Product Manager Survey

A Day In The Life of A Product Manager — Looking Through A Survey Result

อ่านเจอบทความหนึ่งที่พูดถึงผลสำรวจที่ได้จาก Product Manager กลุ่มหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานของพวกเค้าครับ น่าสนใจดี ขอเล่าสู่กันฟัง


การสำรวจนี้ชื่อ Product Management Insights 2015 จัดทำโดย alpha-ux.co ครับ … มี Product Manager ที่มาจากทั้งบริษัทเล็กและบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม Fortune 500 ให้ความร่วมมือตอบคำถามทั้งสิ้น 106 คน

จำนวนโปกดักส์ที่ดูแลรับผิดชอบในช่วงเวลาหนึ่งๆ

Credit: alpha-ux.co

ผลสำรวจบอกว่าส่วนใหญ่ Product Manager จะรับผิดชอบโปรดักส์สามตัวในเวลาหนึ่งๆ … แต่ก็ไม่น้อยที่ดูแลมากกว่าสิบตัว … ทำไปได้ไงวะ ฮ่าๆ

เวลาหนึ่งวันหมดไปกับอะไรบ้าง?

Credit: alpha-ux.co

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนบอกว่า “วันๆฉันอยู่แต่ในห้องประชุม” แต่ก็ยังมีเวลาให้คิดเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Work) เยอะพอสมควรนะ เอ๊ะ แล้วตัวเราหละมีเวลาให้กับเรื่องนี้มั้ย? … สำคัญนะ

ความท้าทายและอุปสรรคที่เจอ

Credit: alpha-ux.co

กระบวนการทำงานภายในนี่นำโด่งมาเลยนะครับ (39%) อาจจะเป็นไปได้ว่าเกิดความไม่สมดุลระหว่าง “Do Whatever You Want” — “อยากทำอะไรก็ทำ” (มันยืดหยุ่นจนไร้ระเบียบการทำงานก็ยาก) และ “Do Everything as I say” — “ทำตามที่ฉันกำหนดทุกอย่าง” (ไอ้นี่ก็เคร่งเกิน ขยับไม่ได้ หนีไม่ออก กลายเป็นงานช้าไปทุกเรื่องทุกขั้นตอน)

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือพวกเค้าไม่ค่อยมีปัญหากับการทำงานให้เสร็จตามเส้นตาย (15%) และเรื่องการจัดลำดับความสำคัญของงาน (15%) หรือเพราะเค้าเก่งเรื่องพวกนี้ เพราะเค้าเข้าใจ Less is More หรือเพราะหัวหน้าของเค้าก็เข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหมือนกัน … ข้อนี้สำคัญสุด

ถ้าจะปรับปรุงงานที่ทำได้ต้องเรื่องนี้เลย

Credit: alpha-ux.co

“ขอให้มีกลยุทธ์ของโปรดักส์ที่ดีขึ้น” มีคะแนนนำมาแสดงว่าเค้ายังไม่พอใจผลสำเร็จของโปรดักส์เค้าเท่าไรนะ … ผมมองว่าประเด็นนี้สำคัญการมีกลยุทธ์ที่ดี อาจจะสำคัญกว่าตัวโปรดักส์ในเชิงเทคนิคัลด้วยซ้ำ อย่างที่สตีฟ จ๊อบส์พูดบ่อยๆว่า “Technology alone is not enough” นะจ๊ะ

จุดสังเกตอีกข้อคือพวกเค้าอยากกำจัดความขัดแย้งภายใน (16%) และอยากทำงานให้คล่องตัวมากขึ้น (16%) ชี้ให้เห็นว่าความท้าทายและอุปสรรคที่เค้าบ่นไว้ในข้อข้างบนเรื่องกระบวนการทำงานภายในนั้น … เราน่าจะสรุปได้แล้วหละว่าเค้ามีปัญหากับ “Do Everything as I say” — “ทำตามที่ฉันกำหนดทุกอย่าง”

ระยะเวลาในการทำโปรดักส์เวอร์ชั่นแรก

Credit: alpha-ux.co

เสียงส่วนใหญ่ลงคะแนนให้ 6–12 เดือน (33%) … ผมว่าก็ไม่เลวนะ ทำโปรดักส์เวอร์ชั่นแรกด้วยเวลาประมาณนี้ แต่ที่ผมสนใจหน่อยคือกลุ่มคนที่ทำได้ในเวลาน้อยกว่า 3 เดือน ผมว่าเค้าเป็นกลุ่มคนที่ปล่อยวางได้ดีเลย ทำไมหนะหรอ? ก็เพราะเค้าเข้าใจคำว่า Fail Fast, Fail Cheap หละครับ ถ้าจะเจ๊งก็ขอเจ๊งแบบด่วนๆและเจ็บตัวน้อยๆ จะได้เอาเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่น คุณรีด ฮอฟแมน (Reid Hoffman, คนก่อตั้ง LinkedIn) เคยกล่าวไว้ว่า

