We Should Be Lazier This Year

ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่รับได้ถ้าเราจะมีความขี้เกียจอยู่ในตัว (ผมเชื่อว่าทุกคนมี) ความขี้เกียจอาจฟังดูแย่เหมือนเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ แต่ถ้าเราเลือกใช้มันอย่างถูกต้องมันอาจจะเป็นอาวุธลับให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผมเป็นคนขี้เกียจเพราะผมมักหลีกเลี่ยงการทำงานที่ผมคิดว่ามันไม่เกิดประโยชน์หรือไม่คุ้มค่าต่อการลงแรงในวันนี้ ที่น่าแปลกคือผมเจองานประเภทที่ว่านี้อยู่เรื่อยๆ บางครั้งมากกว่างานที่สร้างประโยชน์ด้วยซ้ำ

เพราะผมขี้เกียจ … ทุกวันนี้ผมทำงานไม่ถึงหกชั่วโมงต่อวันและบางวันก็ไม่ได้ทำอะไรเลย (ฟังดูแย่จริงๆด้วย)

แต่เพราะผมขี้เกียจอีกนั่นแหละที่ทำให้ผมสามารถทำงานที่ผมคิดว่าสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลงานออกมาดีขึ้น และไม่เคยทำงานไม่ทัน … มีแต่จะทำงานเสร็จก่อนเวลา

เพราะพวกเราทุกคนมีเวลาเท่ากันที่ 24 ชั่วโมง คนที่ใช้มันได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดคือผู้ที่จะได้รับโอกาสที่ดีกว่า มันเลยเป็นที่มาของคำปลอบใจของผมเองว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะขี้เกียจทำงานบางประเภทเพื่อเก็บเวลาไว้ทำงานที่สำคัญกว่าอีกหลายประเภท

แต่ละคนแต่ละองค์กรมีนิยามของคำว่างานสำคัญกับงานจิปาถะต่างกันออกไป เราควรต้องพินิจพิจารณากันอย่างจริงจังสักครั้งว่าอะไรที่จำเป็นและอะไรที่ไม่จำเป็น

เราควรกล้าตั้งคำถามกับตัวเองตรงๆว่าเรากำลังขยันแบบผิดทิศผิดทางรึเปล่า

เราควรกล้าท้าทายอย่างสุภาพต่อคนสั่งงานว่า … เรื่องนี้จำเป็นจริงหรือ


สวัสดีปีใหม่ … มนุษย์ผู้ขี้เกียจทุกคน 🎉🎊


คิดและเขียนคือสิ่งที่ผมชอบ แบ่งปันคือสิ่งที่ผมรัก เพราะแบบนี้ทุกวันผมเขียนเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริง จากประสบการณ์ จากแนวคิด จากอนาคตที่ดีผมมองเห็น และทุกอย่างที่ผมประยุกต์ใช้เพื่อสร้างให้อินเท็นติกเป็นบ้านที่น่าอยู่ บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆที่สร้างความแตกต่างในสังคมได้ — มันน่าภูมิใจที่ผมรู้ว่า … ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวที่อยากเห็นการพัฒนา :)

Inthentic On Facebook | Inthentic On Twitter | Inthentic On Instagram

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.