jwanderlust
Published in

jwanderlust

Chapter 42/11: Last Blog in New York

ตอนสุดท้ายของนิวยอร์กทริป

และแล้วก็มาถึงตอนจบของทริปนิวยอร์กกันแล้วค่ะ เขียนมาได้ตั้ง 11 ตอน 😆 เพราะรูปเยอะมากๆ อยากให้คนอ่านได้เห็นภาพเหมือนที่เราเห็น เลยเขียนซะหลายตอนเลย ทีแรกยังนึกว่า 5-6 ตอนคงจบ ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงตอนนี้นะคะ 😊🙏

วันที่ 13 ของทริป กลับมา NY ไม่รู้จะไปไหนละเลยเข้าไปเดินเล่นใน SOHO ก็แล้วกัน

ไม่ได้นั่งรถไฟใต้ดินที่ NY มานานมาก วันนี้จัดไปเลย อืม…..สถานีนี้เหม็นได้ใจจริงๆ 😬

SOHO วันนี้คนเยอะกว่าวันแรกที่มาอย่างเห็นได้ชัดเลย ตามร้านต่างๆ เริ่มเห็นคนต่อคิวเข้าร้านกันเยอะขึ้น จากวันก่อนที่เรามา เรียกว่าไม่มีคิวใดๆ เลย

SOHO

แถมวันนี้มีเรื่องตื่นเต้นเล็กๆ ด้วย คือระหว่างเดินๆ อยู่ใน SOHO เรารู้สึกว่าคนที่กำลังจะเดินสวนมาดูคุ้นๆ แฮะ จนเค้าเดินผ่านเราไปนี่แหละ ชัดเลย Jesse Eisenberg 🤩 (คนที่เล่นเป็น Mark Zuckerberg ในเรื่อง The Social Network อ่ะ เรื่องอื่นที่ดังๆ ก็ Zombieland , Now You See Me)

แต่ความที่คนแถวนั้นค่อนข้างเยอะ กว่าจะสะกิดเรียกพี่ๆ ให้ดูก็ไม่ทันซะแล้วเค้าเดินเลยไปไกลละ จะวิ่งตามไปขอถ่ายรูปก็ไม่กล้า กลัวโดนปฏิเสธหน้าแฮกลับมา สรุปอดค่ะ ไม่มีรูปมาอวดเลย 😭

ม้ือเย็นวันนั้นพวกเราทานอาหารที่ร้านเกาหลีใกล้ๆ Dominique Ansel ชื่อร้าน The Woo ร้านนี้เคยมาเป็นครั้งที่ 2 แล้ว เนื้อย่างหมูย่างอร่อยมากๆ ชิ้นใหญ่ สะใจ ให้เยอะ 😋

The Woo

ทานเสร็จกะจะกลับบ้านเลย แต่กว่าจะหาทางกลับบ้านได้ ต้องเดินวนแล้ววนอีกเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อหาสถานีรถไฟใต้ดินอันที่ถูกต้อง เพราะเจ้า Google Map กะ City Mapper มันพาพวกเราเดินวนไปวนมาอยู่นั่นแหละ

บังเอิญตรงนั้นเป็นสี่แยกซึ่งมีสถานีรถไฟใต้ดินติดๆ กันอยู่ 3 จุด พอเราเดินไปอันนี้ มันชี้ไปอีกที่ พอเดินไปอีกที่ มันชี้กลับไปอีกอันที่อยู่ฝั่งตรงข้าม 😵‍💫 เชื่อมะ เดินไปเดินมาจนครบทั้ง 3 สถานีเลย

สุดท้ายเอาอันแรกที่เดินไปนั่นแหละ แล้วไปถาม จนท. เอา เค้าบอกว่าให้เราเดินไปบันไดข้างหน้าเพื่อข้ามไปชานชลาฝั่งตรงข้าม เสร็จแล้วให้ขึ้นรถไฟสายนี้นะ อย่าไปขึ้นสายนี้เพราะรถจะหมดก่อนถึงจุดหมายเรา โน่น นี่ นั่น…..ถ้าไม่ได้คุณ จนท. คนนี้คงเดินวนกันอีกนาน 🥴🤣

วันสุดท้าย ยังมีอีกที่ที่อยากไปตั้งแต่วันแรกที่มาถึง แต่วันนั้นเหนื่อยก็เลยเก็บไว้ก่อน

หลังจากเก็บสัมภาระทุกอย่างเรียบร้อย ฝากกระเป๋าไว้ที่ Udom Thai Resident ยังเหลือเวลาอักโขกว่าจะไปสนามบิน พวกเราเลยเดินชิลๆ ไปที่ Brooklyn Botanic Garden กัน

Graffiti เก๋ๆ แถวบ้าน

จากที่พักเดินประมาณ 15 นาทีก็ถึงค่ะ

Brooklyn Botanic Garden

Brooklyn Botanic Garden เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่กินพื้นที่ถึง 52 acres (ประมาณ 132 ไร่) มีพืชพันธุ์ต่างๆ มากกว่า 14,000 ชนิด

Brooklyn Botanic Garden

Hilight ของที่นี่คือช่วงฤดูใบไม้ผลิประมาณกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะมีต้นซากุระหรือ Cherry Blossom ออกดอกบานสะพรั่งเต็มสวนไปหมด (แต่ทำไมตอนเราไปมีเด่นๆ อยู่ต้นเดียวเอง คนรุมถ่ายกันใหญ่ 🤣)

Brooklyn Botanic Garden

นอกจากต้นซากุระแล้วยังมีดอกไม้อื่นๆ เช่น ทิวลิป (Tulip), แมกโนเลีย (Magnolia), แดฟฟอดีล (Daffodils) และพันธุ์ไม้อื่นๆ อีกมากมายเลยค่ะ

