Chapter 2 : My First Solo Trip

เรื่องราวประสบการณ์การเดินทางคนเดียวครั้งแรกในชีวิต และมิตรภาพดีๆที่ได้จากการเดินทางไปเที่ยวเชียงคาน

Jint
Jint
Aug 3, 2020 · 4 min read
Jint’s Gallery

ไปเที่ยวคนเดียวอ่ะหรอ No way จ้างให้ก็ไม่มีทาง เพราะเรามันคนขี้เหงาจะตาย ขาดเพื่อนละตูจะอยู่ยังไง ไหนจะกลัวผีสุดๆอีก แหงะ ให้ตายก็ไม่เอา (ตัดภาพมาอีกที) เห้ย! นี่ตูมาทำไรที่เชียงคานอ่ะ…คนเดียวซะด้วย

กล้าไปเที่ยวคนเดียวมั้ย? คำถามนี้คงเป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะเอาไงดี ไอ้อยากไปเที่ยวคนเดียวก็อยากไป เพราะเบื่อที่จะต้องเสียเวลารอคนอื่นๆตัดสินใจ แต่ถ้าไปคนเดียวแล้วมันจะเป็นยังไงน้า จะเจอคนน่ากลัวมั้ย โรงแรมที่ไปพักจะมีผีรึเปล่า เอ๊ะ! แล้วคนอื่นจะมองว่าเราเหงาเปล่าเปลี่ยวอกหักรักคุดหรือเปล่า ถึงต้องมาเที่ยวคนเดียว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราก็คิดมาตลอดเหมือนกัน มันเลยทำให้เราไม่ไปไหนเลยถ้าไม่มีเพื่อนไปด้วย ยอมอยู่บ้านเฉยๆซังกะตายดีกว่าไปผจญภัยคนเดียว ซึ่งมันก็ตลกดีนะที่คนอีกตั้งหลายล้านคนเค้ากล้าที่จะเดินทางคนเดียวด้วยหลายๆปัจจัย เค้าก็ไปกันได้เอาตัวรอดกันได้สบายๆ แถมยังดูแฮปปี้มีความสุขมากซะอีก แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะ เค้ามีอะไรเจ๋งกว่าเราหว่า 🧐…….คิดไปคิดมา คำตอบก็แค่ เค้าอยากเดินทางไง ก็แค่นั้นไม่มีอะไรมาก 😁

และก็แปลกดีนะที่คนขี้ระแวง ขี้กลัว และขี้เหงาอย่างเราจะกล้าเดินทางคนเดียวกะเค้าด้วย เรื่องมันเริ่มต้นมาจาก ตอนนั้น (นานร่วม 10 กว่าปีมาละ ตอนที่เรายังทำงานสายการบิน) เรามีวันพักร้อนเหลืออยู่แต่ช่วงนั้นเพื่อนๆเราไม่มีใครว่างเลย ทุกคนต้องทำงานกันหมด และมันมักจะเป็นแบบนี้เสมอ เพราะโอกาสที่พนักงานสายการบินจะได้หยุดพักร้อนพร้อมๆกันมันค่อนข้างยาก ต้องดวงดีจริงๆ เพราะคนเยอะก็ต้องเฉลี่ยๆกันไป ทีนี้พอเราได้พักร้อนคนเดียว เอาไงล่ะ มันต้องยกเลิกแผนมาหลายรอบละนะ เพราะได้พักร้อนไม่ตรงกับเพื่อนๆเรื่อยเลย แล้วอยู่ๆอะไรมาเข้าสิงเราก็ไม่รู้ เราตัดสินใจว่าเราไม่รอละ ไปคนเดียวก็ไปคนเดียววะ หาทริปเลย แต่ไปเมืองนอกคนเดียวยังไม่ไหวอ่ะ เอาในประเทศก่อนละกัน (แหะแหะ) หลังจากนั้นก็เป็นการหาข้อมูลเลยจ้า “ผู้หญิงคนเดียวเที่ยวไหนดี” อืมขึ้นมาพรืดดด ช่วงนั้นเค้าฮิตเที่ยวเชียงคานกันเนอะ เราก็เอาวะ เชียงคานก็เชียงคาน กี่วันดีล่ะ…อืมมันไกลอยู่นะ ไปคืนเดียวยังไม่หายเมื่อยก้นเลย ถ้า 3 คืนก็เยอะเกิ๊น งั้น 2 คืนก็ได้ โอเค…ลุย

