Kimi no Na wa. หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ (ที่ช่างค้างคาใจ)

พอดีวันนี้ได้ไปดูหนังอนิเมะมาครับ ชื่อเรื่องก็ตามหัวข้อเลย Kimi no Na wa หรือชื่อเรื่องไทย หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ ใครที่ยังไม่ไปดูก็ …….. ไม่เป็นไร เราบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว แต่มันดีจริงๆนะ :D แนะนำเป็นตัวเลือกนึงเลย

ที่ไปดู ไม่ใช่อะไรอื่น เพราะไปดูฟรีมา จากงานเลี้ยงของ Blognone นั่นเอง (ค่าไปดูแพงกว่าไปดูเองอีก) แต่ไม่เป็นไร เราชอบของฟรี ขอขอบคุณทาง Blognone มาด้วยนะครับ :)

ตั๋วฟรี ดีจริงๆ

จริงๆหนังเรื่องนี้ออกมานานพอดู แต่ก็พึ่งเข้าโรงหนังในไทยไม่นานนี้เอง ตอนแรกที่รู้จักก็คือเพราะเพื่อนเรามันโหลดมาดู (แต่พอเข้าโรงมันก็ไปดูในโรงนะ อย่างว่า หนังในโรงมันฟิลดีกว่าอยู่แล้ว )แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไร เวลาผ่านไปจนถึงช่วงนี้ ในตอนแรกๆที่หนังเข้ามาก็เข้าโรงหนังมาน้อย คนใน Facebook ผมก็บ่นๆว่าน่าจะน้อยตามเดิม เพราะคิดว่าคนทั่วไปคนคิดว่าเป็นหนังการ์ตูนธรรมดา แต่พอมีคนบอกปากต่อปากว่าดีจริง ก็เพิ่มจนมีทุกโรง คนเยอะเกือบทุกรอบ และรายได้ก็ขึ้นไปเรื่อยๆจนจะแตะ 50 ล้านบาทแล้ว (19.11.16)

เยอะมาก ถ้าไม่นับพวกอนิเมะ Mass มากๆ เช่น โดราเอมอน

ส่วนตัวเป็นคนชอบดูหนังหรืออนิเมะที่ ถ้ามีความรักแสดงออกอยู่ในตัวหนัง ก็อยากให้มันจนแบบโรแมนซ์หน่อย ไม่ใช่จบแบบไม่รู้จักกันอีกเลย ไม่ก็คนที่รักตาย แนวๆนั้นนี่ไม่ชอบอย่างแรก แต่ตอนแรกก็ไม่รู้ไงว่าหนังแนวนี้จะจบแบบไหน ทำไงได้ครับ …..

“อ่านสปอยแม่ง!”

อ่านซัก 2–3 กระทู้ คืออ่านสปอยแบบละเอียดเลยนะ ใครทำอะไร ที่ไหน เรื่องผูกกันยังไง ทั้งคู่จะได้กันมั้ย (อันนี้คงต้องวาดโดจินกันเอง) หลังจากอ่านก็รู้สึกโอเคกับหนัง เลยตัดสินใจไปดู ก็พบว่าโอเคจริงๆ ถึงแม้ว่าจะอ่านสปอยมาแล้ว แต่การที่ได้มาดูด้วยตาตัวเองมันเยี่ยมกว่าจริงๆ ทั้งภาพ เสียง บรรยากาศที่อธิบายไม่ได้ในตัวหนังสือ และอื่นๆอีกมากมาย การเล่าเรื่องที่เฉลยในตอนแรกๆเลย แล้วค่อยๆผูกปม คลาย แยกออก (ปะ?) การสร้างความผูกพันกันระหว่างนางเอกและพระเอก บางคนก็คิดว่า มันจะรักกันได้ยังไง แต่ พรหมลิขิตก็คือ พรหมลิขิต ครับ

“พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด
ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ” เพลงนี้มันเข้าจริงๆ

