พาชมโครงการป่าในกรุง ปตท.

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ วันนี้เนื่องจากได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชม โครงการป่าในกรุง โดยบริษัท ปตท. พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ที่น่าจะทำให้เยาวชนคนไทยหันมาใส่ใจการปลูกป่าและอนุรักษ์ธรรมชาติมากขึ้น ก็เลยอยากจะเล่าประสบการณ์และความรู้สึกที่มีต่อที่แห่งนี้ให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ


ด้านหน้าทางเข้าโครงการ

จากสถานีรถไฟฟ้า ฺBTS อุดมสุข ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึงโครงการป่าในกรุงครับเมื่อเดินเข้าไปก็จะมีพี่ยามคอยต้อนรับอยู่ด้านหน้า ซึ่งก่อนเข้าชมโครงการต้องทำการลงชื่อก่อนนะครับ

จุดลงทะเบียนก่อนเข้าชมโครงการ

สิ่งแรกที่สร้างความประทับใจให้ผมคือเสียงไก่ขันครับ ขันดังจนผมตกใจไปเลย

น้ายามกับไก่แจ้

เดินเข้ามาหน่อย ทางด้านซ้ายมือจะเป็นทางเข้าตัวอาคารของโครงการนี้ครับ ตัวอาคารสร้างด้วยดินบดอัดเป็นกำแพงสูงประมาณ 6 เมตร แต่ละส่วนก็จะมีสีของดินที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งดินแต่ละสีก็มีแหล่งที่มาที่ไม่เหมือนกันด้วยครับ

ทางเข้าโครงการ

เมื่อเดินเข้ามาก็จะพบกับแพงสูงสองข้างขนาบข้างเราไว้ครับ ระหว่างทางมีนิทรรศการเมล็ดพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆที่ใช้ปลูกในโครงการครับ

นิทรรศการ Seed wall บนผนังดินบดอัด

เดินเข้าไปอีกนิดจะพบกับห้องโถงครับ ชื่อห้องโถงยางนา ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างห้องจัดแสดงนิทรรศการและห้องฉายภาพยนต์ครับ

โถงยางนา (ต้นไม้ด้านหลังผมคือต้นยางนานั่นเองครับ)

ในส่วนของห้องนิทรรศการและห้องฉายภาพยนต์จะมีการบรรยายจากวิทยากรเป็นช่วงๆครับ ซึ่งเมื่อใกล้ถึงเวลาทางโครงการจะจัดประกาศประชาสัมพันธ์ผ่านลำโพงให้ทุกคนมารวมตัวกันที่โถงยางนานี้ครับ

ป้านสัญลักษณ์ของโครงการเป็นรูปต้นยางนา3สี

สีฟ้า = เมือง
สีเขียว = ป่า
สีส้ม = มนุษย์

นี่คือคอนเซปต์ของโครงการนี้ครับ เมือง ป่า และมนุษย์ เป็นสิ่งที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ถ้ารู้จักปรับใช้ให้สมดุล

ภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการมีการเท้าความถึงสภาวะของโลกในยุคปัจจุบัน ความไม่สมดุลของสังคมเมืองและผืนป่าทำให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์ยากลำบากขึ้น อากาศร้อนและภาวะขาดน้ำ เป็นสิ่งที่ผู้คนต้องเผชิญในสังคมโลกยุคใหม่

ทุกเรื่องราวลำดับความได้น่าสนใจมากครับ วิทยากรที่บรรยายก็เป็นกันเอง คอยถามคำถามและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมนิทรรศการอยู่ตลอด

วิทยากรบรรยายให้ความรู้กับผู้เข้าชมนิทรรศการ

ถัดมาจากห้องจัดแสดงนิทรรศการก็จะเป็นห้องฉายภาพยนต์ครับ ซึ่งก็จะมีรอบในการจัดแสดงเช่นเดียวกัน ในส่วนนี้ผมไม่ได้เข้าไปชมเนื่องจากเวลาที่จำกัด น่าเสียดายมากครับ

ทางเข้าห้องฉายภาพยนต์

Roof Garden หรือ หลังคาเขียว หลังคาของตัวอาคารถูกประดับประดาด้วยพันธ์ไม้นานาชนิด

Roof garden และมุมมองด้านบน

ในส่วนของป่าธรรมชาติขนาด 9 ไร่ สามารถรับชมบรรยากาศโดยรอบด้วยเส้นทางเดินชมเรือนยอดหรือ SKY walk ระหว่างทางมีเสียงนกร้องได้บรรรยากาศป่าจริงๆเลยครับ ซึ่งทางโครงการมีร่มให้ยืมใช้ฟรีด้วยครับ

Sky walk

มาถึงส่วนที่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่ หอชมป่า หรือ Observation Tower จุดชมวิวความสูง 23 เมตร ที่จะทำให้เราเห็นบรรยากาศของโครงการโดยรอบ ตัวอาคารเป็นบันไดวนทรงกระบอก กว่าจะขึ้นมาด้านบนได้ก็เล่นเอาหอบอยู่เหมือนกัน

มุมมองบนหอชมป่า

นอกเหนือจากที่นำมาเล่าในที่นี้ ที่นี่ยังมีป่าสาธิตการปลูกพืชตามแนวชายฝั่ง และหลังคา PV Cell เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าเพื่อใช้ในโครงการด้วยนะครับ
*ที่นี่มีตู้กดน้ำดื่มและห้องน้ำไว้บริการด้วยครับ


สำหรับการเดินทางนั้นขามาผมเดินทางโดย BTS นั่งลงสถานีอุดมสุขต่อแท็กซี่ ค่าแท็กซี่ประมาณ 100 บาท ครับ ส่วนขากลับผมนั่งแท็กซี่ไปแอร์พอร์ทลิ้งสถานีบ้านทับช้างค่าแท็กซี่ประมาณ 70 บาท ครับ


สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมโครงการนะครับ ที่นี่เปิดทำการทุกวันยกเว้นวันจันทร์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 8.30–18.00น. หากต้องการสำรองที่นั่งและมีวิทยากรพาชมนิทรรศการเป็นหมู่คณะ จะต้องทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ ที่หน้าเว็บไซต์ป่าในกรุง

เรื่องการถ่ายภาพ สามารถเอาขาตั้งกล้องเข้าไปได้นะครับ การเก็บภาพความประทับใจทำได้ตามอัธยาศัย(ตอนผมโทรไปสอบถามเขาพูดแบบนี้เลยนะครับ) ยกเว้นถ่ายรูปพรีเวดดิ้งและรูปรับปริญญา(อันนี้พี่ยามหน้าประตูบอกมาครับ)


สอบถามเพิ่มเติม 02–136–6380 
และ www.pttreforestation.com
เรียบเรียงโดย : 10pawich