พอปักหมุดที่ที่จะไปได้ก็ศึกษาเรื่องการเดินทางต่อว่าจะไปยังไงดี คิดสะระตะแล้วก็นั่งรถบัสดีกว่า ในความคิดเราตอนนั้นเราคิดว่าการนั่งรถบัสน่าจะปลอดภัยกว่าการนั่งรถไฟ เพราะรถไฟมันใหญ่คนก็จะเยอะมาก โอกาสที่จะมีมิจฉาชีพก็เยอะขึ้น เราเลยเลือกรถบัสดีกว่า จากนั้นเราก็หาข้อมูลต่อว่านั่งรถบริษัทฯไหนดี เราก็อ่านรีวิวในพันทิปแหละพร้อมกับดูข้อมูลบริษัทฯรถบัสด้วย ตอนนั้นเราเลือก บขส. เป็นรถ VIP 32 ที่นั่ง เพราะเราต้องนั่งไปตั้งเกือบ 10 ชม. เราเลยเลือกรถที่มีที่นั่งโอเคที่สุดสำหรับเรา จำนวนที่นั่งไม่มากคนจะได้น้อยๆ เป็นรถ 2 ชั้น ที่นั่งฝั่งซ้ายมี 1 ที่นั่งเดี่ยว ฝั่งขวาเป็นแบบ 2 ที่นั่ง ขาไปรถเกือบเต็มแล้ว เลยได้ที่นั่งชั้นสองและเป็นที่นั่งคู่ ตอนจองบอกได้ด้วยนะว่าขอนั่งข้างผู้หญิง เพราะในระบบจองจะมี record ของผู้โดยสารอยู่ แต่ขากลับจองเร็วเลยได้ที่นั่งชั้นหนึ่งแถมนั่งคนเดียวด้วย สุดยอด!

พอได้รถแล้วก็จองที่พักต่อ ทีนี้ล่ะสนุกเลย การหาที่พักนี่เป็นอะไรที่ย้ำคิดย้ำทำโคตรๆสำหรับเรา เพราะเราจะหาแล้วหาอีก อ่านรีวิวแล้วอ่านรีวิวอีกให้แน่ใจว่าที่พักที่เราเลือกมันน่าจะโอเคจริงๆ ไม่มีตำนานหลอนใดๆ 👻 ห้องสะอาดดูปลอดภัย อยู่ในชุมชน ไม่เปลี่ยว ใกล้ที่ท่องเที่ยว เจ้าของดูเป็นมิตร 😆 (อันนี้มโนเอา) สรุปเราได้มา 2 ที่กันเหนียว เผื่ออีกที่ไม่ดีเราก็ยังมีก๊อกสอง ซึ่งเอาจริงๆแล้วทั้งสองที่ที่ไปพักก็ดีทั้งคู่นะ ที่แรกชื่อ “เถ้าแก่ลาว” เจ้าของเป็นแฟนกันชื่อ “ขวัญกับน้องเจี๊ยบ” นิสัยน่ารักมากทั้งคู่ ที่พักอีกที่ที่เราเลือกชื่อ “เพลินเพลิน” น้องเจ้าของเค้าจะดูอินดี้หน่อยๆ ไม่ได้เฮฮาเหมือนที่แรก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราหรอก พอหาทุกอย่างได้ครบละ ตอนนี้ก็ถึงนาทีสำคัญคือการบอกบุพการี 😆

ตอนที่เราทำงานที่เก่า เรามีโอกาสได้ไปเที่ยวเยอะมาก ทำให้ที่บ้านชินกับการที่เราบอกว่า หม่าม้าพรุ่งนี้ไปฮ่องกงนะ พรุ่งนี้ไปโรมนะ พรุ่งนี้ไปเชียงใหม่นะ คือมันเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาไปละที่เราจะไปนั่นไปนี่ และเค้าจะไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะทุกครั้งเราก็ไปกับเพื่อน แต่ครั้งนี้ “เรา ไป คน เดียว” เราต้องเลือกที่จะโกหกเพื่อให้เค้าไม่ต้องเป็นห่วง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลยและเราก็รู้สึกผิดมาก แต่ถ้าเราไม่ทำเราก็ไม่ได้ไป จำได้วันที่กลับจากทริปแล้ว เล่าให้เค้าฟังว่าจริงๆแล้วเราไปคนเดียว โดนดุตามฟอร์ม แหะๆ และนั่นเป็นครั้งเดียวที่เราโกหกเค้า

