5 วิธีเพิ่มค่าแรง เพิ่มรายได้ ไม่ต้องง้อนายจ้าง

5 วิธีเพิ่มค่าแรง (1)

อยากเพิ่มค่าแรงทำไมต้องรอนายจ้าง เพราะท่านทุกคนสามารถเพิ่มค่าแรงให้ตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วย “5 วิธีเพิ่มค่าแรง เพิ่มรายได้ ไม่ต้องง้อนายจ้าง” ได้เงินเพิ่มจริง ๆ บทความจาก Leader Wings ต้อนรับวันแรงงาน แด่แรงงานทุกท่านที่ตั้งใจทำงานมานานแต่ค่าแรงขึ้นแต่ละปี ยังน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อด้วยซ้ำไป จะเรียกว่าค่าแรงแทบไม่ขึ้นเลย

เมื่อปัจจัยภายนอกไม่สามารถควบคุมได้ ท่านสามารถควบคุมปัจจัยจากภายใน จากตัวท่านเองได้ และเชื่อได้เลยว่าเทคนิค วิธีเหล่านี้สามารถทำได้จริง ใคร ๆ ก็ทำได้ มีคนมากมายนำเทคนิคเหล่านี้ไปสร้างรายได้เข้ากระเป๋ามาแล้ว ดังนั้นอย่าเสียเวลา มาเรียนรู้ 5 วิธีเพิ่มค่าแรง เพิ่มรายได้ ไม่ต้องง้อนายจ้าง กันเลย

1.เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน

มันเป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์ได้ในวิทยาศาสตร์ว่า ความคิดในหัวของเราสามารถกำหนดการกระทำ หรืออนาคตที่จะเป็นไปของเราได้เลย คิดอย่างไรก็ได้อย่างนั้น “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” สุภาษิตไทยที่ยังใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ คิดดี พูดดี ทำดี มักจะได้ดี จิตใจหรือความคิดของเราควบคุมทุก ๆ อย่าง ในชีวิตของเรา หากชีวิตคุณแย่ เงินเดือนน้อย ทำอย่างไรก็ค่าแรงไม่ขึ้นซักที อยากมีรายได้เพิ่ม ตั้งใจขยันทำงานก็ยังไม่เพิ่มซักที หรือเพิ่มก็แค่นิด ๆ หน่อย ล้วนเริ่มต้นจากความคิดของท่านเองทั้งนั้น

ความคิดที่ท่านเคยคิด เป็นความคิด ความเชื่อผิด ๆ หรือเปล่า ที่ยังกดดันและมีผลให้ทุกวันนี้ท่านยังได้ค่าตอบแทน ได้ค่าแรง แค่เท่าที่บริษัทฯ หรือนายจ้าง ยินดีและพร้อมจะจ่ายให้เท่านั้น ไม่ใช่ที่ท่านต้องการ แต่ก็ได้แต่ยอมรับมัน โดยไม่โต้แย้ง ไม่คิดจะขอค่าแรง เงินเดือนเพิ่มแต่อย่างใด

หลายคนที่ผมรู้จัก มีรายได้ มีค่าแรง เท่าที่ตัวเองต้องการ เพราะพวกเขาคิด และเชื่อแบบนี้

เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน

คิดยังไงก็ได้อย่างนั้น

คำสอนของเจ้าพุทธเจ้ายังบอกอย่างนั้น คิดดี พูดดี ทำดี ได้ดี เพราะทุกอย่างเริ่มต้นจากความคิด คิดอยากได้เงินก็ได้เงิน คิดไม่ดีกับคนอื่น ความไม่ดีนั้นจะมาถึงตัวท่านแน่นอน ความคิดในสมองคือเครื่องสั่งการให้ร่างกาย คำพูด หรือการกระทำ แสดงออกมา และทำตามความคิดนั้น ๆ

Tip: หนังสือที่พูดเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนและครอบคลุมมาก คือ “กรรมตามสมอง” เขียนโดย คุณ ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

เราจะได้ผลตอบแทนตามความสามารถ

อยากสบายแต่ได้ค่าแรงเยอะ ๆ เป็นความคิดที่ผิด อย่าเชื่อว่าสิ่งที่คุณคนรวย ๆ บางคน ไม่ได้ทำงานอะไรมากมายในแต่ละวัน แต่ทำไมถึงมีเงิน ทำไมรวยเอา ๆ ไม่เห็นเข้าข้างคนจน ๆ อย่างเราที่ทำงานหนัก แต่ได้ค่าแรงน้อย

จริง ๆ แล้ว กว่าที่เขาเหล่านั้นจะได้นั่งสบาย ๆ ชิล ๆ วัน ๆไม่ต้องลงแรงหรือออกแรงมาก นั่นเพราะเขาได้ลงแรง ลงทุน ไปมากมายเพื่อสร้างเครื่องจักรผลิตเงิน ระบบที่สามารถทำงานแทนเขาได้ เขามองไกล มีวิสัยทัศน์และเชื่อว่าสิ่งที่เขาคิดจะสร้างเงินให้กับเขาได้ โดยที่เขาไม่ต้องลงมือทำมันทุกครั้ง เพื่อให้ได้รับผลตอบแทน เรียกได้ว่านั่งเฉย ๆ ก็มีเงินเข้ากระเป๋า

และกว่าที่จะทำได้แบบนั้นเข้าทำงานหนักยิ่งกว่าท่านหลาย ๆ คนด้วยซ้ำ ไม่มีเวลาพักระหว่างวัน ทำง่านดึก ๆ ดื่น ๆ โดยไม่ได้รับค่าแรงแม้แต่บาทเดียว ทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ และทำแบบนี้อยู่ตลอดทั้งปี มุมมองที่คุณมองเห็นบางครั้งมันเป็นแค่บางมุม บางช่วงเวลาของเขาเท่านั้น และความสามารถไม่ใช่การทำงานหนัก แต่เป็นความแลาดในการทำงาน

เงินที่เราได้มา คือเงินที่เราสมควรได้

ถ้าท่านเชื่อแบบนี้จากความสามารถที่ท่านได้ทุ่มเทลงไปในงานที่ทำ เงินที่ได้มาจะเป็นของท่าน มันจะไม่ถูกกำจัดออกไปหลังจากได้รับมันมา เพราะท่านเห็นคุณค่าเงิน กว่าจะได้มันมานั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย มีคุณค่า สามารถนำมาใช้จ่ายเพื่อเลี้ยงดูชีวิตของท่านและครอบครัวได้ และไม่ถูกกำจัดออกไปในค่าใช้จ่ายที่ไม่สำคัญกับชีวิต

