LINE Bot 101 — จับมือทำบอท

Sitthi Thiammekha
Sep 10, 2018 · 6 min read
Image for post
Image for post

บทความนี้จะสอนว่าเราจะเริ่มต้น ทำ LINE Bot ได้ยังไง
จับมือทำจนเสร็จเลย ภายใน 10 นาที
ไปเริ่มกันเลย

Overview

  1. สร้าง Channel ใน LINE developer console (3 นาที)
  2. เริ่มต้นการเขียน Bot จาก Starter Kit (5 นาที)
  3. เชื่อมต่อ Bot กับ Channel (2 นาที)

ขั้นตอนที่ 1 — สร้าง LINE Channel

สำหรับคนที่ยังไม่เคยสร้าง Channel ก็ทำตามเลยครับ
เข้าไปที่ https://developers.line.me/

Image for post
Image for post

แล้วกด Login เลยครับ ใช้ User เดียวกับ LINE ของตัวเองนี่แหละ

Image for post
Image for post

เมื่อ Login สำเร็จแล้ว จะเจอหน้าจอ Provider List แบบนี้

Image for post
Image for post

ก่อนจะสร้าง Channel ได้ เราต้องมี Provider ก่อน
(มอง Provider เป็นเหมือนชื่อผู้สร้างบอท อาจจะเป็นชื่อตัวเองหรือชื่อองค์กรก็ได้ครับ
ส่วน Channel ก็คือ บอทแต่ละตัว)

กด Create New Provider เลยครับ

Image for post
Image for post

กด Confirm

Image for post
Image for post

เช็คชื่อ Provider ให้ถูกต้อง แล้วกด Create เลยครับ

สร้าง Provider เสร็จละ ขั้นตอนต่อไป เดี๋ยวเราจะมาสร้าง Bot Channel กัน

Image for post
Image for post

กด Create Channel ตรง Messaging API เลยครับ จะเจอหน้าจอแบบนี้

Image for post
Image for post

กรอกรายละเอียดในครบ ดังนี้
App icon : คือรูปของ Bot เป็น JPEG/PNG/GIF/BMP ขนาดไม่เกิน 3 MB
App name : ชื่อ Bot ความยาวไม่เกิน 20 ตัวอักษร
App description : ความยาวไม่เกิน 500 ตัวอักษร
Plan : ตอนนี้เลือกได้แค่ Developer Trial
Category / SubCategory : เลือกประเภทของ Bot ที่ต้องการ
Email Address : ใส่อีเมล์ของผู้พัฒนา
ตามตัวอย่าง

Image for post
Image for post
Image for post
Image for post

เสร็จแล้วกด Confirm จะเจอหน้าจอ ข้อตกลงการใช้ข้อมูล
อ่านๆๆ แล้วยอมรับมันซะ ฮ่าา

Image for post
Image for post

จากนั้นจะเป็นหน้าจอสรุป

Image for post
Image for post

กดยอมรับ Terms of use ทั้งสองอัน แล้วกด Create เลยครับ

บางคนอาจจะเห็นข้อความ แบบนี้

Image for post
Image for post

อันนี้แปลว่า ชื่อบอทของคุณไม่ถูกต้องนะครับ
จากตัวอย่างในบทความนี้ ชื่อบอทมีคำว่า “LINE” ซึ่งเป็นคำสงวน
จะใช้ไม่ได้นะครับ ให้ย้อนไป Edit แล้วลบคำว่า LINE ออกจาก App name
อย่างผมเปลี่ยนชื่อบอทเป็น “DEMO BOT 101”
จากนั้น confirm และกด create ใหม่อีกครั้ง จะเจอหน้าจอแบบนี้ครับ

Image for post
Image for post

เกือบเสร็จละ ให้กดเข้าไปดูที่ Bot ของเรา จะเจอหน้าจอแบบนี้ครับ

Image for post
Image for post

ให้เลื่อนลงไปหา หัวข้อที่ชื่อว่า Channel secret แล้ว copy ค่าไว้ ไปใช้ในขั้นตอนต่อไป

Image for post
Image for post

จากนั้น หาหัวข้อที่ชื่อว่า Channel access token

Image for post
Image for post

กด Issue เพื่อสร้าง token

Image for post
Image for post

ตรงนี้สามารถกำหนดอายุของ Token ได้ แต่ตอนนี้ ทุก token ที่สร้างจาก developers console จะเป็น Long live token ทั้งหมด คือใช้ได้ตลอดไป
ดังนั้น ตรงนี้ก็กด Issue ได้เลยครับ