ตอนจบหนังก็ดีจริง จบเปิดแบบปิดดี คือจบว่าทั้งสองคนยังได้รู้จักกัน แต่ก็ไม่รู้จะสานต่อกันแบบไหน (ครับ ไปจิ้นกันเองนะ) ทั้งคู่รอด ครับ แค่นั้น แต่บางอย่างมันไม่จบไง อยู่ดีๆทำไมไม่รู้ ก็เกิดความรู้สึกเหงาๆในตัวเองขึ้นมาซะงั้น ในตอนแรกก่อนที่มาดู ก็เห็นคนเขาคุยกันว่า นี่มันหนังสำหรับคนมีคู่ไปดูนี่หน่า ไอเราก็คิดว่า มันเหมาะกันตรงไหนว่า ดูแล้วไม่น่าเป็นหนังรักขนาดนั้นได้ แต่พอดูจบจริงๆ มันทำให้เราอยากมาคนอยู่ข้างๆกายเราจริงๆ อยากมีใครซักคนที่มีความผูกพันกันเรา ใครซักคนที่ทำให้เรายังคิดถึงอยู่ในใจ ไม่หายไปไหนไกล อันนี้มันเป็นความรู้สึกหลังดูหนังเรื่องนี้จบ ไม่ใช่ระหว่างดูแล้วเกิดขึ้นมา ตัวหนังดี แต่ทำให้เราคิดต่อไปได้เตลิดเปิดเปิงจริงๆ ใครมีตังค์เหลือ ซื้อแผ่นแบบบลูเรย์ Full HD เถอะครับ การดูหนังแบบนี้ในความละเอียด 480p เป็นอะไรที่เลวร้ายมาก (ไม่ได้ฟิลลิ่งอะไรเลย)

สุดเหงามากครับ คนไม่มีคู่ไปดูแม่งเหงาสัสๆ

ไม่รู้ว่าไอความรู้สึกเหงาๆนี่มันจะหายไปตอนไหนนะ คือพอมาเปิดเพลงใน Spotify ทำให้ความรู้สึกตอนดูหนังกลับมา > เหงากว่าเดิมอีก 5555 (ในเลข 5 มีน้ำตาซ่อนอยู่) สำหรับตัวเพลงแต่งมาเพราะมากเหมือนกัน คงฟังได้เพลินๆตลอด ใครที่สนใจฟังก็

หาซื้อได้ใน iTunes นะครับ https://itunes.apple.com/th/album/your-name./id1141763312

Apple Music https://itun.es/th/-a-Zfb

Spotify ก็ตามนี้ครับ https://open.spotify.com/album/3qNUgzsX6eVSsXHX3B7uHA

ส่วนใครไม่มีตังค์แม้จะจ่ายอะไรเลย ก็ตามใน Youtube เลยครับ จริงๆเหมือนชื่อเพลงจะสปอยเนื้อเรื่องไปในตัวอยู่แล้วนะ ถ้าใครแปลออกอะนะ

ครั้งนี้ก็คงบ่นไว้เท่านี้แหละครับ ขอบคุณทุกๆคนที่หลงเข้ามาอ่านด้วยนะครับ บะบายๆ

“อีกสักนิด เพียงแค่อีกสักนิด อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น อีกสักนิด เพียงแค่อีกสักนิด เราอยู่เคียงข้างกันให้นานกว่านี้อีกสักนิดได้ไหมนะ”

ปล. ใครอยากรู้ว่าทั้งคู่จะได้กันมั้ย ไปอ่านต่อได้ตามเพจต่างๆที่แปลไทยไว้ หรือไม่ก็ใน Pixiv ก็ได้นะครับ (ปรับเป็น R-18 จะได้บรรยากาศดียิ่งขึ้น) (ใน Ex ไม่ค่อยมีไม่ต้องไปดู)

ปล2.พระเอกใช้ iPhone6 หรือ iPhone6s นางเอกใช้ iPhone5 ในสมัยที่ทั้งคู่เรียนอยู่ ตอนจบน่าจะ iPhone9 แล้วมั้ง ไร้ขอบจอขนาดนั้น

ปล3.ไม่ชาร์ตมือถือกันหรอ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.