Scrum ยังไง ง่ายหรือยาก — 2

Apivadee Piyatumrong
Nov 3 · 2 min read

ยาวนานมากกว่าตอนสองจะมา

หายไปหมุนกับงานใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน อาจจะเป็นเพราะ mindset ที่ว่าเราต้องเรียนรู้ตลอดเวลาทำให้หยิบจับโน่นนี่แล้วลงลึกตลอด แต่ก็ได้อะไรเพิ่มมาเยอะเหมือนกันกับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ผ่าน Agile & Scrum วันนี้เลยตั้งใจมาย่อยให้ตัวเองตกผลึก และเผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคตเสียหน่อย

บทความที่แล้วดูจะเป็นโน้ตที่รำพึงรำพันที่มาที่ไป และ 4 สิ่งที่เราคิดว่ามันทำให้ Scrum ทั้งน่าสนใจ และเมื่อลองลงมือก็พบว่าเป็น 4 สิ่งที่ท้าทายเหลือเกิน (แปลว่าทำได้ยากนั่นแหละ) มาครั้งนี้เราไม่ look back ละ แต่เราจะมาว่ากันด้วยการปรับใช้ Agile Scrum ในทีมใหม่ที่มีกันอยู่ 4+1+2+1 กันซักหน่อย (ต้องรีบมาย่อยก่อนที่จะกลายเป็นทีมที่มีกัน 5+1+2+1 ^^)

ก่อนอื่น… เราไม่สอนว่าอะไรคืออะไรกับทั้งทีม

ทำไมล่ะ…

เพราะ หนึ่งเราคุยกันเสมอว่า คนในทีมอไจล์ คือกลุ่มคนที่ Self-organize, Active & Self-motivated ซึ่งบางทีมันก็ไม่จริงเสมอไป แต่ละคนก็ต่างมี character เป็นของตัวเอง เป้าหมายชีวิต เป้าหมายในทีมที่แตกต่างกัน

เพราะ สองเราเข้าใจกันเสมอว่า ก่อนเริ่มงาน คนในทีมอไจล์ทุกคนมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน… ซึ่งบางทีมันก็อาจจะยังไม่จริง หรืออาจจะมีชั้นของข้อมูลที่ยังแตกต่างกันอยู่บ้าง

เพราะ สามเราอยู่ในองค์กรที่มีลำดับขั้น โครงสร้างที่ซับซ้อนตามโลกแห่งความเป็นจริงหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม (มานานมากแล้ว) และแน่นอนว่าทุกคนอาจะมี (หลาย) หัวโขนที่ถูกสมมุติให้แบกรับอยู่

ดังนั้น…การคิดที่จะปรับใช้ Scrum มันเริ่มตั้งแต่ว่า
“เมื่อไร — เราจึงจะเริ่มทำ — บางสิ่ง — สอนบางอย่าง — และชวนคุยบางเรื่อง”

When is the right moment and what content is just right for the team (at time t).

กระบวนการที่ว่านี้ เกิดขึ้น และดำเนินไปในแบบที่ทำให้เรานึกถึง “การอยู่กับปัจจุบัน” อย่างมาก เพราะชุดความรู้เก่า อาจใช้อ้างอิงไม่ได้อีกแล้วในระดับสัปดาห์ (หรือ Sprint)… ไม่ว่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับภายนอก และภายในของบุคคลในทีม

ในเมื่อ Environment setting นั้นมีความเป็นพลวัติสูงระดับนี้ (Dynamic System) สติก็ได้ดึงเรากลับมาที่ความเป็น Agile & Scrum Framework… ใช่แล้ว เพราะมันคือ Framework หากเราอยู่กับปัจจุบันโดยยืดหยุ่นในทุก ๆ ความเป็นจริง ข้อจำกัดคือสิ่งสมมุติที่ถูกชี้แจงออกมาว่าเป็น “เงื่อนไข” ณ Sprint backlog planning สิ่งที่เรา Measure คือ การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นของทีม ทั้งในรูปของ role /artifact / behavior และ ambient / temperature แน่นอนว่ารวมไปถึง output ที่วิ่งเข้าหาเป้าหมายของทีม