Brooklyn Botanic Garden

เป็นสวนที่สวยและกว้างใหญ่มาก มีโซนให้เดินเยอะมากๆ เลย ขนาดเรามีเวลา 3-4 ชั่วโมงยังเดินไม่ทั่วเลย (เอาจริงๆ ไม่ทั่วเพราะขี้เกียจเดินตะหาก 😅)

Brooklyn Botanic Garden

ชอบมากๆ เลย ท่ามกลางความวุ่นวายของเมือง NY ก็ยังมีสวนสาธารณะมากมายให้ประชาชนได้มานั่งพักกายพักใจกัน รวมถึงที่นี่ด้วย

Brooklyn Botanic Garden

พวกเรานั่งเล่นใต้ต้นไม้ สูดอากาศสดชื่นเข้าไปให้เต็มปอด บรรยากาศน่านอนมากๆ มีลมเย็นๆ พัดผ่านมาเป็นระลอก พร้อมกับแสงแดดอุ่นๆ ที่ส่องลงมา

Brooklyn Botanic Garden

เรานั่งมองคนที่มาพักผ่อนในสวน มีทั้งคนที่มาเป็นคู่ มาเป็นครอบครัว หรือมากับเพื่อนฝูง มานอนเล่น อ่านหนังสือ นั่งปิกนิกทานอาหาร นั่งคุยกัน เป็นบรรยากาศที่เราชอบมากๆ ไม่อยากออกจากสวนซะแล้วซิ 😩

Brooklyn Botanic Garden

แต่สุดท้ายก็ได้เวลาต้องกลับกันละค่ะ 😊

พวกเรากลับไปทานข้าวเย็นที่ร้าน Udom Thai ก่อนไปขึ้นเครื่อง ใช้บริการรถรับ-ส่งของคุณจิมมี่เช่นเคย สะดวกสบายมากๆ

เราไปส่งพี่เขยเพื่อ check in ไป Florida ก่อน จากนั้นพวกเรา 3 คนก็ไป check in กับ Qatar เพื่อกลับกรุงเทพฯ

อ่ะได้เวลาแยกย้ายละ

กลับไปหาตังก่อนนะเมกา ไว้จะกลับมาใหม่ 😁

ระหว่างรอเครื่องออกก็ไปนั่งพักใน American Airline Lounge เพราะ Qatar ไม่มี Lounge ของตัวเองที่นี่ ทานอาหารว่างรองท้องกันอีกรอบก่อนขึ้นเครื่อง

American Airline Lounge

ได้เวลาไปขึ้นเครื่องกันละ

ชอบเจ้าหมอนบนเครื่องนี่จัง ความหมายมันใช่เลย 😁

เก็บภาพท้องฟ้ามาฝากกันค่ะ

นั่งๆ นอนๆ จนเครื่องถึง Qatar ต้องเปลี่ยนเครื่องอีกรอบเพื่อกลับกรุงเทพฯ

ได้แวะอาบน้ำใน Al Mourjan Lounge ก่อนขึ้นเครื่องด้วย ค่อยสบายตัวขึ้นหน่อย

ถึงบ้านแว้ว

Suvarnabhumi Airport

ณ วันที่เราเดินทาง ประเทศไทยยังมีกฎให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศทุกคน (รวมถึงคนไทย) ต้องตรวจ RT-PCR และรอผล 1 วัน ถ้าผลเป็นลบก็กลับบ้านได้เลย เลยต้องเสียเวลารอรถของโรงแรมที่เราจองไว้กันอีกประมาณครึ่งชั่วโมงกว่า

หลังจากเข้าโรงแรม ตรวจ RT-PCR ผลของพวกเราเป็นลบทุกคน กลับบ้านโลดจ้า เป็นอันจบ Blog อเมริกาแต่เพียงเท่านี้

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน Blog เที่ยวอเมริกาของเรานะคะ ช่างเป็น series ที่ยาวมากๆ 😁

สำหรับเรา เรารู้สึกว่าทริปนี้เป็นทริปที่สนุกมากๆ เพราะเราไม่เคยได้ขับรถเที่ยวไปตามเมืองต่างๆ เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอยู่กับที่ซะมากกว่า เราได้มีโอกาสนอนบ้านพัก Airbnb ที่ให้ความรู้สึกดีกว่าการอยู่โรงแรมมากๆ และคิดว่าจะหาโอกาสเที่ยวแบบนี้อีกต่อไปแน่นอน เหนื่อยกว่าการเดินทางทุกครั้งที่เคยไป แต่ได้ความประทับใจมากกว่ามากๆ ชอบค่ะ

และที่สำคัญ เรามีโอกาสได้พัฒนาการถ่ายรูป การเขียนเล่าเรื่องของเราให้ดีขึ้นกว่าเดิม เราได้มีโอกาสให้ข้อมูลที่มีประโยชน์กับคนอ่านบ้างไม่มากก็น้อย รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ เวลามีคน inbox ถามเรื่องโน้นเรื่องนี้หลังจากที่อ่าน blog เรา รู้สึกว่าตัวเองได้มีประโยชน์กับคนอ่าน 😆

สุดท้าย ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่เข้ามาอ่าน แล้วพบกันในการเดินทางครั้งต่อไปค่ะ 😊

--

--

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store
Jint

Jint

หวัดดีค่ะ เราชื่อจิ๊น เราอยากให้ Blog นี้เป็นพื้นที่ที่เราได้แชร์เรื่องราวการเดินทางของเรา อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้มีความสุขกับ Blog นี้นะคะ