Creativity Matters ความคิดสร้างสรรค์ยิ้มมีได้ ทุกคนก็มีได้

นี่คือการเขียนบทความจริงจังแรกในชีวิตของยิ้ม แต่ยิ้มคงไม่ขอโทษนะคะถ้าเกิดว่ามันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ ก็มันไม่ใช่ความผิดของยิ้มสักหน่อย ใครๆก็ต้องมีครั้งแรกด้วยกันทั้งนั้น และถ้ามันจะสมบูรณ์แบบตั้งแต่แรก คงจะมหัศจรรย์ไปหน่อย ใช่มั้ยล่ะคะ? แต่สัญญาว่าจะพัฒนานะคะ :D

ยิ้มเป็นHRอยู่ที่บริษัท MFEC ค่ะ และเป็น HR ที่ไม่เหมือนชาวบ้านเค้าเลย ยิ้มไม่เป็นระเบียบ เป็นม้าดีดกระโหลก ไม่ถนัดงานเอกสาร เสียงดังโวยวายเก่ง และทำไมยิ้มถึงยังทำงานเป็น HR อยู่ที่นี่ได้หรอคะ น่าจะเป็นเพราะความแปลกของยิ้มนะ 5555

ต้องขอบคุณหัวหน้ายิ้มค่ะ ที่ให้โอกาสยิ้มได้ใช้ความแปลกให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ปล่อยให้สร้างสรรค์กิจกรรมในองค์กร วิธีการสื่อสารกับพนักงานต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ไม่เคยถูกปิดกั้นทางความคิด (มีบ้างที่อาจถูกควบคุมให้อยู่กับร่องกับรอย) อิสระทางความสร้างสรรค์ประมาณไหนหรอคะ

นี่ค่ะ เราอยากใส่วิกหัวฟูนี้ถ่ายรูป เป็นโปรไฟล์ใน Toppic MFEC Activity ใน Application ของบริษัทเรา(MPY) ก็ทำได้

เพื่อนๆคงมีความคิดว่า ทำไมเธอถึงมีความมั่นใจ ขนาดเอารูปตัวเองแปะในหัวข้อTopicได้ ? ยิ้มก็มีความคิดแบบนี้กับตัวเองอยู่บ่อยๆค่ะ 555 แต่สำหรับรูปนี้ที่เอารูปยิ้มมาใช้ เพราะคิดว่ายิ้มเป็นตัวแทนแห่ง Activity ได้ และอีกอย่าง เวลาใครๆเห็นหน้ายิ้ม ต่อให้เจออะไรเครียดๆมา ขำแน่นอน มั่นใจ! และนี่คือจุดประสงค์ของยิ้มเลยค่ะ เห็นหน้ายิ้มปุ๊ป Happy ปั๊บ

ล่าสุดความภาคภูมิใจของยิ้มคือ การได้เป็นเทพธิดาพิทักษ์การประชุม (ถามว่าใครแต่งตั้งให้? แต่งตั้งเองค่ะ>< )

https://www.youtube.com/watch?v=EyxNR754o8I&t=1s

งานนี้ยิ้มได้รับมอบหมายจากพี่อาร์มให้ทำ VDO ในเรื่อง Effective Meeting (การประชุมที่มีประสิทธิภาพ) เราต้องทำให้เรื่องที่มีสาระมาก (ซึ่งห่างไกลจากความยิ้มสุด) สร้างสรรค์ออกมายังไงก็ได้ให้คนสนใจ มันเข้าทางยิ้มมาก ไอเดียยิ้มผุดออกมารัวๆ ว่าจะทำยังไงให้เรื่องมีสาระนี้ คล้ายๆว่าจะไร้สาระ แต่คนดูแล้วได้สาระกลับไป (ไม่งงใช่มั้ยคะ) ยิ้มรักงานแบบนี้มาก ได้คิดContentเอง แสดงเอง 55555 เวลาที่ได้ทำVDO Contentต่างๆ เพื่อใช้สื่อสารในองค์กร จะรู้สึกมันส์ และฟินมาก ยิ้มโชคดีด้วยที่ได้อิสระในการคิดอะไรใหม่ๆได้เต็มที่

เอาจริงๆเป็น HR สมัยนี้ จะมานั่งทำงานติดโต๊ะ อยู่แต่กับเอกสาร ก็คงไม่ได้แล้วค่ะ ยิ้มว่าทักษะที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ HR ในยุคนี้ต้องมี คือ ความ Creative เพราะงานที่เป็น Routine ต่างๆ เทคโนโลยีมันสามารถทำแทนเราได้แล้ว ส่วนงานที่ต้องใ่ช้ความคิดสร้างสรรค์ยิ้มว่ายังไงคนก็ชนะเทคโนโลยีนะ (ณ ตอนนี้นะคะ) ยิ้มว่าถ้าเราไม่สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆให้กับองค์กร เราเองเนี่ยแหละจะโดน Disrupt

