาก แป้งที่ทอดมาก็ไม่เลี่ยน ไม่อมน้ำมันเลย (เออ ลืมไปเค้าเป็นถึง Michelin Star นะเฟร้ย 🤣)

แต่ที่เราทึ่งสุดคือมือทนไฟของเชฟ 😱 (มือด้านขวาของรูปที่แดงๆ นั่นแหละ) แกนี่หยิบจับของที่อยู่ในกระทะแบบสดๆ เลยฮะ ไม่ต้องใช้ตะหลงตะหลิวใดๆ เห็นกะตาและรู้สึกปวดแสบปวดร้อนแทนโคดๆ มือคงพองจนไม่มีที่จะพองละมั้ง

หลังจากทานกันอิ่มหนำ ก่อนกลับก็ขอถ่ายรูปกับเชฟกันเป็นที่ระลึกซักหน่อย

เย็นนั้นพวกเราไปเดินเล่นต่อกันที่ Ginza shopping district ซึ่งเป็นย่านช็อปปิ้งและถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านค้า Brand Name มากมายเลย แต่ไม่ได้อะไรติดมือมาหรอกนะ 😅 แค่เดินดูก็ชื่นอุราละ

หลังจากนั้นเราก็ไปทานมื้อเย็นกันต่อที่ร้าน Rokkasen ร้านยอดนิยมของคนไทยเลยละมั้ง

ร้านนี้เค้าว่าเป็น “สุดยอดบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างพรีเมี่ยม” จริงไม่จริงไม่รู้ รู้แต่ล้มวัวล้มหมูไปหลายตัวอยู่ ก็อร่อยซะขนาดนั้น

หลังจากทานกันจนพุงปลิ้นก็ได้เวลากลับโรงแรมไปนอนผึ่งพุงกันละค่ะ เป็นอันจบทริปวันแรกของเรา ราตรีสวัสดิ์ 😴

เช้าวันที่ 2 วันนี้คิดไรไม่ออก ไป Tsukiji Fish Market มันนี่ละ ไงที่นี่ก็ยังเป็นที่โปรดของพวกเราอยู่ดี

Tsukiji อดีตตลาดปลายอดนิยม ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีการประมูลปลาที่ตลาดนี้แล้ว แต่ก็ยังคงมีร้านอาหารเปิดให้บริการอยู่มากมายเหมือนเดิม

เราไม่ได้มีร้านประจำใดๆ ก็เดินหาเอา ร้านไหนเมนูถูกใจ และพวกเราเข้าได้ทั้ง 7 คนก็เอาร้านนั้นกันเลย เพราะคาดว่าอาหารสดใหม่ทุกร้านเหมือนกัน 👍

หลังจากอิ่มมื้อเช้ากันที่ตลาดแห่งนี้ พวกเราก็โหวตกันว่าจะไปไหนกันต่อ หลานสาวรู้สึกเริ่มเจ็บคอและเพลียๆ เหมือนจะไม่สบาย เพราะช่วงที่เราไปฝนตกปรอยๆ ตลอดคุณแม่เลยจะอยู่โรงแรมเป็นเพื่อน ส่วนสมาชิกที่เหลืออีก 5 คนจะไปเดินเล่นที่ Gundam Front Tokyo (กันดั้มฟร้อนท์โตเกียว) ที่ตั้งอยู่ที่ Diver City Tokyo Plaza เมือง Odaiba กัน

Odaiba เป็นเกาะถมทะเลสร้างใหม่ที่อยู่ริมอ่าวโตเกียว ใช้เวลาเดินทางไปค่อนข้างนานอยู่ ประมาณ 45 นาที แต่นั่งรถไฟชมวิวเมืองไปเรื่อยๆ ก็เพลินดี

ลงจากรถไฟมา บรรยากาศก็ครึ้มฟ้าครึ้มฝนอย่างที่เห็นเลย ฝนเริ่มตั้งเค้ามาละ

Gundam Front Tokyo

รีบเดินไปหาจุดหมาย พี่ Gundam กันก่อนที่ฝนจะตก บรรยากาศให้มะ เหมือน Gundam เตรียมออกศึกเลย ฟ้าครึ้มเชีย 😬

เราเข้าไปเดินเล่นกันใน Diver City Tokyo Plaza กันต่อ ด้านในจะมีของขายครบครันทั้งของแนว Anime สายการ์ตูนน่าจะชอบ เพราะมีร้านขายของแนวนี้เยอะมาก ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าก็มาเต็ม เดินเพลินๆ เลย