วันที่จะออกเดินทาง เรานี่โคตรตื่นเต้นหยั่งกับตอนไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกเลย 555 เก็บกระเป๋าเสร็จก็เรียกแท็กซี่มารับ ก่อนออกจากบ้านกอดหม่าม้า 1 ทีให้แม่อวยพรให้เดินทางปลอดภัยเอาฤกษ์เอาชัย (เราทำเสมอเวลาจะเดินทางไปไหน) เราเผื่อเวลาให้มาถึงหมอชิตใหม่ก่อนเวลารถออกประมาณ 1 ชม. เพราะเราไม่เคยขึ้นรถที่หมอชิตมาก่อน ไม่รู้เลยต้องทำไงมั่ง ไปถึงก็ถามดะ ต้องไปขึ้นรถที่ไหนคะ รอรถตรงไหนคะ ขึ้นรถได้กี่โมงคะ สนุกตื่นเต้นมาก คืนนั้นรถออกประมาณ 3 ทุ่มมั้ง พอนั่งที่นั่งที่จองไว้แล้วก็เจอคุณป้านั่งข้างๆ ยิ้มให้คุณป้าหนึ่งทีแล้วต่างคนก็ต่างพักผ่อน รถสะอาดดี แอร์เย็น มีผ้าห่มให้ 1 ผืน นั่งไปซักพักบัสโฮสเตส (เรียกถูกหรือเปล่าไม่รู้) ก็เอาของว่างมาให้ พอได้เวลารถก็เริ่มเคลื่อนตัว เรานี่ใจเต้นตึ๊กตั๊กเลย ตื่นเต้นมาก my solo trip กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว 😆 รถวิ่งไปเรื่อยๆออกจากหมอชิต เป็นบรรยากาศที่เรายังจำได้ เรานั่งแถวแรกสุดเพราะอยากเห็นวิวชัดๆจากชั้นสองที่ไม่มีอะไรมาบดบังสายตา ไฟของตึกรามบ้านช่องสองข้างทางเริ่มลดน้อยลงเพราะเริ่มเข้าสู่ถนนหลวง รถวิ่งไปได้ประมาณสามสี่ชั่วโมงก็ถึงจุดแวะพักเพื่อให้ผู้โดยสารแวะเข้าห้องน้ำและหาอะไรรองทอง เราเข้าห้องน้ำเสร็จก็ขึ้นมานั่งรอบนรถต่อ ประมาณครึ่งชั่วโมงรถก็ออกตัวอีกครั้ง เราได้งีบเล็กน้อยบนรถพอตื่นมาก็ถึงเชียงคานพอดี

รถถึงเชียงคานประมาณ 6 โมงเช้า ลงรถมายืดแข้งยืดขาแก้เมื่อยนิดหน่อย แล้วก็ถามทางไปที่พักคืนนี้ เราเดินไปตามทางที่ได้รับคำแนะนำมาเพราะมันไม่ไกลมาก อากาศที่เชียงคานตอนเช้าเย็นๆดี (เราไปตอนเดือนธันวา) ทำให้เราตื่นเต็มตาพร้อมกับซึมซับบรรยากาศสองข้างทาง เดินไปซักพักก็ได้ยินเสียงเรียกทักทายจากฝั่งตรงข้าม เรามองไปตามเสียงเห็นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังโบกมือทักเรา แบกกระเป๋ามาเหมือนกัน ท่าทางจะเป็นนักท่องเที่ยว พี่เค้าถามว่าเรามาเที่ยวคนเดียวหรอ เค้าก็มาคนเดียว คุยไปคุยมาก็ได้รู้จักกัน พี่เค้าชื่อ “พี่ปู” พี่ปูเป็นคนน่ารักมาก อัธยาศัยดี และเป็นคนสวยมากด้วย สามีเป็นนักบินสายการบินเดียวกับที่เราทำอยู่ แกนึกเบื่อๆ ไม่อยากรอวันหยุดสามีเลยเลือกมาเที่ยวเองคนเดียวเหมือนกับเรา และเพิ่งลงจากรถคันเดียวกันกับเรานี่แหละ ที่พักของเราอยู่คนละที่เลยแยกย้ายกันไปเข้าที่พัก แล้วก็นัดแนะกันว่าจะออกมาเดินเที่ยวเมืองด้วยกัน มิตรภาพที่เกิดขึ้นใหม่ เป็นสิ่งที่เราไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจากการเดินทางคนเดียว เราคิดว่าเราเป็นคนแปลกหน้าที่นี่ คงไม่มีใครสนใจใครและคงไม่มีใครสนใจคุยกับเรา แต่เราก็ได้เพื่อนใหม่แล้วหนึ่งคน และมันเป็นจุดเริ่มต้นของการได้มิตรภาพใหม่มากมายจากการเดินทางคราวนี้