แต่ถ้าเมื่อไหร่ ที่ท่านกำลังใช้จ่ายเกินตัวจากเงินที่หามาได้ แสดงว่าท่านกำลังเห็นค่าเงินที่ได้มานั้น ท่านไม่สมควรได้ ท่านจะใช้จ่ายกับเรื่องที่ไร้สาระ ฟุ่มเฟือย และแทบไม่จำเป็นกับชีวิตเลย เพราะท่านคิดและเชื่อว่า เงินที่หามาได้นั้น ไม่สมควรเป็นของท่าน

จงคิดเสมอเวลาที่ท่านกำลังจะใช้เงินว่า “เงินที่เราหามาได้ มันสมควรเป็นของเรา” ถ้าไม่ มันจะโดนย้ายที่จากกระเป๋าของท่านไปกระเป๋าของคนอื่น

รายได้ทางเดียวคือความเสี่ยง

แนวคิดนี้คือความเชื่อของเศรษฐีโดยแท้ การมีรายได้แค่ทางเดียว คือความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับได้ เขาจะพยายามคิดหาหนทาง ลองทำ และสร้างรายได้ให้มากกว่า 1 วิธี 1 หนทาง เสมอ เพราะถ้าวันดี คืนดี เงินรายได้ที่เข้ามา 1 ทาง นั้น ไม่มีแล้ว ชีวิตของเขาจะตกที่นั่งลำบาก หากคุณทำงานประจำ คุณต้องหาช่องทางมีรายได้ที่เพิ่มมา จากวันหยุดหรือเวลาว่างจากงานประจำ (วิธีหารายได้เสริม อ่านในหัวข้อ หารายได้เพิ่ม ลงทุนน้อย) ไม่ว่างานประจำ หรือธุรกิจทุกอย่าง คือความเสี่ยงทั้งนั้น

เงิน คือเงิน ไม่ใช่ดี หรือเลว

ความเชื่อว่าคนรวยคือคนเลว เป็นความเชื่อที่ผิด คนรวยคือคนรวย คนจนคือคนจน คนดีคืคนดี คนเลวคือคนเลว เราได้ยินคนงานก่อสร้างรายได้น้อย ๆ ขมขืนนักเรียน นี่คือคนเลว เราได้เห็นข่าวลูกเศรษฐียิงคนตายในร้านอาหาร นี่คือคนเลว มันไม่เกี่ยวกับมีเงินเยอะแล้วจะกลายเป็นคนเลว คนไม่ดี

ความเชื่อที่ว่า คนรวยคือคนที่โกงเงินคนจน ๆ มา ไม่มีเงินดีกว่า ไม่อยากเป็นคนรวย มีเงินแล้วไม่เห็นมีความสุขเลย ท่านก็เลยไม่พยายามหาเงิน หรือดิ้นรนเพื่อหาเงินเพิ่มจริง ๆ พอได้เงินมามากหน่อย ท่านจะกำจัดมันทิ้งไป เพราะคิดว่าเงิน = เลว ซึ่งไม่จริง

เงินก็คือเงิน คนดีมีเงิน ทำดีสร้างวัด สร้างโรงเรียน ดูแลคนที่ขาดแคลนได้ คนเลวมีเงินก็ทำเลวได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเงินก็คือเงิน เงินเป็นแค่เครื่องมือแสดงตัวตนของคน ๆ นั้น เท่านั้นเอง

เริ่มต้นง่าย ๆ แค่นี้ ถ้าความเชื่อเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นเลย ก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่เปลี่ยนแปลงความเชื่อนั้น และลงมือทำในสิ่งใหม่ หลายคนยังติดอยู่ความสบายแบบเดิม ทำงานแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่รู้จะดิ้นรนให้ลำบาก ให้เหนื่อยไปทำไม ได้ค่าแรงเท่านี้ก็พอใจ ค่าแรงขึ้นบ้าง ไม่ขึ้นบ้าง ก็ไม่เป็นไร

เรื่องเล่าความสบาย ที่อันตรายถึงชีวิต อ่านเรื่องนี้แล้ว ท่านต้องรีบเปลี่ยนความคิดและรีบออกจาก Comfort zone ที่อาจทำให้ชีวิตท่านตกที่นั่งลำบากมากขึ้นก็ได้ เรื่องไม่คาดฝัน ตกงาน และโดนเลิกจ้าง เกิดขึ้นได้ตลอด ลองอ่านกระทู้เหล่านี้ดู…

ดังนั้นวันนี้ ความสบาย ในงานที่คุณทำอยู่ อาจจะไม่สบายได้ในอนาคต โดยไม่ได้คำนึงอายุงานของคุณด้วยซ้ำว่าว่าคุณทำงานให้บริษัทฯ นั้น ๆ มามากกว่า 20 หรือ 40 ปี

2.ชีวิตดีถ้ามีเป้าหมาย

[wpsm_video]http://www.youtube.com/watch?v=BZ0vycJC0gs[/wpsm_video]

อยู่ไปวัน ๆ ไปทำงานตอนเช้า ตอนเย็นเลิกงาน เสาร์-อาทิตย์ นอนอยู่ห้อง เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป และมันไม่ใช่เรื่องผิด เป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ หากชีวิตท่านดีอยู่แล้ว ทำต่อไป ไม่ผิด ไม่มีใครว่า แต่หากท่านยังบ่น กร่นด่ากับชีวิตที่เป็นอยู่ เงินไม่พอใช้ อยากมีรายได้เสริม ท่านต้องเปลี่ยน ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายในชีวิตก่อน เพราะชีวิตดี และมีความหมาย ต้องมีจุดหมายในชีวิต ไม่ใช่อยู่ไปวัน ๆ อย่างคนซังกะตาย

เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการตั้งเป้าหมาย ผมมีวิธีตั้งเป้าหมาย ที่เข้าใจง่ายและทำได้เลย จากบอย วิสูตร มาให้ดู

หากมีเป้าหมาย สิ่งที่ท่านในแต่ละวัน แต่ละเดือนจะมีความหมาย รู้ว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร ทำไปเพื่อใคร และท่านจะมุ่งไปหาเป้าหมายานั้นอย่างไม่ลดละ

มาเขียนเป้าหมายกันเถอะ!