องค์กรต่างๆเองก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมาก เพราะหลายธุรกิจก็โดน Disrupt ด้วยปัจจัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของโลกใบนี้ อย่างที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินกันมาในเรื่องของ Digital disruption มีเทคโนโลยีเกิดขึ้นทำให้เกิด Business disruption หลายธุรกิจเหมือนกัน อย่าง MFEC เองเรากำลังอยู่ในช่วงที่กำลังทำ Transformation เหมือนกัน บริษัทฯต้องสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อนำมา ตอบสนองลูกค้าที่มีความต้องการไม่เหมือนเดิม(ลูกค้าก็ต้องการเทคโนโลยีเพื่อป้องกันการถูก Disrupt เช่นกัน) เพราะสิ่งที่เคยดีที่สุดในตอนนั้น อาจจะไม่มีประโยชน์แล้วในตอนนี้

Creativity Day วันความคิดสร้างสรรค์แห่งชาติ

ยิ้มเคยมีโอกาสไปงาน “ Creativity Day วันความคิดสร้างสรรค์แห่งชาติ ” แค่ได้ชื่องานก็พุ่งตัวแล้ว ยิ้มเริ่มมีความสนใจเกี่ยวกับงานด้าน Creative มาสักพัก จากตอนแรกรู้สึกว่ามันห่างไกลตัวมาก ไม่ได้เรียนด้านนี้มาด้วย ( ยิ้มจบรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ) และรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยเก่งทางด้านนี้เท่าไหร่ แต่ตั้งแต่มาทำงานเป็น HR ที่ MFEC ยิ้มดูในส่วนของการจัด Activity เพื่อขับเคลื่อน Core values ของ บริษัทฯ ( Passion ,Professional ,Teamwork ) เราต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ค่อนข้างเยอะ ไอเดียต้องมาตลอด เพราะถ้าเราไม่พยายามคิดสิ่งใหม่ เลือกทำในสิ่งเดียวกันกับที่เคยทำเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มันก็จะเชย และคงไม่เป็นที่สนใจของคนในปีนี้ แล้วสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารก็จะไม่เป็นผลสำเร็จ และยิ่งตอนนี้ยิ้มได้ทำในส่วนงาน Transformation & Branding เป็นส่วนงานใหม่ที่เกิดขึ้นใน HR ( ชื่อทีมเราก็เปลี่ยนเป็น People Excellence ) มันเกิดขึ้นจากการระดมสมอง และPassion ของคนในทีมด้วยนะ ภูมิใจกันสุดๆ เลยยิ่งต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์กันอย่างหนัก เพราะมันใหม่กับเรามากกกกกกกกกก แต่มันดีมาก เรามีโอกาสที่ร่วมสร้างแผนก รวมไปถึงการวาง Sytategies มันรู้สึกฟินมากตอนที่เราเห็นสิ่งที่เราคิดมันประสบความสำเร็จ และมันทำให้ยิ้มได้เรียนรู้ด้วยว่า

ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ อย่าบอกว่าตัวเองไม่เก่ง ไปทำลองทำก่อน
นี่จ้าสาวๆ ทีม People Excellence

กลับมาที่เรื่องงาน Creativity Day กันดีกว่าเผลอพรรณนาซะยาวเลย มีหัวข้อนึงที่น่าสนใจมาก ที่ยิ้มอยากจะเอามาแชร์ให้เพื่อนๆ เผื่อจะนำมาปรับใช้กับตัวเราเอง จนไปถึงใช้กับองค์กร คือ “ Creativity in Business Disruption ความคิดสร้างสรรค์เปลี่ยนแปลงธุรกิจ ”

คำถามในหัวข้อนี้ คือ ธุรกิจโดน disrupt ด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น Digital เราสามารถนำความ Creative มาเปลี่ยนแปลงธุรกิจได้ยังไงบ้าง ?

หลังจากที่ยิ้มได้ฟัง คุณภาวิต จิตรกร, Chief Executive Officer, GMM Grammy ทำให้ยิ้มได้ข้อคิดว่า

ถ้าโลกมันเปลี่ยนไปเร็วนักใช่มั้ย เราก็ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เร็วเหมือนกันสิ แค่นี้เราก็รอดแล้ว!

