พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Kyauk Htat Gyi Reclining Buddha
บ่ายวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2557 เราใช้เวลาสั้นๆไปเที่ยววัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Kyauk Htat Gyi Reclining Buddha) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า พระนอนตาหวาน เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในพม่า

วัดนี้ตั้งอยู่บนถนนชเวกองได (Shwe Gon Taing หรือ Shwe Gon Dine ตามคำอ่าน) เขตตามุย (Tamwe Township) ไม่ไกลจากดาวน์ทาวน์ย่างกุ้งเท่าไหร่ เรานั่งแท้กซี่ไป ซึ่งรถจะเข้าไปส่งถึงหน้าวิหารเลยทีเดียว ด้านนอกก็มีร้านขายของที่ระลึกสองสามร้าน ทางเข้าด้านนี้จะเป็นด้านที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มากันเพราะไม่ต้องเดินถอดรองเท้า กันมาแต่ไกล ลงรถปุ๊บ ก็สามารถเข้าวิหารได้ทันที
ก่อนเข้าตัววิหาร ก็ต้องถอดรองเท้าฝากไว้ด้านหน้าก่อน ที่วัดนี้มีข้อดีคือ ไม่มีคนมารุมขายของไหว้พระ มีเคาน์เตอร์ขายดอกไม้อยู่เพียงแผงเดียวเท่านั้น

ผ่านประตูเข้าไปก็เห็นพระนอนเจาทัตยีองค์ใหญ่และยาวมาก วิหารเป็นอาคารโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่โตรับองค์พระ องค์ใหญ่ชนิดที่กล้องทั่วไปไม่สามารถเก็บภาพทั้งองค์ได้ ขนาดกล้องฉันเลนส์ 25 มม. ยังไม่สามารถ คงต้องประมาณ 18 มม. อย่างไรก็ตาม ทางวัดก็ต้องเอาใจนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ก็เลยจัดพื้นที่สำหรับถ่ายรูปให้โดยเฉพาะ ต้องปีนบันไดขึ้นไปเล็กน้อย


พระนอนเจาทัตยีนี้ องค์ดั้งเดิมสร้างขึ้นในปี 1907 ต่อมาเสียหายเนื่องจากสภาพอากาศ จึงทำลายทิ้งในปี 1956 และสร้างขึ้นใหม่ในปี 1966 องค์พระยาวทั้งสิ้น 65 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าพระนอนที่เมืองหงสาวดี หรือบาโก องค์พระมีลักษณะแบบพระพม่าคือหน้าหวาน และที่โดดเด่นขององค์นี้คือตาหวาน สีสันหน้าตาตลอดจนสีเล็บสดใสทีเดียว อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาโดยละเอียดจะเห็นความประณีตของคนสร้างอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นรอยพับ การทับซ้อนของจีวร และที่งดงามเก๋มากคือลวดลายอักขระบนฝ่าเท้า



วัดพระนอนแห่งนี้ เป็นที่ศึกษาพระธรรมของพระสงฆ์ทั้งระดับต้นถึงระดับสูง มีพระสงฆ์พำนักอยู่ที่วัดนี้ถึงกว่า 600 คนทีเดียว นอกเหนือจากองค์พระแล้ว ตัวอาคารวิหารที่เป็นโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ก็เป็นที่น่าสนใจมาก ในสายตาคนวงการก่อสร้างแล้วช่างสวยงามจริงๆ



ขากลับเราเดินลงอีกด้านหนึ่งโดยเท้าเปล่า จนกระทั่งลงบันไดขั้นสุดท้ายจึงจะสามารถสวมรองเท้าได้ วัดนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชาวไทยอีกแห่งหนึ่ง เพราะพบเห็นป้ายภาษาไทยและคนขายของที่พูดภาษาไทยเชื้อเชิญได้หลายร้านทีเดียว
ถ้ามาย่างกุ้งแล้ว นอกจากชเวดากองกับเทพทันใจแล้ว พระนอนตาหวานแห่งนี้ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ควรมาชมอย่างยิ่ง
Originally published at www.space.is on December 13, 2014.