3.ลดค่าใช้จ่าย

ฟังดูง่าย แต่ทำยาก เพราะบางท่านติดหรู ใช้ชีวิตฟู่ฟ่า ใช้เงินเกินตัว ทำให้เป็นหนี้ ไม่มีเงินเพิ่ม หาได้มาเท่าไหร่ก็ใช้จ่ายหมด เพราะท่านเชื่อว่า “เงินที่ได้มานั้น ท่านไม่สมควรจะได้” และท่านไม่มีเป้าหมายจริง ๆ จัง ๆ ในชีวิต แต่หากท่านเห็นคุณค่าของเงินที่หามาได้ มีเป้าหมายที่ชัดเจน

การปรับเปลี่ยนพฟติกรรมอย่างช่วยให้ท่านสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้น แน่นอนท่านจะ “มีเงิน และรายได้เพิ่ม โดยไม่ต้องง้อนายจ้าง” เลย ลองทำตามนี้ ลดค่าใช้จ่ายได้แน่นอน ไม่ต้องเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ในทันที ทันใด แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงทีละน้อยก็พอ และทำอย่างต่อเนื่อง ย้ำเลยว่า “เปลี่ยนแปลงทีละน้อย และทำอย่างต่อเนื่อง”

ประหยัดการกิน

แน่นอนคนเราต้องกิน ท่านผมต้องกิน แต่หากค่าใช้จ่ายการกินของท่านมากไป เงินในกระเป๋าก็ลดลง ยิ่งคนที่มีครอบครัว มีแฟนมีลูกแล้วด้วย ค่าใช้จ่ายเรื่องนี้ถือว่าเยอะพอสมควร ถือว่าเป็นเองหลัก ๆ จากค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ว่าได้ วิธีประหยัดไม่ใช่เลิกกินในสิ่งที่คุณกินอยู่แล้ว แต่พยายามปรับเปลี่ยนเพื่อลดค่าใช่จ่ายทีละน้อย ย้ำนะครับว่าทีละน้อย ยิ่งทำต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ จะสามารถส่งผลและประหยัดเงินได้มากขึ้นจริง ๆ แม้ว่าช่วงเดือน สองเดือนแรกจะไม่ค่อยเห็นว่าจะมีเงินเหลือเลย แต่อย่าเพิ่งท้อนะ เพราะท่านเริ่มเปลี่ยนแปลงทีละน้อย เพื่อไม่ให้รู้สึกว่าการประหยัดนี้กระทบการกินของคุณแบบทันที ทันใด เช่น

กินข้าวนอกบ้านให้น้อยลง

บางท่านกินข้าวนอกบ้านแทบจะทุกวัน ยิ่งเป็นวันหยุดนี่ออกมาไปกิน และสังสรรค์กับเพื่อนเป็นประจำเลย วันหยุดมีเวลาเยอะ กินหลายคน กินสนุกสนาน ยิ่งกินยิ่งหมดเยอะ ค่าใช้จ่ายพวกนี้เป็นเรื่องที่สามารถประหยัดได้ทั้งหมด แต่ไม่ต้องเปลี่ยนแแปลงโดยการเลิกกินข้าวนอกบ้าน หรือหยุดออกไปสังสรรค์กับเพื่อน หรือญาติพี่น้อง เพราะผมมีเทคนิคมาแนะนำ เช่น กินข้าวนอกบ้านให้น้อยลง เลือกร้านอาหารที่ราคาถูกลงนิดหน่อย เพราะบางท่านยังชอบนั่งร้านอาหารแพง ๆ ที่อาหารไม่ได้อร่อยหรือมีคุณภาพดีไปกว่าร้านอาหารทั่วไป

แต่เป็นที่บรรยากาศดี บริการเยี่ยม แต่หากลองกินร้านที่บรรยากาสธรรมดาทั่วไป ร้านข้างทางบ้าง บริการตัวเองบ้าง ร้านแบบนี้อาหารก็อร่อย เงินในกระเป๋าก็ประหยัด และคนที่ชอบออกไปสังสรรค์กับเพื่อนในวันหยุดลองเปลี่ยนจากที่เคยไปนั่งกินร้านอาหารมาเป็นการซื้อของสดไปทำกินที่บ้าน เตรียมหรือทำอาหารไปเอง ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงบ้าง ค่าใช้จ่ายการกินก็จะลดลงมาก ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมด แต่เปลี่ยนทีละน้อย

ลดสั่งอาหาร Delivery ให้น้อยลง

เคยสั่งอาหารแบบนี้มากินบ่อย ๆ ทุกครั้งที่อยากกินสัปดาห์ละหลายครั้ง ก็เปลี่ยนให้ลดลงแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอ ค่อย ๆ เปลี่ยนนะ จนนาน ๆ ทีสั่งมากิน อาจะเป็นเดือนละครั้ง หรือเฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะลดลงมาก เพราะอาหารแบบนี้เราแทบไม่จำเป็นต้องกินเลย ไม่ได้อร่อยมาก ก็เหมือนอาหารตามร้านอาหารทั่วไป แต่ราคาแพงกว่า

หรือคนที่ทำใจไม่ได้ว่าจะให้ลดหารสั่งอาหารแบบนี้มากิน ก็ใช้เทคนิคการสั่งซื้อทีละน้อย แบบลดจำนวนอาหารที่สั่งมา แทนที่ละลดจำนวนครั้งที่สั่ง แบบนี้ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกทาง อาจจะใช้เทคนิคการหารค่าอาหารกับเพื่อน ๆ ในออฟฟิตเวลาที่มีการสั่งอาหารแบบนี้มากินกัน ก็ช่วยประหยัดได้มากขึ้น

เข้าร้านสะดวกซื้อให้น้อยลง

มันแปลกมากเมื่อเราเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ทุกครั้งเราต้องได้อย่างน้อยขนมกินเล่นหรือเครื่องดื่ม 1–2 ขวด ติดมือมาเสมอทุกครั้งเลย เพราะอาจจะมาจากเจ้าของร้านค้ามีวิธีการดึงดูดความอยากของเรา และเงินในกระเป๋าของเราไป ทั้งการจัดวางสินค้า กลิ่น เสียง หรือแม้แต่บรรยากาศในร้านค้า ชวนให้เราอยากหยิบของกินซักอย่างติดมือเรา ก่อนจะเดินที่เคาท์เตอร์เก็บเงินและควักเงินจ่ายโดยดี

ทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งกินข้าวมา เพิ่งเดินออกมาจากร้านอาหาร ดังนั้นหากไม่จำเป็นต้องซื้ออะไร หรือไม่คิดว่าจะซื้ออะไร ให้ลดการเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ค่าขนมกินเล่น ค่าน้ำอัดลม เดือน ๆ หนึ่งก็ตกหลายพันบาทเลยนะ หากท่านเข้าร้านสะดวกซื้อทุกวัน

