ทันมั้ย?
วงจรชีวิตก่อนเริ่มทำโปรเจกต์ใหม่จะเป็นแบบนี้
- ท่านมีดำริอยากได้โปรดักส์ใหม่
- ท่านเรียก Product Owner เข้ามาคุยชี้แจงแนวทางและสิ่งที่ท่านอยากได้
- ท่านกำหนดเวลามาให้ด้วยว่า … ผมอยากให้เสร็จภายในสามเดือน
- ท่านอุตส่าห์ถามว่า “ทันมั้ย?”
- Product Owner ตอบไม่ได้ (ไม่แปลก) แต่รับปากว่าจะไปหาคำตอบมาให้
- Product Owner เรียกประชุมทีมงานเพื่อเล่าให้ฟังว่าท่านอยากได้อะไร
- Product Owner และทีมงานพยายามอย่างมากที่จะหาคำตอบให้ท่าน พูดคุยลงรายละเอียด เริ่มคิดฟีเจอร์ เริ่มทำ User Story เริ่มประเมินแต้ม เริ่มทำ Planning อย่างจริงจัง
เดี๋ยว หยุดพักหายใจซักนิด!!!
ท่านอยากรู้ว่า “ทันมั้ย?” — หลายคนคิดว่าคำถามสั้นๆนี้มันตอบยากนะ ผมไม่คิดแบบนั้นเลย มันเป็นคำถามที่ตอบง่ายภายในหนึ่งนาที ลองพิจารณาแนวทางนี้ดู
- ถามตัวเองว่าโปรเจกต์ที่แล้วเราใช้เวลาไปเท่าไร
- ถามตัวเองว่าโปรเจกต์นี้ใหญ่หรือเล็กกว่าโปรเจกต์ที่แล้ว
แค่นี้แหละครับ เราก็จะมีคำตอบไปบอกท่านแล้ว หลักการที่ผมใช้คือการเปรียบเทียบขนาดของงาน เหมือนเราคำนวณ Project Point ด้วยหลักการ Story Point นั่นแหละ ข้อดีมันคือไม่ต้องไปเสียเวลาลงรายละเอียดอะไรให้วุ่นวายเลย เอาง่ายๆแบบนี้แหละ

โปรเจกต์ที่แล้วขนาด S ใช้เวลาไปสี่เดือน โปรเจกต์นี้ XL ชัดๆจะมาเอาในสามเดือน — คิดว่าเป็นไปได้มั้ย คิดว่าทำทันมั้ยหละ? นี่คิดแค่ปัจจัยด้านขนาดของงานนะ ยังไม่ได้คิดเรื่อง
- จำนวนคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง — ยิ่งมาคนยิ่งมากความ และ
- ความหนักของกระบวนการ — “ท่านครับ ท่านคิดว่าสองเดือนที่นี่ทำอะไรได้บ้างครับ?”
ผมเขียนบทความนี้เพราะอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตซอฟท์แวร์ให้ดีขึ้นตามความเชื่อและประสบการณ์ของผม ถ้าเพื่อนๆเชื่อในแนวทางเดียวกัน เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือทำให้สังคมของเราดีขึ้นครับ จะแชร์บทความนี้ผ่าน Social Network หรือจะแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้คนที่นั่งข้างๆฟังบ้างก็ได้
The Future Has Arrived — It’s Just Not Evenly Distributed Yet, William Gibson
อนาคตอยู่ตรงนี้แล้ว เรามีหน้าที่ต้องถ่ายทอดมันออกไปให้คนอื่นได้สัมผัสสิ่งดีๆร่วมกันครับ