บ้านพักของเถ้าแก่ลาวน่ารักดี อยู่ในถนนคนเดิน เป็นบ้านไม้สองชั้น เราจองห้องนอนชั้นล่างไว้เป็นห้องนอนพัดลมแบบกางมุ้งด้วยนะ เก๋ดี (เคยนอนกางมุ้งครั้งสุดท้ายก็ตอนเข้าค่ายอ่ะ) มีประตูด้านหลังห้องอีกหนึ่งบานเปิดออกไปจะเจอถนนเล็กๆสามารถออกไปเดินเล่นขี่จักรยานดูวิวแม่น้ำโขงได้ ก็โรแมนติกดีนะ

Jint’s Gallery

ที่พักนี่ไม่มีห้องน้ำส่วนตัวต้องใช้ห้องน้ำรวมแต่ก็โอเคสะอาดสะอ้านอยู่ โรงแรมที่นี่ส่วนใหญ่คงเป็นบ้านเก่าที่เค้าเอามา renovate เป็นที่พัก ก็เลยยังมีความคลาสสิคอยู่มาก รวมถึงร้านขายของ ร้านอาหารก็ยังคงรูปแบบบ้านไม้ดั้งเดิมตามวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ แต่ละร้านก็จะมีความชิคของตัวเองตรงที่เอาของเก่ามาผสมของใหม่ เอาความโบราณของอาคารบ้านเรือนมาใส่ของตกแต่งแบบร่วมสมัยให้เกิดความน่าสนใจ ทำให้โซนถนนคนเดินของเชียงคานเป็นเหมือนเมืองย้อนยุคที่ยังคงมีกลิ่นอายของอดีตแต่ขณะเดียวกันก็ยังเห็นของที่เราคุ้นชินกันผสมผสานอยู่อย่างลงตัว

พอเก็บข้าวของอาบน้ำเสร็จแล้ว เราก็ออกไปหาอะไรกิน เจ้าของที่พักคือน้องเจี๊ยบและขวัญก็แนะนำเราว่าไม่ต้องเดินไปไกล ฝั่งตรงข้ามเถ้าแก่ลาวนี่แหละมีร้านอาหารฝีมือใช้ได้อยู่ร้านนึงไปกินได้เลย และในร้านนั้นเองก็ทำให้เราได้เพื่อนใหม่เพิ่มอีกหนึ่งคน “ปอ” ปอเป็นคนซ่ามาก 555 ผมทองทั้งหัวแบบไม่แคร์สื่อ ใครเจอครั้งแรกจะมีความรู้สึกแบบ ไอ้นี่ตูไม่กล้ามีเรื่องด้วยแน่ แต่จริงๆแล้วปอเป็นคนน่ารักมาก ปอเห็นเรามาคนเดียวก็เริ่มชวนคุย จนได้รู้ที่มาของปอว่าเป็นคนกรุงเทพฯนี่แหละ มาเยี่ยมขวัญเจ้าของเถ้าแก่ลาว อยู่ไปอยู่มาก็นึกชอบที่นี่ ปะเหมาะกับบ้านตรงข้ามเถ้าแก่ลาวว่างอยู่ก็เลยเซ้งต่อมาทำร้านอาหารแล้วก็ปักหลักอยู่ที่นี่เลย พอคุยกันซักพักเราก็ขอตัวไปเดินเล่นกับพี่ปูตามที่นัดกันไว้ แล้วไม่ลืมนัดกับปอว่าเดี๋ยวตอนเย็นจะกลับมากินข้าวเย็นที่ร้านปออีก