ประหยัดการใช้

การเป็นอยู่ เครื่องใช้อุปโภคเป็นเรื่องที่เราต้องใช้อยู่แล้ว ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอาง ของใช้ในบ้านล้วนเป็นเรื่องจำเป็น การลดค่าใช้จ่ายพวกนี้อาจจะลำบากและทำได้ยากพอสมควร แต่ทำได้แน่นอน แม้ว่าจะประหยัดไม่ได้มาก แต่ก็ถือว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ส่วนหนึ่ง เช่น

  • ลดการซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ ประหยัดค่าเสื้อผ้า
  • ทำความสะอาดบ้านเอง แทนที่จะจ้างแม่บ้าน ประหยัดค่าแม่บ้าน
  • ใช้เครื่องสำอางที่ซื้อมาแล้ว ให้หมดก่อนซื้อใหม่ ประหยัดค่าเครื่องสำอาง
  • ลดโทรคุยเรื่อยเปื่อย มาแชทผ่าน Line แทน ประหยัดท่าโทรศัพท์
  • ปิดแอร์ ปิดไฟ เมื่อไม่ใช้หรือออกนอกห้อง นอกบ้าน นาน ๆ เช่น ตอนไปกินข้าวเที่ยง ประหยัดค่าไฟ
  • อย่ารีดผ้าทุกวัน ให้รวมรีดทีเดียว จะประหยัดไฟฟ้ากว่า ประหยัดค่าไฟ

หรือเทคนิคอื่น ๆ ที่คุณลองค้นหาดูใน Google “วิธีประหยัด” คุณจะเจอเทคนิคมากมายในการลด และประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านที่คุณทำได้ ทำทีละน้อย ค่อย ๆ เปลี่ยน แต่เริ่มเปลี่ยนทีละน้อย ทุก ๆ วัน จะช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าของท่านได้แน่นอน

ประหยัดความอยาก

อยากอยากเป็นกิเลส บางครั้งอยากเรื่องที่ไม่จำเป็นก็มี บางครั้งมันจำเป็นก็มี เพราะเราๆ ท่าน ๆ ก็เป็นคนธรรมดาย่อมมีความอยากเป็นพื้นฐาน แต่ท่านสามารถประหยัดเงิน โดยที่ยังสามารถตอบสนองความอยากของท่านเองได้ หากเป็นความอยากที่ไม่เดือดร้อนใคร ใช้เงินน้อย หรือแทบไม่ใช้เงิน ได้ทำแล้วมีความสุข สนุกสนาน เป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่ต้องประหยัด

แต่หากเป็นความอยากที่ต้องใช้เงินมาก หรือน้อย อันนี้ต้องมาดูกันว่าคุณทำได้พอดีตัว ไม่เดือดร้อนไหม จะประหยัดมันได้อย่างไร แต่ละคน แต่ละท่านต้องลองคิด และประยุกต์เอา เช่น

  • อยากไปเที่ยวกับแฟน — จากเคยเที่ยวต่างจังหวัด ลองเที่ยวอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงละแวกบ้านแทน จากเคนเที่ยวห้างลองเที่ยวตลาดนัด ถนนคนเดินดูบ้าง
  • อยากไปดูหนังใหม่ — ลองอดใจรอ 1 สัปดาห์หลังจากหนังเข้าวันแรก ค่าตั๋วจะลดราคาจากปกติเยอะมาก แค่อดทนรอ และเวลาไปดู ไม่ต้องซื้อน้ำหรือขนมหน้าโรงหนัง เพราะมันแพงกว่าร้านข้างนอก ให้กินข้าว กินข้าวให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเข้าโรง อย่าลืมเช็ครอบหนังและจองล่วงหน้า ไม่ต้องไปรอหน้าโรง
  • อยากได้ของแต่งรถ แต่งบ้าน — อันนี้ต้องจัดการความอยากของท่านให้สอดคล้องกับรายได้ที่เข้ามา หากท่านไม่มีปัญหาเรื่องเงิน การซื้อของพวกนี้ก็ทำได้โดยไม่ลำบาก แต่อยากได้ มีเงินไม่พอ ก็ต้องบริหารว่าจะหาเงินเพิ่ม หรือลองปรับเปลี่ยนของที่มีอยู่แล้ว เคยซื้อมาแล้ว ไม่ได้ใช้งานมาตกแต่งเพิ่มเติมได้บ้าง ยังไง อันนี้ต้องใช้ความคิดสังสรรค์ เพื่อประหยัดเงิน
  • อยากซื้อเสื้อผ้าใหม่ — สำหรับผู้หญิงเรื่องนี้คงห้ามยากหน่อย แต่การเริ่มประหยัดทีละน้อยจะช่วยสร้างนิสัยการประหยัดและเพิ่มเงินในกระเป๋าได้ไม่น้อย เช่น จากเคยซื้อเสื้อแรนด์เนมก็ลองลดมาซื้อเสื้อธรรมดา ที่สวย และมีดีไซน์ที่ชอบ หรือจากที่เคยซื้อทุกสัปดาห์ ก็เปลี่ยนเป็นซื้อแค่เดือนละครั้งให้พอ หรือ ลองนำเสื้อผ้าที่มีแล้วในตู้มา Mix and Macth สวมใส่อีกครั้งหรือถ้าทำไม่ได้เลย เพราะว่าบางครั้ง บางท่าน ไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่เพราะประโยชน์ใช้สอย แต่ซื้อเพราะความอยาก ตามแฟชั่น ดังนั้นหากจะซื้อผ้าใหม่ครั้งต่อไปก็พยายามเลือกตัวที่สามารถสวมใส่ได้มากกว่า 1 ครั้ง ใช้ได้หลายโอกาส สุภาพ สวยด้วย แบบนี้ก็สามารถประหยัดได้อีกทางหนึ่ง

ทุกอย่างประหยัดได้ ถ้าประหยัดไม่ได้เลยจริง ๆ ต้องตอบสนองความอยากเหล่านี้ให้สาสม ท่านจำเป็นต้องไปประหยัดเรื่องอื่นให้มาก หรือหาเงินให้มากขึ้นแทน เพราะแต่ละคนมีความสามารถในการจัดการความอยากของตัวเองที่แตกต่างกัน

ทำบัญชีครัวเรือน

เป็นเรื่องที่น่าปวดหัว วุ่นวาย และไม่น่าจะเป็นเรื่องง่าย สำหรับการทำบัญชี แม้แต่บัญชีรายรับ รายจ่าย ธรรมดา ก็ดูเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่ว ๆ ไป บางท่านมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไม่ได้ประกอบธุรกิจ หรือทำกิจการใด ๆ แล้วการบันทึกรายรับ รายจ่าย จะช่วยประหยัดอะไรได้บ้าง