อย่างแกรมมี่ก็ต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนเป็น Music Company ผลิตเพลงอย่างเดียว ก็เปลี่ยนเป็น Content Provider ผลิต Content ผ่านสื่อดิจิตอลต่างๆ เช่น Youtube ,Facebook ,Line TV และก็ทำได้ดีมากด้วย เพราะแกรมมี่ถือเป็นผู้นำด้าน Digital content เลย

“ Disruption ไม่ใช่เรื่องประหลาด มันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตอนนี้เราขายเทปรวยอยู่ดีๆ เค้ามาบอกว่าจะเลิกผลิตเทปเปลี่ยนเป็นซีดี พอหันมาผลิตซีดี ตามมาด้วยปัญหาแผ่นผี แก้แผ่นผีเสร็จตามมาด้วย Music Streaming (การฟังเพลงออนไลน์ บน Application บทมือถือ แทบเล็ต หรือคอมพิวเตอร์)”

ยิ้มเคยกลัวการถูก Disruption มาก เพราะกลัวไม่มีงานทำ 5555555 กลัวว่าเทคโนโลยีมันจะสามารถมาทำแทนเราได้ทั้งหมด จนเราไม่สามารถสู้มันได้ และต้องพ่ายแพ้ไป แต่พอได้ฟังคุณภาวิต ยิ้มก็ไม่รู้สึกกลัวอีกเลย ดีซะอีกยิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจะได้บีบตัวเองให้พัฒนาอยู่เสมอ ซึ่งมันก็เป็นผลดีต่อเราเอง และก็โลกของเราด้วยนะ ถ้าทุกคนแข่งกันพัฒนาตัวเองจะมีอะไรเจ๋งๆเกิดขึ้นมาบนโลกให้เราตื่นเต้นกันอีกเพียบ ยิ้มว่ามนุษย์เราเก่งนะคะ เรามีความคิดสร้างสรรค์ คิดอะไรใหม่ๆได้ตลอด ถ้าอนาคตหุ่นยนต์มาทำงานแทนเราได้ทุกอาชีพ ยิ้มมั่นใจมากว่าหุ่นยนต์จะไม่สามารถมา Disrupt งานยิ้มได้แน่นอน

https://www.youtube.com/watch?v=kkh12Vtv_7g

บทเรียนที่น่าสนใจจากแกรมมี่อีกหนึ่งอย่าง ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง

“ ผมทำโฆษณามา 21 ปี เปลี่ยนมาเป็น CEO บริษัทเพลง ไม่เคยทำธุรกิจเพลงมาเลย ไม่มีต้นทุนทางด้านนี้เลย สิ่งที่เราได้เรียนรู้ก็คือ คนเรามีต้นทุนไม่เท่ากัน เป็นไปไม่ได้ที่คนในองค์กรจะรู้สึกว่าจะเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน เกิดมาคนละแบบ การศึกษาคนละรูปแบบ ความสำเร็จก็แตกต่าง

สิ่งแรกของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ โครงสร้างองค์กร ถ้าไม่มีก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรได้ เรามักจะ Jump to Solution คิด Product ใหม่เลย คำถามคือในองค์กรเหล่านั้น มีโครงสร้างรองรับการเปลี่ยนผ่านที่แข็งแรงแค่ไหน โครงสร้างองค์กรเป็นสิ่งที่ผมใช้เวลาในการคิดนานที่สุดมากกว่าการหาคำตอบทางธุรกิจ เพราะธุรกิจมันไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนผ่านได้ข้ามคืน โครงสร้างองค์กรก็เช่นกัน

และที่สำคัญก็คือ การวางโครงสร้างองค์กรเพื่ออำนวยโอกาสให้คนที่จะลุกขึ้นมาทำในเรื่องของอนาคต มีองค์ประกอบที่จะทำให้คนทำงานมีอิสระทางความคิดที่สุดแล้วหรือไม่”

ยิ้มเห็นด้วยอย่างมากกับองค์กรที่อยากเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับอิสระทางความคิดของพนักงาน แล้วจะพบว่า มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และเปลี่ยนโลกได้ อย่างที่ MFEC เรามี MFEC Incubator Program เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนทุกความคิดสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นโปรแกรมที่ปลุกไฟได้ดีมากๆ หลายคนออกจาก Comfort zone ได้เพราะโปรแกรมนี้เลย

ยิ้มอยากให้ทุกคนได้ปล่อยโอกาสให้ตัวเองได้ Creative อะไรใหม่ๆที่เราไม่เคยทำ ที่เคยคิดว่ามันยากมากสำหรับเรา เช่น แต่งเพลงซักท่อน ,ตัดต่อวิดีโอ ,ถ่ายรูป ,เป็นวิทยากรสอนเพื่อนๆในบริษัทฯ ..เวลาที่เราได้ทำเรื่องยาก จนมันสำเร็จ เราจะรู้สึกภูมิใจมาก และเวลาที่เราเจออะไรที่มันยากกว่าเดิม เราจะสู้กับมันมากขึ้น สนุกกับชีวิตมากขึ้น อย่างการเขียนบทความนี้ ตอนแรกก็คิดเหมือนกันว่าตัวเองทำไม่ได้ พอได้ลองทำ ก็รู้สึกว่า เห้ย เราทำได้นี่! (ถึงจะไม่ค่อยดีมาก) เริ่มต้นด้วยการมาเขียนบทความใน Medium เหมือนยิ้มก็ได้ค่ะ ยิ้มทำได้ ทุกคนทำได้แน่นอน!