เจอพี่ปูแล้วก็ไปเดินเที่ยวเล่นที่ถนนคนเดินกัน ถ่ายรูปเล่นกันเพียบ เราใช้กล้องโลโม่ ซึ่งเราก็ใช้ไม่เป็นหรอก แต่อยากได้อารมณ์กล้องฟิล์ม มันคลาสสิกดี ผลที่ได้คือ ภาพเบลอซะเป็นส่วนส่วนใหญ่ 5555 ช่วงที่เราไปเป็นวันธรรมดา คนเลยไม่พลุกพล่านมาก

Jint’s Gallery

เดินเล่นเสร็จก็หาอะไรกินนิดหน่อย แล้วก็กลับมาร้านปอเพื่อมากินข้าวเย็นกัน แนะนำพี่ปูให้รู้จักแล้วเราก็ฟอร์มก๊วนเพื่อนใหม่ได้แล้ว 😆 หลังจากนั้นเราก็คุยกันว่า อีกสองวันที่เหลือหากไกด์กิตติมศักดิ์เจ้าถิ่นว่างจะพาพวกเราไปไหนกันบ้าง

วันรุ่งขึ้นเราตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่งเพื่อมาใส่บาตรข้าวเหนียวใกล้ๆโรงแรม อากาศยังเย็นมากอยู่เลย ตอนแรกกะเข้าไปงีบต่อ แต่อากาศดีมาก เราเลยเดินไปตามถนนหลังโรงแรมที่เลียบแม่น้ำโขง เก็บภาพยามเช้ามาได้ แต่หมอกเยอะเลยจะมัวๆหน่อย

Jint’s Gallery

เดินเล่นแป๊บเดียวหนังตาหย่อนละ เพราะเมื่อคืนนอนไปได้ไม่มาก มัวแต่กลัวผีทั้งคืน ทั้งที่จริงๆไม่มีอะไรเลย แต่ประสาทมันหลอนเพราะเป็นการนอนคนเดียวในที่ต่างถิ่นครั้งแรกในชีวิต หลับตาทีไรจิตมันก็เพี้ยนบอกตัวเองว่า เห้ย มีใครยืนอยู่ข้างๆฟระ เป็นแบบนี้ทั้งคืน สรุปแทบไม่ได้นอนจ้าตาสว่างไปเลยทั้งคืน 🥱🥴 บอกตัวเองว่าคืนที่สองเราจะเป็นงี้ไม่ได้ละนะ ต้องหาไรจิ๊บๆนิดหน่อยให้พอเคลิ้มๆจะได้หลับสบาย (อืม ความคิดดี)

หลังจากงีบต่อรอบสอง ตื่นมาก็เตรียมตัว check-out ออกจากเถ้าแก่ลาว เพื่อไปยังที่หมายใหม่ของเรา “เพลินเพลิน” โรงแรมนี้ก็น่ารักดี คราวนี้นอนชั้นสอง เห็นวิวแม่น้ำสวยเชียว

Jint’s Gallery

เก็บข้าวของเสร็จก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูปเหมือนเดิม เก็บภาพร้านเก๋ๆที่เชียงคานมาได้อีกหน่อย

Jint’s Gallery

แต่วันนี้พิเศษหน่อยตรงที่ปอพาเรากะพี่ปูไปนั่งกินข้าวร้านใหม่ เปิดหูเปิดตากันซักหน่อย ทำนองว่าคน local ที่นี่ต้องกินร้านนี้ นั่งกินดื่มกันซักพักก็แยกย้ายกันกลับที่พัก ไม่มีรูปเพราะไม่ได้ถ่าย ชื่อร้านยังจำไม่ได้เบย รู้แต่กึ๊มมมกึ๋ม 🤪

เช้าวันสุดท้าย ตื่นมาก็สายโด่ละ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาหาข้าวเช้ากิน เป็นก๋วยจั๊บญวน อร่อยมากกินเสร็จเดินเล่นถ่ายรูปอีกนิดหน่อยก็เก็บกระเป๋า check-out จากโรงแรม เราเอากระเป๋าไปฝากร้านปอ รถที่จะกลับกรุงเทพฯจะออกประมาณหนึ่งทุ่ม เรายังมีเวลาเหลืออีกหลายชั่วโมงซึ่งไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ปอกะเจี๊ยบเลยชวนเรากับพี่ปูไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่ปากชมชื่อ “พี่จุ๋ย” ซึ่งเรานั่งมอไซค์ไปกัน 2 คัน ใช้เวลาประมาณ 45 นาที (มั้ง) คำนวนแล้วกลับมาทันรถแน่นอน โชคดีเป็นของพวกเรา รีบตอบตกลงทันทีไม่รีรอ

