กลัวตั้งแต่แรก ก็เหมือนตัดโอกาสตัวเองออกไป

การได้ฝึกงานสำหรับเอย ก็เหมือนการเล่นเกม เราคือตัวละครหนึ่งในนั้นที่ต้องแข่งขัน มีบททดสอบมากมายให้เราต้องฝ่าฟัน และมันจะยากขึ้นทุกวัน เพื่อทดสอบว่าเรามีความสามารถพอจะผ่านด่านไปไหม

พี่น้ำหอมและพี่ยิ้มเป็นพี่เลี้ยงของเอยเองค่าา

สวัสดีค่าา ทั้งหมดที่เกริ่นมาคือเอยจะมาเล่าประสบการณ์ที่เอยได้รับโอกาสได้มาฝึกงานที่ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) ในแผนก People Excellence ชื่อแปลกไม่เคยได้ยินใช่ไหมคะ แผนกนี้คือแผนก HR ที่ทุกคนรู้จักกัน แต่พอมาอยู่ที่ MFEC คุณจะได้อยู่แผนกที่ชื่อเท่ๆแบบนี้ล่ะ ;D

Welcome To The New World

Level 1 : ลงดันเจี้ยนครั้งแรก

เกมส์ Laplace M ที่เอยกำลังลงดันเจี้ยนกับเพื่อนๆอยู่

สำหรับคนที่กำลังงงว่าดันเจี้ยนคืออะไร มันคือด่านๆ หนึ่งที่ให้เราทดสอบความสามารถ และเมื่อเราผ่านด่านนั้นแล้วเราจะได้ของตอบแทนที่เอามาอัพเกรดตัวเราเอง เอยเลยเปรียบมอนสเตอร์ที่เราต้องเจอเป็นงานที่ยากและท้าทายให้เราต้อง Fight กับมันและเมื่อผ่านด่านนั้นแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาคือประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ นั่นเอง

เมื่อเราเอาชนะมันได้แล้ว ก็ได้ของรางวัลเป็นประสบการณ์แบบนี้

การลงดันเจี้ยนของเอย

ก้าวเข้าที่ทำงานด้วยความตื่นเต้นและความกลัวที่ว่า เราจะทำงานไหวไหม ถ้าเราไม่เคยทำแล้วจะทำยังไง หรือว่าเราจะทำให้พี่ๆ ประทับใจได้หรือเปล่า เป็นสาระพัดความกลัวที่เกิดขึ้นจากตัวเอยเองล้วนๆ แต่พอเจอพี่ในแผนกความตื่นเต้นก็หายไปเลย เพราะพี่ๆ ใจดีมาก เฮฮา เป็นกันเองแบบสุดๆ ทำให้เอยรีแลกซ์ขึ้นเยอะเลย

และเมื่อเราต้องเจองานที่ไม่เคยทำมาก่อน ..

ความกลัวที่ซ่อนอยู่ก็พุ่งขึ้นมาอีกรอบ ในช่วงแรกเอยจะคิดกับตัวเองว่า เราทำไม่ได้แน่เลย ถ้าลองทำแล้วต้องเกิดความผิดพลาดแน่ๆ โดนพี่ดุแน่ ทั้งๆ ที่ยังไม่ลงมือทำด้วยซ้ำ แต่พอฮึดสู้ พูดกับตัวเองว่า ลองดูสักครั้งเราต้องทำได้ และเริ่มทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ จึงได้รู้ว่า เฮ้ย!! เราก็ทำได้หนิ

เก่งมากเอิงเอย — พี่ยิ้ม (คำชมจากพี่ๆ เป็นกำลังใจที่ทำให้เอยอยากทำตัวดีขึ้น ฮึบๆ)

มันทำให้เอยคิดได้ว่า ถ้าลองเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยเลยมันทำให้เรารู้ว่าเราทำได้ หรือไม่ได้ เราชอบ หรือไม่ชอบมัน ทุกครั้งที่เอยได้รับงานใหม่ๆหรืองานที่ยากขึ้น มันทำให้เอยตื่นเต้นที่จะได้ทำ และถ้าวันนั้นพี่ๆ ไม่เชื่อในตัวเอย ทุกวันนี้เอยอาจจะยังไม่กล้าทำสิ่งๆ ใหม่เลยก็ได้