เริ่มต้นง่าย ๆ อย่าคิดอะไรมาก อย่ามีอคติในการบันทึก บันทึกทุกอย่างที่คุณจ่ายเงินไปในทุก ๆ วัน ในลงสมุดเล่มเล็ก ๆ ที่หาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียน ร้านสะดวกซื้อ หรือลองไปค้นดูในกล่องเก็บของอาจจะเจอสมุดที่เราใช้ไม่หมด ยังไม่ได้ใช้ ไม่ต้องสวยหรู แค่บันทึกเท่านั้น

ไม่ต้องแบ่งตารางให้ยุ่งยาก ไม่ต้องทำให้มากเรื่อง แค่จดเท่านั้น เขียนวันที่ด้านบนหน้ากระดาษ จดรายการเรียงลงไป ชื่อรายการ ว่าซื้ออะไร จำนวนเงิน แค่นี้พอ วันต่อไปก็ขึ้นหน้าใหม่ เขียนเหมือนเดิม ทำแบบนี้ทุกวัน ไม่ต้องเขียนรายรับ หรือแบ่งช่องสำหรับรายรับ เพราะหลายท่านที่ไม่ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายจ่าย เพราะคิดว่ามันวุ่นวาย ดังนั้นผมจึงแนะนำให้เริ่มต้นง่ายที่สุด แค่ เขียนวันที่ จดรายการใช้จ่ายในแต่ละวัน แค่นี้พอแล้ว

หรือง่ายกว่านั้นสำหรับคนที่ใช้มือถือ สมาร์ทโฟนอยู่แล้ว สามารถโหลดแอฟฟฟลิเคชั่นสำหรับการทำ “บัญชีรายรับรายจ่าย” อย่างง่ายมาใช้งานก็ได้ จะได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเข้าไปที่ Google Play Stote หรือ Apple stoe ใช้คำค้นหาว่า “บัญชีรายรับรายจ่าย” เลือกมาซักอัน โหลดลเครื่องและติดตั้ง เปิดใช้งานและบันทึก

ขั้นตอนการทำบัญชีอย่างง่าย มีดังนี้

  1. บันทึกรายรับ รายจ่าย ลงสมุด จดทุกอย่างที่ซื้อ
  2. แยกและรวมเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
  3. วิเคราะห์ค่าใช้จ่าย และประเมินผล

สังเกตุดูว่าหากไม่บันทึก ท่านจะลืม ไม่รู้ว่าจ่ายค่าอะไรไปบ้าง หากบันทึกท่านจะรู้ อันนี้หลักการพื้นฐานง่าย ๆ เลยนะ เมื่อย้อนกลับมาดูบันทึก ท่านจะรู้เลยว่าท่านใช้จ่ายเรื่องไหนไปมากที่สุด มันสมควรต้องจ่ายไหม เป็นค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟื่อยหรือเปล่า และท่านจะรู้เลยว่าจะประหยัด ลด ตัวทอน รายจ่ายส่วนที่ไม่จำเป็นอะไรบ้าง

วิธีเหล่านี้ทำได้จริง ทำง่าย ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องทุกข์ เพราะเคยใช้จ่ายหนัก ๆ มาก่อน เพราะคิดว่าทำงานหนักก็อยากใช้ อยากกินให้สมน้ำสมเนื้อ สมกับที่ทำงานหนักมาทั้งเดือน แต่หากคุณลองเปลี่ยน ปรับทีละน้อย รับรองเลยว่า ในแต่ละเดือน ท่านจะมีเงินเพิ่มอย่างแน่นอน

4.หารายได้เพิ่ม ลงทุนน้อย

ใจความหลักของการเพิ่มค่าแรง โดยไม่ต้องง้อนายจ้าง คือการหารายได้เพิ่ม แต่ปัญหาที่พบมากที่สุดก็คือหลายท่านไม่รู้จะหารายได้เพิ่มยังไง เพราะเป็นคนธรรมดาอย่างฉันจะทำอะไรได้ อย่างเพิ่งสิ้นหวังในชีวิตขนาดนั้น เพราะหากคุณต้องการรายได้เพิ่ม แต่ไม้รู้จะทำอะไร จะเริ่มยังไง Leader Wings ขอแนะนำหลาย ๆ วิธีที่เริ่มทำได้ ไม่ต้องใช้เงินทุน บางอย่างใช้เงินทุนต่ำมาก แทบไม่กระทบค่าใช้จ่ายของท่าน และยังได้รับค่าตอบแทนสูงด้วย

ขอเพียงท่านตั้งใจจริงที่จะทำ ไม่กระทบงานประจำ ทำได้จริง สำหรับทุกท่านที่ต้องการเพิ่มรายได้ เพราะรายได้ทางเดียวคือความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้

ทำงานประจำ

แน่นอน หลายท่านทำงานประจำอยู่ การเพิ่มรายได้ง่ายสุด ก็คือการตั้งใจทำงาน ขยัน เพิ่มความสามารถของตัวเองให้โดดเด่นและทำให้หัวหน้าเห็นความสามารถของท่าน ค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินทำได้ หากท่านทำงานอยู่ในบริษัทฯ ที่เห็นคุณค่า ความสามารถที่ท่านตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง หลายคนที่ผมรู้จักต่างก็ทำงานประจำ และยังคงทำงานนั้นอยู่ และได้รับการขึ้นเงินเดือน เลื่อนขั้น เป็นประจำทุกปี หากความสามารถคุณโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ ค่าแรงเพิ่มไม่ต้องรอถึง 1 ปี ก็เป็นไปได้แน่นอน

รับงานนอก หรือรับงานฟรีแล้นซ์

อย่าบอกว่าทำงานประจำเหนื่อยแล้ว ไม่มีเวลา ไม่มีใครจ้าง ไม่รู้จักใคร เพราะนั่นจะทำให้ท่านไม่มีงานทำยามว่างหลังเลิกงาน หรือวันหยุด แน่นอนไม่มีรายได้เพิ่มอย่างที่ท่านต้องการ และคนที่สามารถรับงานนอกได้ ส่วนมากเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในงานที่ตัวเองทำอยู่ และความโดดเด่นนั้นไปสะดุดตาคนที่ว่าจ้างท่าน ผ่านผลงานของท่าน ผ่านคำบอกเล่าของหัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงานของท่าน

การรับงานนอก ไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่คุณทำอยู่เสมอไป อาจจะเป็นงานที่ท่านเคยทำมาก่อนหน้านี้ งานอดิเรกทีท่านชอบทำ หรือแม้แต่ความสามารถพิเศษที่ท่านอาจคิดว่ามันไม่ทำเงิน แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าท่านเป็นคนที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักในงานนั้น ๆ จะมีคนอยากจ่ายเงินให้ความสามารถนั้น ๆ ของท่านแน่นอน