เรื่องเป้าหมายนี้ยังต้องคุยกันอีกยาว เพราะเป้าหมายมีหลายระดับ ทั้งที่จับต้องได้ และยังจับต้องไม่ได้ แถมเป้าหมายยังขึ้นกับว่าเราพูดกันในบริบทไหน หรือกับ stakeholder กลุ่มไหนอีก การจะทำให้ทีม ได้รับความโปร่งใสในเรื่องนี้ ไม่เพียงแต่ Scrum Master แต่ทั้ง PO และ CEO ก็ต้องจริงใจใน Agile implementation ด้วย — ถือว่าเป็นการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ภาพนึงเลยทีเดียว

ร่ายยาวมาทั้งหมดนี่คือสภาพความเป็นจริง environment จริง ที่เรากำลังนำพา agile & scrum เข้ามาสู่ เราไม่ look back ว่าจะต้องมีอะไรก่อน แต่เราเดินไปข้างหน้า แก้ไขที่ละจุด ทั้งประนีประนอม ยืนยันคัดค้าน หนักแน่นในหนทาง ด้วยเป้าหมายให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในเนื้องาน และการพัฒนาบุคลากรของทีม ผ่านมา 8 เดือนหลังจากเริ่มทำเต็มกำลัง ถ้าจะให้สรุป ณ วันนี้คือ

  1. เราไม่มี Product Owner… และทีมค่อนข้างบอบช้ำจากการขาดบทบาทนี้ หรือพูดให้ถูกในอีกมุมนึงคือ Scrum Master นั้นช้ำ เพราะต้องรับผิดชอบสองบทบาทในคนเดียว แถมในหลายๆเรื่อง Scrum Master ไม่สามารถ justify ได้ว่าอะไรคือ Priority จริงๆ ใช้สัญชาตญาณกันไปด้วยประสบการณ์ และความถ้อยทีถ้อยอาศัยของพี่น้องครอบครัวเรา ( Trust)
  2. เมื่อไม่มี Product Owner การสื่อสารเพื่อสร้างผลงานที่ตอบโจทย์ ตรงจุด ไม่เปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ และสร้างคุณค่าในงานที่ทำของสมาชิกในทีม — บกพร่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับและปรับแก้อย่างต่อเนื่องในขั้นถัดไป
  3. Dev team สามารถส่งมอบงานได้ดีกว่าเดิมตั้งแต่เข้าเป็น Scrum team ผลลัพธ์เห็นได้จากปริมาณ “ของที่เสร็จและใช้ได้” การสื่อสารการทำงานที่ต้องทำร่วมกันเกิดการวางแผน และปฏิบัติตามแผนก่อนดำเนินการ มีการหารือร่วมค้นหาความต้องการที่ถูกต้อง มองเห็นลูกค้าภายใน เห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น เพราะเริ่มคิดถึงว่าขั้นตอนต่อไปต้องใช้อะไร และเริ่มมองเห็นว่าขึ้นตอนก่อนหน้า ควรเตรียมอะไรไว้ เพื่อให้งานเดินต่อได้จริง ๆ และสำหรับข้อนี้ เราตอบตัวเองได้แล้วว่าเราประสบความสำเร็จใน phase แรกของการนำ Agile & Scrum เข้ามาใช้ เพราะไม่ใช่เพียงแค่การส่งมอบงานได้ สำหรับเราทีมคือครอบครัวด้วย และเมื่อครอบครัวพัฒนาตัวเอง นี่คือสิ่งมีค่า ที่ยิ่งใหญ่
  4. Dev team ไม่ได้ทำแค่ Development แต่ทำ research, data analytics, IT support, IT development, admin, business development, outsourcing, policy making และการสร้างความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ

ครั้งหน้าจะมาบันทึกกับประสบการณ์ทำทีม Scrum ที่มีฟังก์ชัน non-IT รวมไปถึงการที่มีคนที่เป็น non-IT อยู่ด้วย

NECTEC

Knowledge Sharing from NECTEC

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade