jwanderlust
Published in

jwanderlust

Chapter 42/4 : Philadelphia Day 4

วันที่ 4 ฟิลาเดลเฟีย

วันนี้เราจะไปเที่ยวเมืองฟิลาเดลเฟียกันค่า 😆

วันนี้ตื่นตั้งกะ 6 โมงเช้าเพราะเจ้าเสียงเจาะถนนมาปลุกแต่หัววันเลย 🥴

ทีมงานนี้นี่ขยันจัง ซ่อมไรไม่รู้ตั้งแต่เช้า

สายๆ วันนี้พวกเราเข้าไปหาไรทานที่ Chinatown กันก่อน

Big Wong, Chinatown

สั่งกันมาคนละอย่าง มีทั้งโจ๊กหมู บะหมี่เกี๊ยว ก๋วยเตี๋ยวผัดเนื้อ หมี่กรอบราดหน้ากุ้ง หน้าตาดูดีมาก รสชาติก็อร่อยมากด้วย 👍

อิ่มละ ไป ออกเดินทางกันได้ 🚗💨

แนะนำเมืองฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia) กันซักหน่อย ฟิลาเดลเฟีย หรือที่คนมักเรียกชื่อเล่นกันว่า ฟิลลี (Philly) อยู่ในรัฐเพนซิลเวเนีย ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็น Washington D.C.

เมืองนี้ถือเป็นหนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์ของชาติอเมริกาเลย เพราะเหตุการณ์ประกาศอิสรภาพขออเมริกาเกิดขึ้นที่นี่ นอกจากนั้นยังเป็นเมืองที่เก็บศพของ Benjamin Franklin รัฐบุรุษคนสำคัญของอเมริกาอีกด้วย

นั่งรถกันชั่วโมงกว่าๆ พวกเราก็ถึง Philly (เมืองนี้กว่าจะหาที่จอดรถได้ก็ยากเหมือนกัน 🥴)

พวกเราเดินไปตาม Historic district ซึ่งตลอดทางจะมีป้ายบอกประวัติของบุคคลต่างๆ ที่มีความสำคัญกับประเทศอเมริกา สมกะเป็นเมืองประวัติศาสตร์จริงๆ ชอบค่ะ

Philadelphia

วันนี้อากาศดีมาก เย็นนิดๆ ไม่ถึงกับหนาว เหมาะกับการเดินเล่นมากๆ

เดินไปเรื่อยๆ ก็ถึง Independence Hall อาคารที่ถูกสร้างด้วยอิฐสีแดง เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ในการประกาศอิสรภาพของอเมริกาจากสหราชอาณาจักร นอกจากนั้นที่นี่ยังได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCO ให้เป็นมรดกโลกด้วย

Independence Hall

มีใครสังเกตุมั้ยว่า Independence Hall ดูคุ้นๆ มันก็คือรูปอาคารที่อยู่หลังแบงค์ $100 ของอเมริกานั่นเองค่ะ

ติดกับ Independent Hall จะเป็น Liberty Bell Center

Liberty Bell Center

ภายในเป็นที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของ Liberty Bell ว่ามันคือระฆังที่ถูกใช้ตีเพื่อเป็นการประกาศอิสรภาพของอเมริกาจากสหราชอาณาจักรเมื่อปี ค.ศ. 1776

Liberty Bell Center

Liberty Bell มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เพราะถูกหลอมจากทองแดงและดีบุกเป็นหลักเลยมีน้ำหนักมาก

Liberty Bell

ที่เห็นด้านหลังระฆังเป็น Independent Hall ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของระฆังก่อนจะถูกย้ายมาอยู่ที่นี่

จาก Liberty Bell เราเดินต่อมาเรื่อยๆ จนถึงบ้านของ Betsy Ross

Betsy Ross House

เธอคนนี้มีความสำคัญในฐานะที่เป็นคนออกแบบธงชาติอเมริกา ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีจะเป็นรูปดาว 13 ดวงที่ถูกเรียงเป็นวงกลม

ธงชาติอเมริกาที่ออกแบบโดย Betsy Ross

ดาวแต่ละดวงนั้นหมายถึงจำนวนรัฐในอเมริกา ณ ตอนนั้น แถบแดงขาวมีทั้งหมด 13 แถว หมายถึง 13 รัฐแรกของประเทศ ซึ่งจำนวนแถบจะไม่มีวันเปลี่ยนไปเหมือนจำนวนดาว ปัจจุบันธงชาติอเมริกาก็ยังคงมี 13 แถบสีเหมือนเดิม แต่ดาวเปลี่ยนรูปแบบการวางไป

Betsy Ross House

เดินไปเดินมาจนหิวละ ไปหาไรหม่ำกันที่ Reading Terminal Market กันดีกว่า บอกเลยว่าที่เราอยากมาที่นี่กันเพราะดูช่องที่คุณน้อง Mark Wein รีวิวซะน้ำลายไหล เล็งมานานว่าถ้ามีโอกาส ต้องมาที่นี่ให้ได้ 😆

Reading Terminal Market

Reading Terminal Market หาไม่ยากเพราะอยู่ในตัวเมืองเลย เข้ามาที่นี่เราจะได้เจอกับอาหารนานาชนิด มีทั้งของสด ของแห้ง ของคาว ของหวาน เครื่องเทศ เครื่องดื่มมากมายเต็มไปหมด เดินกันละลานตามากๆ