การทำงานที่ท่านทำอยู่ให้ดีที่สุด และพยายามรู้จักคนใหม่ ๆ ในวงการ จะช่วยให้ท่านได้งานจากคนรู้จัก หรือง่ายกว่านั้น ลองดูใน 2 เว็บนี้ครับ

  1. http://gotapsey.com/ ใช้งานเป็นแอฟฯ บนมือถือ เหมาะสำหรับงานที่ต้องไปทำที่บ้านลูกค้า เช่น ช่างซ่อม งานแม่บ้าน ทำความสะอาด ทำอาหารให้ทาน ช่างภาพ ฯลฯ
  2. http://fastwork.co/ ใช้งานบนเว็บไซต์ เหมาะสำหรับส่งงานเป็นไฟล์ดิจิทัล เช่น งานออกแบบ งานเขียน หรืองานที่สามารส่งเป็นไฟล์ผ่านคอมพิวเตอร์ได้ เป็นต้น

เป็นเว็บสำหรับลงประกาศขายงานฟรีแล้นซ์ของไทย ที่น่าจะได้รับความนิยมจากคนจำนวนมาก

เป็นที่ปรึกษา หรือถ่ายทอดความรู้

จากความสามารถ ความเชี่ยวชาญ จากสายงานที่ท่านอยู่ เชื่อเถอะว่ายังไม่คนที่อยากทำอย่างท่านได้ แต่ขาดความรู้ ขาดประสบการณ์ ขาดวิสัยทัศน์ที่จะมองเห็นความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมนั้นได้เหมือนที่ท่านได้เรียนรู้และทำมาตลอดระยะเวลาหลายปี (สำหรับท่านที่ทำงานมานาน) ต้องการสิ่งเหล่านั้นจากคุณ

เป็นที่ปรึกษา

แต่นั้นหมายถึงคุณต้องโดดเด่นมาก ๆ ในวงการนั้น ๆ ทั้งเรื่องความรู้ และความสามารถ งานที่ปรึกษาจ่ายค่าตอบแทนเป็นชั่วโมง หรือเซ็นสัญญากันเป็นปี

หรือการรวบรวมความรู้ของออกมาขายในรูปแบบของหนังสือ, Ebook, Audio Book, DVD หรืองานเวิร์คช้อปที่ท่านจัดขึ้นเอง หรือผ่านบริษัทฯ ที่จัดงานเวิร์คช้อป แบบนี้ก็ได้

Souce: 3 วิธีสร้าง Passive Income จากความรู้ที่มีอยู่แล้ว

ขายแรงเพิ่ม

การขายรายได้เพิ่มแบบนี้ ทำไม่ยากแค่ทำงานเพิ่มขึ้น แลกกับค่าแรงที่มากขึ้นแพงนิดหน่อย ได้เงินแน่นอน ไม่ต้องคิดให้ปวดหัว หรือต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มอะไรเลย และเป็นการเพิ่มรายได้น้อยที่สุดเท่าที่แนะนำมา แต่มันเวิร์คสำหรับท่านที่ไม่อยากคิดอะไรมากให้ปวดหัว หลังเลิกงานแล้ว ไม่รู้จะไปไหน วันหยุดไม่รู้ว่าจะทำอะไร มีแรงทำไหวก็ทำได้ เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน ยังไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในงานที่ทำอยู่ แบบนี้ได้ค่าแรงเพิ่มชัวร์ และยังได้เรียนรู้งานมากขึ้นด้วย

ทำโอทีเพิ่ม

ง่ายที่สุด หากที่บริษัทฯ ห้างร้านที่ท่านทำงานอยู่ มีให้ทำงานล่วงเวลาได้ หากไม่มีธุระจำเป็นที่ต้องทำ หรือต้องไปไหน การเลือกทำงานล่วงเวลาเป็นทางเลือกที่ดี ได้เงินเพิ่ม โดยปกติการทำงานล่วงเวลาจะได้ค่าแรงเพิ่มขึ้นประมาณ 25–50% ต่อชั่วโมงทำงาน แล้วแต่บริษัทฯ

ทำงาน Part time

งานที่ทำหลังจากเลิกงานประจำ เลิกเรียน โดยมากแล้วนักเรียน นักศึกษาชอบทำก็คืองาน Part time ในร้านค้าตามห้างสรรพสินค้าที่ต้องเดินเข้าไปสมัครด้วยตัวเองเพื่อสอบสัมภาษณ์ หากได้งานนั้นร้านค้าจะบรรจุให้ท่านทำงานในตำแหน่ง Part time ก่อนเสมอ หากท่านทำงานได้ดี เรียนรู้งานได้เร็ว ผลงานโดด จะถูกบรรจุให้ทำงานเต็มเวลาและได้ค่าแรงเพิ่ม (หากท่านต้องการเปลี่ยนงาน สามารถอัพเกรดตัวเองเพื่อทำงานนั้นได้ด้วย)

วิธีหางานแบบนี้ ท่านสามารถเข้าไปสอบถาม สมัคร สอบสัมภาษณ์ ในห้างสรรพสินค้านั้น ๆ ได้เลยว่ามีเปิดรับพนักงาน Part time บ้างไหม โดยปกติจะมีเปิดรับตลอดอยู่แล้ว สามารถรู้ผลได้ภายในวันที่ไปสมัครเลยว่า ได้งานหรือไม่ ค่าแรง ชั่วโมงละ 50–70 บาท แล้วแต่ร้านค้านั้น ทำขั้นต่ำอย่างน้อย 2–4ชั่วโมง

หรืองาน Part time ที่เป็นงาน Event ที่จ้าง Staff สำหรับงานที่จัดขึ้นในช่วงสั้น ๆ 1–3 วัน หรือไม่มากกว่า 7 วัน เช่น งานคอนเสิร์ต งานแสดงสินค้า เป็นต้น งานแบบนี้จะหายากกว่าแบบแรก แต่ให้ค่าแรงแพงกว่า หรืออีกวิธีหนึ่งสำหรับคนที่มีมือถือ สมาร์ทโฟน ลงไปโหลดแอฟฯ helpster มาลงในเครื่อง ใส่ข้อมูลให้ครบถ้วยว่าต้องการงานแบบไหน แล้วหน้าจ้างจะเข้ามาจ้างท่านผ่านแอฟฯ นี้ อันนี้ผมยังไม่เคยลองใช้งานแอฟฯ นี้นะ แต่ดูแล้วน่าสุดใจ ลองเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน http://www.helpster.co.th/