If you are not embarrassed by the first version of your product, you’ve launched too late.”, Reid Hoffman
“ถ้าคุณไม่รู้สึกอับอายกับโปรดักส์เวอร์ชั่นแรกแปลว่าคุณปล่อยของช้าไป”, รีด ฮอฟแมน

แล้วเราอายปะ? ฮ่าๆ

เริ่มเก็บเสียงสะท้อนกลับจากลูกค้าเมื่อไร

Credit: alpha-ux.co

ส่วนใหญ่พวกเค้าทำกันแบบต่อเนื่องตลอดระยะเวลาทำโปรดักส์กันเลยทีเดียว (44%) แต่บางคนก็เลือกจะทำแค่ตอนเริ่มต้นเท่านั้น (33%) … เอาน่า อย่างน้อยก็ทำ คำถามครับ เราเป็นคนในกลุ่ม 6% สุดท้ายที่ไม่สนใจเสียงสะท้อนจากลูกค้าเลยรึเปล่า? … อันตรายอยู่นะ

แล้วเอาเสียงสะท้อนเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง

ส่วนใหญ่เลยคือเอาไปใช้ในการวิเคราะห์หาปัญหาที่ลูกค้าเจออยู่ จะเรียก Customer Pain Points ก็ได้ ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทำโปรดักส์ครับ แต่สังเกตคะแนนสิ พอขยับมาทำในขั้นตอนถัดไป เช่น กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา การคิดสร้างฟีเจอร์หรือคอนเซ็ปใหม่ๆ การเก็บเสียงสะท้อนของลูกค้าจะเริ่มมีเปอร์เซ็นต์ลดลง … ไหนๆลงทุนทำแล้วก็เอาให้มันสุดๆไปเลยดีกว่านะครับ

สำคัญอีกเช่นกัน … เราควรหนีให้ห่าง 3% สุดท้ายที่ไม่ได้เห็นความสำคัญของเสียงสะท้อนจากลูกค้าเลย

วิธีการเก็บข้อมูลเชิงลึกและเสียงสะท้อนจากลูกค้า

Credit: alpha-ux.co

Product Manager ส่วนใหญ่ (80%) ใช้วิธีการพูดคุยกับลูกค้าโดยตรงเพื่อเก็บข้อมูลและเสียงสะท้อน … ดีจังที่เค้าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ถึงได้จัดสรรเวลามาให้ เมื่อบวกกับการติดตามตัวเลขการใช้งานจริงในโปรดักส์ที่เป็นดิจิตอล (51%) ผมว่าพวกเค้าจะได้ข้อมูลเชิงลึกและเสียงสะท้อนจากลูกค้าที่เป็นทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณครบเลย … ข้อมูลเหล่านี้มีคุณค่ามากสำหรับการวางแผนกลยุทธ์ของโปรดักส์

ถ้ายังไม่ได้ทำ … เริ่มวันนี้ก็ยังไม่สาย


โดยสรุปคือผมไม่ได้จะสื่อว่าเราควรทำเลียนแบบใครหรืออะไรแบบนั้น แต่อย่างน้อยผมคิดว่าผลสำรวจนี้จะเป็นข้อมูลให้ Product Manager หรือ Product Owner ได้เห็นว่าตำแหน่งนี้มีเรื่องอะไรที่ต้องทำและประเด็นที่ต้องคิดบ้าง รู้ไว้เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก alpha-ux.co อีกครั้งครับ


ผมเขียนบทความนี้เพราะอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตซอฟท์แวร์ให้ดีขึ้นตามความเชื่อและประสบการณ์ของผม ถ้าเพื่อนๆเชื่อในแนวทางเดียวกัน เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือทำให้สังคมของเราดีขึ้นครับ จะแชร์บทความนี้ผ่าน Social Network หรือจะแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้คนที่นั่งข้างๆฟังบ้างก็ได้

The Future Has Arrived — It’s Just Not Evenly Distributed Yet, William Gibson

อนาคตอยู่ตรงนี้แล้ว เรามีหน้าที่ต้องถ่ายทอดมันออกไปให้คนอื่นได้สัมผัสสิ่งดีๆร่วมกันครับ

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Piyorot’s story.