Image for post
Image for post

จะได้ค่า token มาแบบนี้ ให้ copy ค่า access token ไว้ เพื่อใช้ในขั้นตอนต่อไป

ต่ออีกนิดนึง ให้หาหัวข้อ Auto-reply messages

ข้อความ Auto-reply messages ก็คือข้อความที่เราจะได้รับอันแรก ตอนที่เราเพิ่มบอทเป็นเพื่อนอ่ะครับ แบบรูปข้างล่างนี้ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนข้อความได้ผ่านทาง LINE@ Manager

Image for post
Image for post

ตรงนี้ให้เลือก Enabled หรือ Disabled ตามต้องการนะครับ

Image for post
Image for post

จากนั้นเลื่อนลงไปล่างสุด จะเจอ QR Code หน้าตาแบบนี้

Image for post
Image for post

อันนี้ก็คือ QRCode ของ Bot ของเรา
ให้ใช้แอพ LINE สแกนเพื่อเพิ่ม Bot เป็นเพื่อนได้เลยครับ

Image for post
Image for post

ขั้นตอนแรกเสร็จละ ต่อไปเราจะเริ่มในส่วน coding ละนะ


ขั้นตอนที่ 2 — เริ่ม code ตัว Bot จาก Starter Kit

git clone https://github.com/kamnan43/line-bot-nodejs-startercd line-bot-nodejs-starternpm install

ทำการแก้ไข config.json โดยระบุ

  • CHANNEL_ACCESS_TOKEN และ
  • CHANNEL_SECRET

ที่ได้มาจาก developer console

{
"port" : "3000",
"channelAccessToken": "YOUR_CHANNEL_ACCESS_TOKEN",
"channelSecret": "YOUR_CHANNEL_SECRET"
}

ทำการ start bot server ด้วยคำสั่ง

npm start

ตอนนี้ bot ของคุณ ก็พร้อมทำงานแล้วที่ http://localhost:3000
แต่จะยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับ LINE ได้
เนื่องจาก LINE ต้องการ public url และต้องเป็น https ด้วย

เราจะใช้ ngrok เพื่อ expose localhost ของเรา ออก public เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับ LINE ได้

Image for post
Image for post

ใครยังไม่มี ไปดาวน์โหลด ngrok ได้ที่ https://ngrok.com/download แล้วทำตามขั้นตอน 1–2–3 ในหน้า download นั้นเลย

จากนั้น เริ่มรัน ngrok เพื่อ expose port ที่ต้องการ เช่น ถ้าเราต้องการรัน Bot ของเราที่ port 3000 ใช้คำสั่ง ดังนี้

path/to/ngrok http 3000

จะได้หน้าตาแบบนี้

Image for post
Image for post

เสร็จละครับ ตอนนี้บอทของเรารันขึ้นมาแล้ว ไปจัดการขั้นตอนสุดท้ายกัน


ขั้นตอนที่ 3 — เชื่อมต่อ Bot กับ Channel

Use webhooks : ให้เลือก enabled
Webhook URL : ให้ระบุเป็น https url ที่ได้จาก ngrok ตามด้วย /webhook
ดังตัวอย่างในรูป

Image for post
Image for post

เสร็จละครับ บอทเราพร้อมใช้งานละ
อ่ะ ไม่เชื่อไปลองดูกัน

ไปที่หน้าจอ Chat ของ Bot ที่เราทำไว้ แล้วลองพิมพ์ทักทายกับ Bot ดูครับ

Image for post
Image for post

จะเห็นว่า Bot จะตอบกลับมา ตามข้อความที่เราพิมพ์ไป

เริ่มสนุกแล้วหล่ะสิ แค่นี้ก็น่าจะพอทำให้เห็นภาพกันมากขึ้นแล้ว ว่า LINE Bot ทำงานยังไง ต่อไป เราจะลองมาดู code กันสักหน่อยครับ


มาดู Code กัน

'use strict';
const line = require('@line/bot-sdk');
const express = require('express');
const config = require('./config.json');
// create LINE SDK client
const client = new line.Client(config);
const app = express();

line คือ LINE SDK
express คือ ตัวที่เราใช้ทำ server
client คือ ตัวที่ใช้ ส่งข้อความกลับไปยัง LINE app ของ user

// webhook callback
app.post('/webhook', line.middleware(config), (req, res) => {
// req.body.events should be an array of events
if (!Array.isArray(req.body.events)) {
return res.status(500).end();
}
// handle events separately
Promise.all(req.body.events.map(event => {
console.log('event', event);
// check verify webhook event
if (event.replyToken === '00000000000000000000000000000000' ||
event.replyToken === 'ffffffffffffffffffffffffffffffff') {
return;
}
return handleEvent(event);
}))
.then(() => res.end())
.catch((err) => {
console.error(err);
res.status(500).end();
});
});

line.middleware เป็น middleware ที่ใช้ในการตรวจสอบว่า request นี้ ถูกส่งมาจาก LINE จริงหรือไม่
(ดูเพิ่มเติม https://developers.line.me/en/reference/messaging-api/#request-headers)
req.body.events เป็น payload ที่ส่งมาจาก LINE ซึ่งเป็น array ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Bot เช่น มีการส่งข้อความ มีคนเพิ่มเพื่อน หรือมีการส่ง postback data เข้ามา เป็นต้น
handleEvent เป็น function ที่ใช้ในการจัดการ event แต่ละ event ที่เข้ามา