อาชีพเสริม

เป็นอีกงานที่ทำได้ และได้ค่าตอบแทนดีเลยทีเดียว หากได้รับความนิยมจากลูกค้าจำนวนมาก เงินลงทุนต่ำ หรือแทบไม่ต้องลงทุนเลย แค่ใส่ไอเดียและหาข้อมูลเพิ่มเติม มองหาความเป็นไปได้ และเริ่มทำ เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจเล็กของท่านเองก็ได้

อาชีพเสริม มาจากความชอบส่วนตัวของท่านเอง และโอกาสที่จะเป็นไปได้ สามารถทำเงินได้ไม่น้อยเลย ลองดูไอเดียการหาอาชีพเสริมที่คุณสนใจได้ใน 2 เว็บนี้ครับ

ไอเดีย หาอาชีพเสริมนั้น อย่าเพิ่งมองว่า มันทำยากหรือเป็นไปไม่ได้ จงเชื่อก่อนว่าอะไรก็เป็นไปได้ ขอแค่รู้วิธีการจัดการสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการเริ่มต้นก่อน อย่างอื่นสามารถจัดการได้ไม่ยากเลย ไอเดียที่อยากแนะสำหรับท่านที่ต้องการเริ่มต้นอาชีพเสริม

  1. เริ่มจากความชอบ และความถนัดก่อน — อะไรที่ไม่ชอบ ไม่ถนัด ขอให้เป็นตัวเลือกท้าย ๆ
  2. หาข้อมูลก่อนเริ่มเสมอ — หากท่านชอบและถนัดมันง่ายที่จะเริ่มต้น เพราะท่านจะรู้ว่าต้องทุนอะไรบ้าง และเงินลงทุนเบื้องต้นที่สามารถทำได้ ต้องมากน้อยแค่ไหน
  3. เริ่มจากเล็ก ๆ ก่อน — อย่าเพิ่งคิดการใหญ่มากนัก ไม่แปลกหรอกที่ท่านต้องการได้เงินเยอะจากงานที่ทำ แต่ถ้าพลาดพลั้ง ท่านอาจจะไม่กล้าทำอะไรอีกเลย เพราะกลัวเจ้งอีก ดังนั้น เริ่มเล็ก ๆ ใช้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์เท่าที่ท่านมีก่อน หรือหากต้องซื้อเพิ่มก็เลือกที่ราคาไม่แพงเกินไปนัก
  4. ทำที่บ้านหรือใกล้ ๆ บ้านได้ — ทำเลเป็นเรื่องสำคัญ เพราะยิ่งไกลอุปสรรคคือการเดินทางที่ต้องใช้เวลานาน หรือพาหนะที่ต้องใช้ย่อมมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทำอยู่บ้านหรือใกล้บ้านดีที่สุด
  5. มียอดขาย และรายได้ค่อยลงทุนเพิ่ม — เมื่อมียอดขาย มีรายได้เข้ามา แบ่งใช้ให้เป็น ทุนที่ลงไปได้คืนมาหรือยัง กำไรเท่าไหร่ การขยายไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น สินค้าหรือบริการดีขึ้น ก็สมควรต้องซื้อและขยายเพิ่มได้
  6. รักษามาตฐาน — พยายามอย่างสูงที่ให้สินค้าและบริการของท่านคงคุณภาพดี และดีขึ้น อย่าทำให้คุณภาพต่ำลง เพราะอย่าลืมว่า ท่านได้เลือกทำเลที่ทำใกล้บ้าน คนละแวกบ้านมาซื้อสินค้าและบริการของท่าน ในครั้งแรกเข้าอาจจะซื้อเพราะเกรงใจ หากดีและมีคุณภาพ นอกเข้าจะกลับมาซื้ออีกครั้ง เขาคือคนที่จะบอกต่อและโฆษณาให้ท่าน
  7. ใช้เครื่องมือให้เป็น — การใช้เครื่องมือออนไลน์ฺเป็นอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คนเห็นว่าคุณมีสินค้า หรือบริการอะไรให้มากขึ้น แม้แต่การใช้ป้ายโฆษณาบ้าน ๆ ก็สามารถสร้างการรับรู้ได้ดี ไม่แพ้กัน การเลือกใช้เครื่องมือเหล่านี้ไม่ต้องลงทุนสูง เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้น

ไอเดียเหล่านี้ ช่วยให้ท่านเห็นภาพว่าจริง ๆ แล้ว การทำอาชีพเสริม หรือธุรกิจเล็ก ๆ เป็นไปได้แน่นอนอาชีพเสริมที่ทำได้ ขายของตลาดนัดตอนเย็น ขายของตลาดนัดวันหยุด ขายของในเน็ต ล้วนเป็นทางเลือกให้ทำ แต่อย่าลืมเริ่มจากเล็ก ๆ ก่อน

Tip: อยากขายของออนไลน์บน Facebook ลองอ่านบทความเหล่านี้ดู

  1. เทคนิค “การขายของบน Facebook” ขายอย่างไรให้มีคนซื้อ
  2. กฎทองของมือใหม่หัดขายบน Facebook
  3. วิธีสร้าง Fan Page บน Facebook
  4. การขายของบนเฟสบุ๊ค กับเทคนิคขั้นเทพ

5.พัฒนาตัวเอง

Smiling male student working in a library

แค่คุณหยุดเดิน ที่คนเดินช้า ๆ ตามหลังคุณมาก็แซงคุณแล้ว…

การพัฒนาและต่อยอดเป็นเรื่องจำเป็นในโลกใบนี้ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าในวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น โรคระบาดที่คร่าชีวิตคน เพราะการแพทย์และวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้จักและสามารหยุดยั้งเชื่อโรคร้ายได้ทัน ประเทศอาจล้มสลายหากไม่มีการพัฒนา ไม่มีเหตุผลเลยที่เราจะไม่พัฒนาตัวเอง

ทำไมต้องพัฒนาตัวเอง

เล่าแบบสั้น ๆ เลยว่า ท่านต้องพัฒนาตัวเองเพื่อเงิน เพื่อรายได้ที่มากขึ่น ไม่มีใครอยากจ้าง หรือควักกระเป๋าจ่ายเงินให้กับคนที่ไม่มีความสามารถอะไรเลย หรือไม่พัฒนาความสามารถในงานที่ตัวเองทำหรอกครับ ข้อดีของการพัฒนาตัวเอง