Jint’s Gallery

นั่งรถมาซะขาถ่าง แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ วิวที่บ้านพี่จุ๋ยสวยมากกกกก อยู่ติดริมแม่น้ำโขง ซึ่งฝั่งตรงข้ามบ้านก็คือประเทศลาว แกอยู่กันแค่สองคนกับสามี เลยสร้างบ้านหลังเล็กๆชั้นเดียว แต่ประโยชน์ใช้สอยครบครันกับวิวหลักล้าน พวกเรานั่งคุยกันเหมือนเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานและได้มาเยี่ยมเยียนกัน จนได้เวลาที่จะต้องจากลาวิวร้อยล้านนี้เพื่อกลับกรุงเทพฯกันแล้ว พวกเราซ้อนมอไซค์กลับไปเชียงคาน ระหว่างทางก็รับลมเย็นๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะต้องบอกลาเมืองกิ๊บเก๋แห่งนี้

ปอและเจี๊ยบมาส่งเรากับพี่ปูขึ้นรถที่ท่ารถ (บังเอิญอีกแล้วที่เรากับพี่ปูกลับรถเที่ยวเดียวกัน) ทำไมมันเป็นความรู้สึกที่แช่มชื่นหัวใจจัง เพื่อนใหม่ที่เหมือนเป็นเพื่อนเก่า และทำให้ความรู้สึกของเราระหว่างทางที่ต้องนั่งรถกลับบ้าน 9 ชั่วโมงนั้น ไม่เหงาเหมือนตอนขามาอีกต่อไป

เราโชคดีมากที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ ใครจะไปนึกเนอะว่าการมาเที่ยวคนเดียว และคิดว่าคงต้องใช้ชีวิต 3 วันนี้อยู่คนเดียวแน่ๆ กลับกลายเป็นการที่เราได้รู้จักคนใหม่ๆ มิตรภาพใหม่ๆ และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้

Jint’s Gallery

10 กว่าปีผ่านไป มิตรภาพในวันนั้นที่เชียงคานก็ยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้ ขอบคุณทุกคนในวันนั้นนะคะ พี่ปู ปอ เจี๊ยบ ขวัญ พี่จุ๋ยและสามี ผู้สร้างความทรงจำที่ดีมากที่สุดอันนึงให้กับเรา

การเดินทางคนเดียวไม่ได้แย่เสมอไป ขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการเดินทางคนเดียวครั้งนี้คือ มันทำให้เราสามารถเปิดใจกับคนแปลกหน้า เปิดรับมิตรภาพใหม่ๆที่มีคนหยิบยื่นให้ได้ง่ายขึ้น และคนอื่นก็กล้าเปิดใจให้กับเราเช่นกัน ไอ้เรื่องเหงาหรอ…มีอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราต้องรู้จักการอยู่ด้วยตัวเองให้เป็น ไม่ต้องเอาชีวิตไปผูกติดกับคนอื่นให้มากนัก มันจะทำให้เราปล่อยวางได้มากขึ้น ไม่คาดหวังว่าคนอื่นจะต้องคอยหยิบยื่นความสุขให้เรา อยากได้ความสุขหรอ ง่ายมาก สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองเลย อยากทำอะไร ออกไปทำ เราจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียดายเวลาว่า รู้งี้ ทำซะตั้งแต่ตอนนั้นดีกว่า…เนอะ

jwanderlust

The journey blogs

jwanderlust

The journey blogs

Jint

Written by

Jint

หวัดดีค่ะ เราชื่อจิ๊น เราอยากให้ Blog นี้เป็นพื้นที่ที่เราได้แชร์เรื่องราวการเดินทางของเรา อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้มีความสุขกับ Blog นี้นะคะ

jwanderlust

The journey blogs

Medium is an open platform where 170 million readers come to find insightful and dynamic thinking. Here, expert and undiscovered voices alike dive into the heart of any topic and bring new ideas to the surface. Learn more

Follow the writers, publications, and topics that matter to you, and you’ll see them on your homepage and in your inbox. Explore

If you have a story to tell, knowledge to share, or a perspective to offer — welcome home. It’s easy and free to post your thinking on any topic. Write on Medium

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store