“ถ้าคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ เราก็จะทำไม่ได้อยู่อย่างนั้น ”

Level 2 : อัพเกรดอาวุธ

อาวุธของเอยในการฝึกงานครั้งนี้คือความรู้และประสบการณ์ ที่ในตอนแรกเท่ากับ 0 ทุกวันที่ได้มาทำงาน ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ แม้กระทั่งความผิดพลาดหรืออุปสรรคที่เราต้องเจอ มันคือสิ่งที่ช่วยให้เอยอัพเกรดอาวุธมาเรื่อยๆ ไม่มากแต่ว่าสม่ำเสมอ ค่อยๆ เก็บ ค่อยๆ คิด และแน่นอนค่ะ มันไม่มีขีดจำกัด :)

อีกสิ่งหนึ่งที่เอยคิดว่ามันสำคัญมากๆ คือ Feedback ในช่วงเวลาที่เอยทำได้ไม่ดี ไม่เต็มที่กับงาน พี่ๆ ในทีมได้ให้ Feedback กับเอยด้วยการพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่การดุ แต่เป็นการคุยกันด้วยเหตุผล ถามความสมัครใจว่าเราอยากไปต่อไหม ในตอนนั้นพูดตรงๆ เอยก็นอยด์เหมือนกัน ร้องไห้เลย แต่ที่พี่พูดมาทั้งหมดเอยเห็นด้วยทุกประการ และเอยไม่มีความรู้สึกโกรธพี่ๆ เลย สำหรับเอยมันทำให้เอยคิดได้ และนำเอาไปปรับปรุงตัวเอง และคิดว่าการให้ Feedback เนี่ย มันมีประโยชน์มากๆ ถ้าทุกคนรับฟัง เข้าใจและนำไปปรับปรุงตัวค่ะ

Level 3 : บางบททดสอบทำคนเดียวไม่ได้

ในการเล่นเกมจะมีบางเควสหรือดันเจี้ยน(ศัพท์คนติดเกม ฮี่ๆ) ที่ไม่สามารถลงคนเดียวได้ ต้องรวมทีมกันโดยที่แต่ละคนมีหน้าที่ต่างกันออกไป ก็เหมือนกับการทำงานตรงที่งานบางชิ้นเราอาจจะทำคนเดียวได้ไม่ดีเท่ากับทำกันเป็นทีม ซึ่งเอยชอบการทำงานเป็นทีมของที่นี่มาก ทุกอย่างเป็นระบบ ทุกคนแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เราทุกคนต่าง Support กันและกัน มีเครื่องมือช่วยเรื่องการตามงาน เช่น Trello หรือการทำ Scrum Meeting ในตอนเช้า มันช่วยได้จริงๆนะ มันทำให้งานที่ทุกคนช่วยกันลงมือทำลื่นไหลและผลลัพธ์ออกมาดีอย่างที่ตั้งใจไว้

จนถึงตอนนี้เอยได้เรียนรู้จากพี่ๆ มากมาย ว่าการทุ่มเทกับงานมันไม่ได้สูญเปล่านะ พี่ๆ เห็นในสิ่งที่เราทำเสมอ และอย่างน้อยเราได้พิสูจน์ตัวเองว่าสิ่งที่กลัวตั้งแต่แรก เราทำมันได้แล้วนะ การฝึกงานครั้งนี้ทำให้เอยได้คิดและอยากเปลี่ยนตัวเองมากขึ้น เป็นเพราะพี่น้ำหอมกับพี่ยิ้มเลยนะคะ ❤

สำหรับใครที่ยังกลัวและยังไม่กล้าทำสิ่งใหม่ เอยไม่สามารถบอกให้ทุกคนทำตามเอยได้ สิ่งที่บอกก็คือ..

ย้อนกลับไปอ่านประโยคแรกค่ะ :)

Writer By Ms. Lanlalit — MFEC PEOPLE