IoT Platform ในหลากหลายมุมมอง

ปัจจุบันมีบริการนับร้อยที่เรียกตัวเองว่าเป็น IoT Platform อย่างไรก็ตามแต่ละบริการมีคุณลักษณะ และมุมมองการให้บริการที่แตกต่างกันมาก ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะเปรียบเทียบว่าแพลตฟอร์มใดดีกว่าเจ๋งกว่ากัน เพราะมันจะกลายเป็นการเปรียบเทียบแอปเปิ้ลกับส้ม แล้วถ้าหากเราต้องการเลือกใช้แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ IoT ต้องทำอย่างไร จะเลือกอย่างไร บทความนี้ขอแนะนำปัจจัยเบื้องต้นในการพิจารณาเลือกใช้ IoT Platform

สาธารณะ หรือ ส่วนตัว

แพลตฟอร์มสาธารณะ คือแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้ทุกคนใช้ทรัพยากรของคลาวด์หรือเซิฟเวอร์ร่วมกัน โดยเบื้องหลังผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเป็นผู้จัดการขอบเขตสิทธิ์ไม่ให้การใช้บริการของผู้ใช้รายหนึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รายอื่น บริการลักษณะนี้มีค่าบริการที่ต่ำและส่วนใหญ่คิดค่าบริการตามการใช้งานจริง (pay-per-user)

แพลตฟอร์มส่วนตัวหมายถึงแพลตฟอร์มที่มีการกำหนดของเขตทรัพยากรของผู้ใช้แต่ละรายออกจากกัน เช่น แยกเซิฟเวอร์ แยกพื้นที่ดิสก์ แยกแบนด์วิดท์ที่ให้บริการลูกค้าแต่ละราย โดยอาจให้บริการบนเครื่องเซิฟเวอร์ภายในองค์กรของลูกค้า เรียกว่าบริการแบบ On-Premise หรือให้บริการบนเครื่องเซิฟเวอร์ที่ผู้ให้บริการดูแลให้ เรียกว่าบริการแบบ Off-Premise บริการแพลตฟอร์มส่วนตัวต้องจัดสรรและดูแลทรัพยากรแยกออกมา จึงมีต้นทุนการให้บริการสูงกว่าบริการแพลตฟอร์มสาธารณะ

เฉพาะด้าน หรือ เอนกประสงค์

IoT Platform มีทั้งแบบที่เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานเฉพาะด้านที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แต่ละเรื่องอย่างสมบูรณ์ เรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มสำเร็จรูปพร้อมใช้ เช่น Smart Home Platform, Smart City Platform, Industrial IoT Platform กับแพลตฟอร์มเอนกประสงค์ที่รองรับการใช้งานทั่วไป มีฟังก์ชั่นพื้นฐาน เช่น รับส่งเก็บข้อมูล มีความยืดหยุ่นสูง มีเครื่องมือพัฒนา (API หรือ SDK) ให้เรียกใช้เพื่อให้นักพัฒนานำไปปรับแต่งต่อเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชั่นเฉพาะด้านเอง

คุณลักษณะที่จำเป็น

นักพัฒนาส่วนใหญ่เลือกแพลตฟอร์มโดยพิจารณาจากสิ่งที่ต้องการใช้ ฟังก์ชั่นพื้นฐาน ของ IoT Platform ได้แก่ การจัดการการเชื่อมต่อ (Connectivity Management) การจัดการอุปกรณ์ (Device Management) การเก็บข้อมูล (Data Historian) การแสดงผลข้อมูลแบบกราฟฟิก (Visualization) การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ในบางแพลตฟอร์มอาจมีความสามารถอื่นเพิ่มเติม เช่น การสร้างรายงาน การอัพโหลดเฟิร์มแวร์เข้าอุปกรณ์ IoT ผ่านเครือข่าย (over-the-air update) หรือแม้กระทั่งเครื่องมือช่วยสร้างโมบายแอปพลิเคชั่น สำหรับแพลตฟอร์มรายใหญ่มักจะมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่มักแลกมาด้วยขั้นตอนการใช้งานที่ยุ่งยาก และรูปแบบค่าบริการที่ซับซ้อน

สำหรับมือใหม่หัดเล่น IoT ขอแนะนำให้ใช้ IoT Platform แบบสาธารณะที่รองรับการใช้งานเอนกประสงค์ เพราะจะมีค่าบริการต่ำและส่วนมากมีบริการขั้นต่ำที่ใช้ได้ฟรีโดยไม่จำกัดระยะเวลา ตัวเลือกในกลุ่มนี้ได้แก่ NETPIE ของเนคเทค ThingSpeak ของ MathWorks และ Azure IoT Suite ของไมโครซอฟต์


Originally published at blog.netpie.io on September 14, 2017. 
บทความตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 14 กันยายน 2560

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.