Reading Terminal Market

กลิ่นอาหารงี้หอมตลบอบอวลจริงๆ

Reading Terminal Market

เราเดินสำรวจกันทั่วตลาด แวะชิมนั่นนี่นิดหน่อย แต่เราเก็บท้องไว้เพื่อสิ่งนี้

Spataros, Reading Terminal Market

ร้านขาย Philly Cheesesteak นั่นเอง มันคือแซนวิชแบบฟิลาเดลเฟียที่ขึ้นชื่อของที่นี่เลย ทำจากเนื้อสเต็กหั่นบางๆ (คล้ายกะเนื้อชาบู) เอาไปผัดบนเตา จากนั้นราดหน้าด้วยชีสร้อนๆ ก่อนจะเอามาโปะบนขนมปัง

Philly Cheesesteak

ตอนแรกเห็นหน้าตาไม่ค่อยสวย แต่พอเอาเข้าปากเท่านั้นแหละ เนื้อหอมมากกกก สไลด์มาบางๆ ทานง่ายไม่เหนียวเลย ส่วนขนมปังก็สุดยอด หอมเนยและนุ่มมากๆ หมดภายในพริบตา 😋

ดูรีวิวมาบอกว่ามีร้านขายนมสดที่อร่อยมากๆ เดินหาตั้งนานอยู่ปากทางออกนี่เอง

Lancaster, Reading Terminal Market

เค้าบอกว่านมอร่อย แต่เราซื้อสิ่งนี้ 🤣

Lancaster, Reading Terminal Market

ปล. มันเป็นกัญชงเด้อ บ่ใช่กัญชา 😆

อิ่มท้องละก็ออกมาเดินย่อยต่อที่ Chinatown ที่อยู่ใกล้ๆ กัน

แน่ะ…กะลัง selfy อยู่ดีๆ มีหนุ่มมาขอถ่ายรูปด้วย 🤣🤣🤣 ป้าปลื้มมมม

ยิ้มซะตีนกามาเต็ม 🤣

Chinatown, Philadelphia

จาก Chinatown เรานั่งรถมาที่ Philadelphia City Hall สวยเว่อวังอลังการมาก 🤩

Philadelphia City Hall

จะถ่ายให้สวยต้องยอมเขินเดินไปตรงเกาะกลางถนน จะได้รูปที่เห็น City Hall สวยมากๆ

Philadelphia City Hall

เดินทะลุเข้าไปใน City Hall กันค่ะ

Philadelphia City Hall

เดินตามทางไปเรื่อยๆ ออกมาเจอรูปปั้นนี้

เดินมาจบที่ Love Park จุดนี้เรียกว่าเป็นอีกจุด check in ของ philly เลยแหละ แต่ตอนเราไปถึง มีคนรอถ่ายรูปกันเยอะมาก เราขี้เกียจรอเลยเดินเลยไปนิดนึง เจอกะป้ายนี้ (ซึ่งไม่มีใครมาถ่ายกันเลย) เก๋กว่าป้าย Love อีก 😆 จัดซะเลย

มื้อเย็นวันนั้น พวกเราหาไรทานในเมือง Philly ต่อ แต่มาทานแหนมเนืองที่ย่าน Little Saigon เพราะคุณจิมมี่แนะนำว่าอาหารเวียดนามร้านนี้เค้าอร่อยจริง รับประกันด้วยภรรยาคุณจิมมี่ซึ่งเป็นคนเวียดนาม เค้าบอกว่ารสชาติแบบต้นตำหรับที่เวียดนามเลย ก็เลยมาลองชิมกัน

แหนมเนืองขนาดมหึมา

สั่งชุดแหนมเนืองมาชุดเดียว เพราะขนาดใหญ่แบบทานทั้งครอบครัวเลย 😬 เมกานี่อะไรก็ขนาดใหญ่ไปหมดแม้กระทั่งชุดแหนมเนือง 😱

ที่วางแผ่นแป้งแหนมเนือง หน้าตาเหมือนที่ใส่กระดาษทิชชู่เลย

ชอบที่วางแผ่นแป้งเค้า เก๋มากเลยไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ปกติเราจะเอาแผ่นแป้งมาวางบนจานที่มีน้ำกันใช่มะ ที่นี่เค้าจะเอาแผ่นแป้งวางคู่กันมากับน้ำที่ใช้จุ่มเลย สะดวกดี ไม่เกะกะด้วย เข้าใจคิด 👍

จบมื้อเย็นก็ขับรถตรงกลับบ้านที่ Brooklyn กัน วันนี้ถึงบ้านค่ำนิดนึงประมาณเกือบ 2 ทุ่มเพราะเดินทางข้ามเมืองกัน สนุกดี ส่วนพรุ่งนี้จะมีกิจกรรมอะไรกัน ติดตามอ่านกันนะคะ

สำหรับ blog นี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ 😊

--

--

--

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store
Jint

Jint

หวัดดีค่ะ เราชื่อจิ๊น เราอยากให้ Blog นี้เป็นพื้นที่ที่เราได้แชร์เรื่องราวการเดินทางของเรา อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้มีความสุขกับ Blog นี้นะคะ

More from Medium

Is Your Dog as Crazy as Mine?

Riley Poole is Back!

When it Rains, It Pours

How to deal with a problematic in-law: A guide to surviving your partner’s family