ตรงนี้คือหัวใจของ LINE Bot คือการรับ webhook request ที่จะส่งมาจาก LINE
ซึ่งเราระบุ endpoint นี้ โดยการกำหนด webhook ที่ developer console นั่นเอง
โดยเมื่อมีข้อความส่งถึง Bot
LINE จะส่ง POST request หน้าตา คล้ายๆแบบนี้มา

{
"replyToken": "xHuyWiB7yP5Zw52FIkcQobQuGDXCTA",
"type": "message",
"timestamp": 1462629479859,
"source": {
"type": "user",
"userId": "U4af4980629..."
},
"message": {
"id": "325708",
"type": "text",
"text": "Hello, world!"
}
}

replyToken เป็น token ที่ใช้เพื่อส่งข้อความกลับไปหา User
type เป็นประเภทของ event เช่น message, postback, follow เป็นต้น
source คือ ผู้ส่ง ว่าส่งมาจาก user หรือ group หรือ room
message คือ payload ของข้อความ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามประเภทของข้อความ

Ref : API ของการรับข้อความ(web hooks events)
https://developers.line.me/en/reference/messaging-api/#webhook-event-objects

สิ่งที่เราต้องทำ ในการพัฒนา LINE Bot ก็คือการ implement handleEvent ใน code ตัวอย่างนี้ นั่นคือการจัดการ events ต่างๆที่ LINE ส่งมา และทำการตอบสนอง ในแนวทางที่ต้องการ

โดยการส่งข้อความกลับไปหา user นั้น ทำได้โดยการเรียก
client.replyMessage หรือ client.pushMessage แล้วแต่กรณี

โดย replyMessage จะใช้ในกรณีที่ Bot ทำการตอบสนองผู้ใช้ในทันทีที่ผู้ใช้ส่งข้อความมา

ส่วน pushMessage จะใช้ในกรณีที่ Bot ต้องการส่งข้อความถึงผู้ใช้เอง
เช่นการส่งข้อความแบบตั้งเวลา หรือตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยที่ผู้ใช้ ไม่ต้องส่งข้อความอะไรมาก่อนก็ได้

Ref : API การส่งข้อความ
https://developers.line.me/en/reference/messaging-api/#send-reply-message


แค่นี่แหละ หัวใจของ LINE Bot มีแค่นี้เลย นอกนั้นก็เป็นลูกเล่นต่างๆ ว่าเราจะส่งข้อความออกไปในรูปแบบไหนเพื่อให้เหมาะสมกับ Content และการ Interact กับผู้ใช้ ซึ่งรูปแบบข้อความที่เราทำส่งได้ ก็หลากหลาย เช่น Text, Image, Video, Audio, Location, Sticker, Imagemap, Template หรือ Flex Message ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาไปประยุกต์ใช้อย่างไร

นอกจากนี้ LINE Messaging API ยังสามารถ Integrated ทำงานร่วมกับ Service อื่นๆของ LINE ได้อีก เช่น LINE Login, LINE PAY API, LINE Frontend Framework (LIFF), LINE Notify เป็นต้น อยู่ที่ว่า เราจะออกแบบ product/service ของเราอย่างไร

ผมจึงอยากชวนให้ทุกคน มาลองเล่นกันดูครับ บางคนก็เคยทำมาแล้ว บางคนก็เพิ่งลองศึกษา บางคนอาจจะเพิ่งเคยรู้จักว่ามันมีแบบนี้ด้วยเหรอ

ในฐานะ Developer เชื่อว่าไม่นาน LINE API Ecosystem จะต้องเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ในชีวิตพวกเรา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ตอนนี้แบรนด์หรือธุรกิจต่างๆก็เริ่มตื่นตัวกันอย่างมาก ก็อยู่ที่ว่า คุณอยากจะเป็นแค่ผู้ใช้เทคโนโลยี หรือ อยากเป็นผู้สร้างสรรค์มันขึ้นมาเอง

ขอชมผลงานของทุกๆคนอยู่นะครับ ขอบคุณครับ :)


LINE Developers Thailand

Closing the distance.

Sitthi Thiammekha

Written by

LINE API Expert

LINE Developers Thailand

Closing the distance. Our mission is to bring people, information and services closer together

Sitthi Thiammekha

Written by

LINE API Expert

LINE Developers Thailand

Closing the distance. Our mission is to bring people, information and services closer together

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store