How Many Promises Do You Have?

เราทุกคนใช้ชีวิตอยู่บนความคาดหวัง

  • ฟีเจอร์ที่ต้องทำ
  • บั้กที่ต้องแก้
  • มีตติ้งในปฏิทิน
  • อีเมล์ที่ต้องตอบ
  • เบอร์โทรศัพท์ที่ต้องกด
  • รายงานที่ต้องส่ง
  • เวปไซต์ที่ต้องอัพเดท
  • เพื่อนร่วมทีมที่ต้องดูแล
  • รายได้ที่ต้องหามา
  • ลูกค้าที่ต้องหาเพิ่ม
  • งานเลี้ยงที่ตอบตกลง
  • บล็อกที่ต้องเขียน
  • โรงยิมที่ต้องเข้า
  • อาหารดีๆที่ต้องกิน

ในแต่ละวันเรามีเรื่องให้รับผิดชอบมากมาย แค่ทำให้จบๆไปก็เป็นภาระหนักด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว แต่ด้วยคำมั่นสัญญาที่เราให้ไว้ (อย่างรู้ตัวและไม่รู้ตัว) กับตัวเองและคนรอบข้างว่าเราจะไม่ใช่แค่ทำมันแต่จะทำมันให้ดีที่สุด

  • ฟีเจอร์ที่ต้องทำ — ต้องดีมีคุณภาพสูง
  • บั๊กที่ต้องแก้ — ต้องเรียบร้อยไร้ปัญหาตามมา
  • มีตติ้งในปฏิทิน — ต้องเข้าครบทุกครั้ง
  • อีเมล์ที่ต้องตอบ — ต้องกระชับอ่านง่ายตรงประเด็น
  • เบอร์โทรศัพท์ที่ต้องกด — ต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้ในทุกสถานการณ์
  • รายงานที่ต้องส่ง — ต้องสวยดูดีและตรงความต้องการ
  • เวปไซต์ที่ต้องอัพเดท — ต้องทันสมัยกว่าใคร
  • เพื่อนร่วมทีมที่ต้องดูแล — ต้องเต็มที่และเต็มใจ
  • รายได้ที่ต้องหามา — ต้องทะลุเป้า
  • ลูกค้าที่ต้องหาเพิ่ม — ต้องคุณภาพสูงและซื่อสัตย์
  • งานเลี้ยงที่ตอบตกลง — ต้องไม่พลาด
  • บล็อกที่ต้องเขียน — ต้องได้เรื่องได้ราว
  • โรงยิมที่ต้องเข้า — ต้องสม่ำเสมอและมีวินัยสูงสุด
  • อาหารดีๆที่ต้องกิน — ต้องวันละสามมื้อ

ความยากและความกดดันจะหนักขึ้นเป็นสองเท่าจนอาจจะทำให้เราเสียหลักเสียการควบคุมได้ตลอดเวลา ภาระหนักทางกายและที่สำคัญกว่า … ภาระหนักทางใจและทางจิตวิทยา

คำถามคือจำเป็นมากแค่ไหนที่เราต้องทำทุกอย่าง

คำถามคือจำเป็นมากแค่ไหนที่เราต้องทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดเสมอ

ผมคิดว่าไม่จำเป็นถึงขนาดนั้น คนเรามีเบื่อมีเหนื่อยหมดกำลังใจกันได้ทั้งนั้น คนเราทำผิดพลาดได้ตลอดเวลา และไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบชนิดที่สามารถทำทุกอย่างได้ดีที่สุดเสมอ

สิ่งที่จำเป็นกว่าคือเราต้องรู้ข้อจำกัดของตัวเอง เราต้องรู้สถานการณ์ของตัวเอง เราต้องหมั่นสังเกตตัวเองว่าตอนนี้เราตั้งความหวังและให้คำมั่นสัญญามากเกินไปรึเปล่า

สิ่งที่จำเป็นกว่าคือเราต้องเลือกที่จะจำกัดจำนวนความคาดหวังและคำมั่นสัญญานั้นเพื่อการสร้างผลงานที่ดีที่สุดในเรื่องที่สำคัญที่สุด

สิ่งที่จำเป็นกว่าคือการที่เราต้องให้อภัยตัวเองและคนรอบข้างถ้าเราและเค้าไม่สามารถทำได้อย่างที่พูดไว้ในบางครั้ง … เพราะนั่นคือมนุษย์และนั่นคือชีวิต

คิดและเขียนคือสิ่งที่ผมชอบ แบ่งปันคือสิ่งที่ผมรัก เพราะแบบนี้ทุกวันผมเขียนเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริง จากประสบการณ์ จากแนวคิด จากอนาคตที่ดีผมมองเห็น และทุกอย่างที่ผมประยุกต์ใช้เพื่อสร้างให้อินเท็นติกเป็นบ้านที่น่าอยู่ บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆที่สร้างความแตกต่างในสังคมได้ — มันน่าภูมิใจที่ผมรู้ว่า … ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวที่อยากเห็นการพัฒนา :)

Inthentic On Facebook | Inthentic On Twitter | Inthentic On Instagram

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Piyorot’s story.