พวกเราอยู่ในนั้นประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง (เดินก็แล้วกินก็แล้ว 🤣) เพราะต้องรอฝนหยุดตกถึงได้นั่งรถไฟกลับโรงแรมกัน

กลับมารวมตัวกันที่โรงแรม จากนั้นแบ่งเป็นทีมชาบูและทีมปิ้งย่าง โดยทีมชาบูจะไปทานที่ร้าน Shabusen Ginza กัน ส่วนทีมปิ้งย่างจะไปทานที่ร้าน Nakahara Yakiniku

Shabusen Ginza

ร้าน Shabusen Ginza อยู่ในตึก Ginza Core ไม่ไกลจาก Ginza station พอเข้าไปในร้านก็ได้เห็นบรรยากาศภายในร้านที่ดูคึกคักดี โต๊ะที่นั่งทานอาหารจะเป็นเคาน์เตอร์ยาววงรี และมีครัวเตรียมอาหารอยู่ตรงกลางด้านใน ส่วนชาบูที่นี่จะเป็นแบบหม้อของตัวเอง ไม่ต้องแย่งกะใคร (ชอบมาก 😁)

ที่นี่มีเสริฟทั้งหมูและเนื้อค่ะ แต่พวกเราอยากทานชาบูหมูกันเพราะเมื่อคืนทานเนื้อมาละ

บรรยากาศภายในร้านดีมาก เราจะได้เห็นการทำงานของพนักงานในครัว ได้สนุกไปกับการดูการทำงาน การเตรียมอาหาร การแล่เนื้ออะไรต่างๆ ของพนักงานไปด้วย ทานไปด้วย และได้เห็นวิธีการทานชาบูของคนญี่ปุ่นว่าเค้าทานกันยังไง เพลินมากๆ เลย

ส่วนทีมปิ้งย่างก็จะทานหรูหราหน่อยเพราะเป็นร้านที่ค่อนข้าง premium น้องชายบอกสายเนื้อไม่ควรพลาดร้านนี้ คือเด็ดจนได้ฉายาว่า “Legendary Wagyu tongue” ร้านที่ว่านี้คือร้าน Nakahara Yakiniku นั่นเอง

ทีมนั้นไปทานแล้วก็ถ่ายรูปมาอวด หน้าตาดูดีสมราคามาก ถ้ามีโอกาสไปอีก คราวหน้าจะไปชิมร้านนี้มั่ง

วันที่ 3 วันนี้ตื่นกันสายๆ ข้าวเช้าก็คือของที่ซื้อในร้านสะดวกซื้อมะคืนก่อน 😋 จากนั้นก็นั่งรถไฟเข้ามาย่าน Akihabara เพราะน้องชายบอกว่าอยากมาดูพวกเกม ของเล่นอะไรพวกนั้น แต่จุดหมายที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่นั่นคือ…..😁

ออกจากสถานีรถไฟก็เดินหาร้านทานข้าวเที่ยงกัน ได้ร้านราเม็งที่หลานสาวเสริชดูแล้วจิ้มว่าจะเอาร้านนี้ อ่ะ กินก็กินกันค่ะ

ออกจากร้านอาหาร ก็มีน้องๆ มาเรียกลูกค้าไปเข้าร้านเมดคาเฟ่กันเต็มไปหมด สบโอกาสเจ้าน้องชายบอกว่าเราควรเข้าไปลองดูนะ มาทั้งที อ่ะ เข้าก็เข้า (โคตรใจง่ายเลยทีมนี้ 🤣)

Cafe Maidreamin

ร้านนี้ชื่อ Cafe Maidreamin เข้าไปในร้านก็จะเป็นร้านเล็กๆ พื้นที่ไม่ได้ใหญ่โตมากเพราะอยู่บนตึกอีกที พนักงานก็มีกันไม่กี่คน ทั้งรับออร์เดอร์ ทำอาหาร เสริฟอาหาร เอ็นเตอร์เทนด้วย เห็นมีกันแค่ 3 คนเอง

และก็จะสื่อสารกันยากเล็กน้อย เพราะน้องก็พูดอังกฤษไม่ค่อยคล่อง เราทานอาหารกันมาแล้วก็เลยสั่งแค่เครื่องดื่มกันไป

ซักพัก เหมือนได้เวลาเอ็นเตอร์เทนละ น้องๆ ก็ออกมาให้เราทำกิจกรรมด้วย ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง น้องสั่งให้ตบมือ เราไม่ได้ตบมือ มีดุด้วยนะ ว่าตบมือสิ เราก็อ่ะค่ะ ขอโทษค่ะ 😅 (นี่ตูเป็นลูกค้านะ 🤣)

ก็สนุกดี เป็นบรรยากาศที่แปลกดี ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ออกจากร้านก็ตรงกลับโรงแรมกัน เพราะอากาศเริ่มร้อนละ กลับไปนอนตีพุงกันนิดหน่อยก่อนจะออกไปทานมื้อเย็น

เย็นนั้นเราไปทานทงคัตสึกัน ชื่อร้าน Katsukura อยู่ในห้าง Takashimaya Shinjuku อร่อยมากๆ เลย ใครที่ชอบหมูทอดแนะนำร้านนี้เลยค่ะ ห้ามพลาด

เสร็จจากอาหารเย็นก็แยกย้ายกัน เด็กๆ กลับห้อง ส่วนเรากะพี่ๆ น้องๆ มาหาไรดื่มเย็นๆ นิดโหน่ย 😁 ก็ร้านแถวโรงแรมมันน่านั่งไปหมดเลย คืนสุดท้ายละต้องจัดซักหน่อย อิอิ

จบคืนที่ 3 กันอย่างเฮฮาอีกละ 🤣

วันสุดท้าย วันนี้ไม่มีโปรแกรมอะไรแล้ว เพราะบ่ายๆ ก็จะต้องไปสนามบินกัน หลังจากรับขนมเป็นอาหารเช้ากันละ ก็แยกย้ายไปเดินเล่นซื้อขนมของฝากกัน

เราเลือกไปร้านขายเครื่องเขียนชื่อดัง Itoya ที่เค้าว่าเป็นร้านเครื่องเขียนในตำนานเลยน้า ร้านนี้นอกจากจะขายเครื่องเขียนแล้ว ยังมีสินค้าอีกมากมายที่ล้วนเต็มไปด้วยความครีเอทีฟ ดีไซน์เก๋

เสน่ห์อีกอย่างของร้านนี้คือการจัดแต่งร้านที่ดูเก๋มากๆ อย่าง section ที่ขายกระดาษ ก็ตกแต่งให้เห็นเลยว่าเรามีขายครบทุกเฉดสีเลย หรือโมเดลกระดาษ (ไม่รู้เรียกถูกป่าว) ที่น่าจะมีคนนิยมอยู่ เค้าก็เอามาจัด display ได้น่าซื้อมากๆ

หลังจากเดินเล่นที่ร้าน Itoya ซักพักก็กลับโรงแรมเพื่อเก็บของเตรียมตัวไปสนามบินกัน

สำหรับเรา เราชอบย่าน Ginza มากๆ เลย เพราะมีร้านเก๋ๆ เยอะแยะไปหมด ผู้คนก็ไม่พลุกพล่านมาก มี Ginza Yonchome Intersection ที่เป็นสถานีแลนด์มาร์ก ณ สี่แยกที่ตัดกันระหว่างถนนจูโอและถนนฮารุมิ มีห้าง Wako ห้างสุดคลาสสิคที่มีหอนาฬิกาอยู่ด้านบนให้เดินเล่น มีตึกที่ยังดูเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปปะปนกับตึกสมัยใหม่ ดูแปลกตาดีมากๆ มาแล้วชอบค่ะ

ทริปนี้พวกเราค่อนข้างโชคดีมาก ช่วงนั้นจริงๆ เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นอากาศร้อนมากๆ มีคลื่นความร้อนแผ่เข้าโตเกียว อุณหภูมิโดดขึ้นไปสูงถึง 40 กว่าองศาเลย แต่ช่วงที่เราไปอากาศกลับไม่ร้อนมาก แถมมีฝนตกแค่ปรอยๆ พอให้คลายร้อนด้วย

สำหรับทริปนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการเล่าความประทับใจที่ได้เข้าร้าน Maidcafe ซะมากกว่า 😁 หวังว่าปีหน้าคงจะได้มีโอกาสเที่ยวต่างประเทศจริงๆ ซักที นี่ขุดความทรงจำมาเล่าจนจะหมดกรุแล้วค่ะ 😅

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ แล้วพบกันใหม่กับการเดินทางครั้งต่อไปนะคะ 😊

jwanderlust

The journey blogs

jwanderlust

The journey blogs

Jint

Written by

Jint

หวัดดีค่ะ เราชื่อจิ๊น เราอยากให้ Blog นี้เป็นพื้นที่ที่เราได้แชร์เรื่องราวการเดินทางของเรา อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้มีความสุขกับ Blog นี้นะคะ

jwanderlust

The journey blogs