  1. เก่งขึ้น มีความภูมิใจในตัวเอง
  2. เก่งขึ้น ทำงานได้มากขึ้น ทั้งคุณภาพและปริมาณ
  3. คนอยากจ้างคนเก่งให้มาช่วยงาน
  4. เก่งในงานประจำ หัวหน้าชอบ ขึ้นเงินเดือนให้ เลื่อนตำแหน่ง
  5. ได้พบเจอคนใหม่ ๆ จากความสามารถที่พัฒนาขึ้นมา
  6. ได้โอกาสใหม่ งานใหม่ จากคนรู้จักที่ชอบในความสามารถของเรา
  7. ได้ความรู้ใหม่ ๆ จากการพัฒนา

นอกจากจะได้เงินเพิ่มเมื่อมีคนอื่นเห็นคุณค่าของความสามารถของท่านแล้ว ที่เป็นแค่ผลพลอยได้จากพัฒนาตัวเอง สิ่งอื่น ๆ ที่ได้มานั้นจะติดตัวท่านไปตลอด หากทำบ่อย ๆ พัฒนาบ่อย ๆ จนกลายเป็นนิสัย สิ่งเหล่านี้จะมีมูลค่าเพิ่ม และช่วยทำเงินในอนาคตได้แน่นอน

เริ่มพัฒนาตัวเองอย่างไร

เมื่อท่านรู้แล้วว่า ทำไมต้องพัฒนา ขั้นต่อไปคือมองหาสิ่งที่ท่านต้องพัฒนา เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง ต่อไปนี้คือสิ่งที่อยากแนะนำให้ทำ เพราะมันง่าย ไม่ต้องใช้ความพยายามสูง ก็ทำได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ละน้อย แต่ทำทุกวัน จะช่วยให้กลายเป็นนิสัย เมื่อเป็นนิสัยท่านจะทำโดยไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด

สุดยอดเคล็ดลับสำคัญที่เรา้รียนรู้กันมาเกือบทุกคน ตั้งแต่เด็ก ๆ แต่เราอาจจะลืมไปแล้ว ลองมาทบทวนเคล็ดลับนี้กันอีกครั้ง เพื่อการพัฒนาสู่ความสำเร็จ หรือแม้แต่เรื่องใกล้ตัว “เพื่อมีรายได้เพิ่ม”

  1. Passion
  2. Effort
  3. Focus
  4. Evaluation

หรือแปลเป็นไทยง่าย ๆ คือ…

  1. ฉันทะ — ทำให้สิ่งที่รักที่ชอบ สุจริต
  2. วิริยะ — มีความขยัน หมั่นเพียร ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง
  3. จิตตะ — เอาใจใส่ในสิ่งที่ทำอยู่ หรือโฟกัสในงานที่ทำ
  4. วิมังสา — ปรับปรุงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น

หลักการลงมือทำเพื่อความสำเร็จนี้เรียกว่า “อิทธิบาท 4” เชื่อว่าทุกท่านได้เรียนรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา แต่เราอาจคิดว่ามันเป็นแค่บทเรียนในหนังสือเรียนวิชา พระพุทธศาสนา เท่านั้น เอามาลงมือทำจริงก็คงยาก

แต่จริง ๆ แล้ว นี่คือเรื่องพื้นฐาน หลักการ และสุดสุดเทคนิค เพื่อการพัฒนาตัวเอง ธุรกิจ การงาน ทุก ๆ อย่า่งในโลกนี้ ล้วนใช้หลักการเดียวกันนี้ทั้งหมด

สรุปสั้น ๆ คือ…

ผู้กระทำการใดโดยชอบ บนความเพียร ด้วยจิตตั้งมั่น และทบทวนจากเหตุไปหาผลเพื่อปรับปรุงกระบวนการและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกลจากบุคคลนั้น

จากโพสต์ Paul Kridakorn

สรุป: ปัญหาคือเพื่อนแท้

ปัญหามีมาทุกวัน จงทำตัวให้เป็นคนที่แก้ปัญหาเป็น และมองปัญหาเป็นเพื่อนแท้ มันจะมาทุกวัน และมาเรื่อย ๆ ไม่มีวันหยุด และรู้ไว้เลยว่า ยิ่งคุณมีทักษะในการแก้ปัญหาเก่งแค่ไหน จำนวนเงินที่เข้ากระเป๋าคุณจะมากขึ้นเท่านั้น

ลองดูตัวอย่างคนที่สร้างธุรกิจ เพราะมีปัญหา และคิดว่าคนอื่นก็มีปัญหาเช่นเดียวกับเขา จึงสร้างวิธีการ สินค้า หรือนวัตกรรม เพื่อการแก้ปัญหา และสามารสร้างเงินได้ไม่ได้

ไม่ว่าท่านจะทำอะไรอยู่ เรียนหนังสือ ใช้ชีวิต ทำงานประจำ ทำฟรีแล้นซ์ หรือเริ่มธุรกิจและเจอปัญหา อย่าท้อ อย่ากลัว เพราะมันมาแน่ ๆ และมีตัวอย่างผู้คนมากมายที่สามารถทำเงินได้จากการแก้ปัญหาให้กับคนอื่น

ท่านที่ทำงานประจำอยู่ เป็นลูกจ้างอย่าเพิ่งท้อกับสิ่งที่เจอ ทำงานเงินเดือนไม่ขึ้น ค่าแรงน้อย หัวหน้าไม่ดี ลองปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ มาเป็นนักแก้ปัญหาให้บริษัทฯ ยิ่งบริษัทฯ ได้ประโยชน์จากสิ่งที่คุณทำมาก โอกาสที่จะทำให้ท่านก้าวหน้าในงาน มีเงิน มีรายได้เพิ่ม ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยาก

แม้ว่าท่านจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลัง ช่วยบริษัทฯ จัดการและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จากความเชี่ยวชาญ ความชำนาญของท่าน แต่บริษัทฯ ไม่เห็นคุณค่า ไม่ปรับค่าแรงขึ้น ไม่เลื่อนตำแหน่งให้ท่านอย่างที่หวัง ก็อย่า่งเพิ่งเสียใจ หรือท้อใจ

ทักษะความสามารถที่คุณได้พัฒนามานั้น จะติดตัวท่านไป ความสามารถนั้นช่วยให้ท่านได้งานที่ตรงใจ ได้ทำงานในบริษัทฯ ที่เห็นคุณค่าในความสามารถของท่าน ได้

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความต้อนรับวันแรงงานแห่งชาติ “5 วิธีเพิ่มค่าแรง เพิ่มรายได้ ไม่ต้องง้อนายจ้าง” จะมีประโยชน์กับท่าน และอย่าลืมแชร์ให้เพื่อนของท่านได้อ่าน หากเห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์

ขอบคุณครับ
LeaderWings Dream Team