สวยเพื่อใคร

มีไอดอลกวางคนนึงที่เป็นครูสอนพิลาทีสออนไลน์ เค้ามักพูดถึงประเด็นเรื่อง body shaming บ่อยๆ (การต่อว่าปมด้อยทางด้านร่างกายของผู้อื่น) เนื่องจากเค้าเป็นคนที่อวบหน่อยๆ ไม่ได้มีซิกแพ็กเหมือนครูพิลาทีสทั่วๆ ไป แม้จะออกกำลังกายเยอะ แต่เค้าเป็นครูที่เก่งมาก เป็นคนที่สร้างบันดาลใจได้อย่างดีเยี่ยม และเป็นคนมีอารมณ์ขัน (กวางไม่ได้คิดเองคนเดียว www.greatist.com โหวตให้เค้าเป็น Top 3 จากลิสต์ The 100 Most Influential People in Health and Fitness ด้วย)

แต่ด้วยหุ่นที่ไม่ได้เพอร์เฟ็คในสายตาสังคมนิยมของเค้าทำให้คนหลายคนเกิดคำถาม หรือเอาเรื่องหุ่นของเค้าไปพูดในทางไม่ดีบ่อยๆ

กวางฟังเค้าออกมาพูดเรื่องนี้หลายครั้ง ทำวิดิโอตอบก็แล้ว เขียนก็แล้ว กวางก็ยังงงอยู่ดีว่ามันมีคนที่เอาเรื่องแบบนี้ไปว่าด้วยเหรอ เพราะกวางก็เป็นคนนึงที่ไม่ได้สนใจหุ่นเค้าด้วยซ้ำ ถ้าใครได้ดูเค้าสอนจะรู้เลยว่าความเก่งของเค้ามันไปไกลกว่าเรื่องนี้มาก จนทำให้งงว่าคนที่ออกมาว่าเค้าเนี่ยเค้าดูอะไรกันหนอ

อาจจะเพราะปกติกวางไม่เคยโดนเรื่อง body shaming มาก่อน (จริงๆ อาจจะมีก็ได้แต่ไม่รู้ตัว) แต่วันนี้เจอเรื่องทำนองเดียวกันเลยได้มานั่งพิจารณาดู (ไหนดูซิ มาลองเป็นเหมือน Cassey Ho สักวัน) วันนี้โดนคนทักว่าหน้ามีกระฝ้า และริ้วรอย แนะนำให้เราไปทำเลเซอร์เพื่อลดรอย (คนทักเป็นคนดีแน่นอน อันนี้ออกตัวให้ก่อน)

กวางก็ขอบคุณไปตามมารยาท แต่พอกลับบ้านมาก็มานั่งสงสัยว่า เอาจริงๆ ถ้ามีคนทักเรื่องนู้นเรื่องนี้ แล้วเราเป็นคนไม่มั่นใจ หรือไม่พอใจในตัวเองเราต้องวิ่งไปทำทุกอย่างหรือเปล่าหนอ

ถ้าเค้าบอกว่าเรามีหนวด เราต้องไปเลเซอร์ออกมั้ย

ถ้าเรามีสิว เราต้องไปกดสิวมั้ย

ถ้าเรามีขนขา เราต้องไปเลเซอร์ทุกเดือนมั้ย

ถ้าผมเราไม่สวย เราต้องไปยืดตรงหรือดัดทำสีมั้ย

ถ้าฟันเราไม่ตรง เราต้องไปดัดมั้ย

ถ้าขาเราอ้วน เราต้องไปดูดออกมั้ย

ถ้าอกเราเล็ก เราต้องไปทำมั้ย

กวางว่ามันเป็นเรื่องเดียวกันหมด ความคิดของผู้อื่นที่มีต่อตัวเรา หรือแม้แต่การทักที่มาจากความหวังดี ส่งผลกระทบได้มากถ้าใจเราไม่แข็งพอ บางคนอาจจะหมองไปเลย บางคนอาจจะเสียความมั่นใจ จนต้องไปหาเงินหาทองมาทำตัวให้สวยขึ้นเพื่อเรียกความมั่นใจคืน

สุดท้ายคือเราจะเปลี่ยนแค่ไหนถึงจะพอใจ แน่นอนว่าถ้าเปลี่ยนทั้งหมดคงได้โรคจิตเภทบางอย่างแถมมาด้วยแน่ๆ แต่ถ้าเป็นคนที่มีความมั่นใจสักหน่อย รักและยอมรับตัวเองได้ในแบบที่เป็นอยู่ ก็ไม่มีปัญหาอะไร หรือถ้าเราพิจารณาดูตามเหตุผลแล้วพบว่าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจเป็นผลดีกับตัวเรา ทั้งในเรื่องทัศนคติที่มีต่อตนเอง หรือส่งผลดีต่อสุขภาพของเรา เราก็ควรค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนแปลงไป

สิ่งสำคัญคือ เราต้องยอมรับตัวเองให้ได้ว่าตัวเราคือ work in progress (ผลงานที่ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา) และเราก็สามารถรักตัวเองได้เดี๋ยวนี้ โดยที่ไม่ต้องรอความสมบูรณ์แบบ เพราะตัวเราที่ไม่สมบูรณ์แบบก็คือส่วนหนึ่งของความเป็นเรา ผู้ซึ่งสมควรได้รับความรักและการให้อภัยมากที่สุด

เราทุกคนมีความสวยในแบบของเราเอง และเอาจริงๆ มีคนอีกมากมายที่ช่างน่ารัก มีเสน่ห์ อ่อนน้อมถ่อมตนจนเราประทับใจ โดยที่เราไม่ได้ใส่ใจเลยว่าเค้าแต่งตัวยังไง หน้าตาเป็นยังไง เช่นนั้นแล้วเราควรจะเอาเวลาไปพัฒนาคุณสมบัติเหล่านั้นในตัวเรา มากกว่าที่จะเอาเวลามานั่งหาหมอทำจมูกที่เก่งไม่ใช่เหรอ อะไรคือสิ่งที่สำคัญ?

สุดท้ายไอดอลของกวางคนนั้นเค้าหยุดรับฟังเสียงเหล่านั้น และหันกลับมาฟังเสียงภายในของตัวเอง กวางดีใจที่เค้าไม่ได้ทุ่มเทเวลาเปลี่ยนแปลงตัวเองมากมายเพื่อคนที่เค้าไม่รู้จัก แต่หันกลับมารักและยอมรับตัวเองในแบบที่เป็นอยู่

เค้าเอาเวลาเหล่านั้นมาพัฒนาคุณค่าในตัวเอง สร้างคุณค่าให้กับงาน สร้างความสุขและกำลังใจให้ผู้อื่น เค้ากลายเป็นคนที่สวยที่สุด น่ารักที่สุด (ในใจกวาง) มั่นใจที่สุด และมีหัวใจที่ดีงามจนเราไม่แคร์เลยว่าเค้าจะใส่เสื้อผ้าไซส์อะไร เพราะทั้งหมดที่เป็นเค้า มันกลายเป็นความสวยในแบบของเค้า ที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้

คราวหน้าถ้าเจอใครทักเรื่องอะไร หยุดคิดสักนิดนะคะ ว่าเราจะสวยเพื่อใคร ❤

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.