ทันมั้ย?


วงจรชีวิตก่อนเริ่มทำโปรเจกต์ใหม่จะเป็นแบบนี้

  1. ท่านมีดำริอยากได้โปรดักส์ใหม่
  2. ท่านเรียก Product Owner เข้ามาคุยชี้แจงแนวทางและสิ่งที่ท่านอยากได้
  3. ท่านกำหนดเวลามาให้ด้วยว่า … ผมอยากให้เสร็จภายในสามเดือน
  4. ท่านอุตส่าห์ถามว่า “ทันมั้ย?”
  5. Product Owner ตอบไม่ได้ (ไม่แปลก) แต่รับปากว่าจะไปหาคำตอบมาให้
  6. Product Owner เรียกประชุมทีมงานเพื่อเล่าให้ฟังว่าท่านอยากได้อะไร
  7. Product Owner และทีมงานพยายามอย่างมากที่จะหาคำตอบให้ท่าน พูดคุยลงรายละเอียด เริ่มคิดฟีเจอร์ เริ่มทำ User Story เริ่มประเมินแต้ม เริ่มทำ Planning อย่างจริงจัง
เดี๋ยว หยุดพักหายใจซักนิด!!!

ท่านอยากรู้ว่า “ทันมั้ย?” — หลายคนคิดว่าคำถามสั้นๆนี้มันตอบยากนะ ผมไม่คิดแบบนั้นเลย มันเป็นคำถามที่ตอบง่ายภายในหนึ่งนาที ลองพิจารณาแนวทางนี้ดู

  1. ถามตัวเองว่าโปรเจกต์ที่แล้วเราใช้เวลาไปเท่าไร
  2. ถามตัวเองว่าโปรเจกต์นี้ใหญ่หรือเล็กกว่าโปรเจกต์ที่แล้ว

แค่นี้แหละครับ เราก็จะมีคำตอบไปบอกท่านแล้ว หลักการที่ผมใช้คือการเปรียบเทียบขนาดของงาน เหมือนเราคำนวณ Project Point ด้วยหลักการ Story Point นั่นแหละ ข้อดีมันคือไม่ต้องไปเสียเวลาลงรายละเอียดอะไรให้วุ่นวายเลย เอาง่ายๆแบบนี้แหละ

โปรเจกต์ที่แล้วขนาด S ใช้เวลาไปสี่เดือน โปรเจกต์นี้ XL ชัดๆจะมาเอาในสามเดือน — คิดว่าเป็นไปได้มั้ย คิดว่าทำทันมั้ยหละ? นี่คิดแค่ปัจจัยด้านขนาดของงานนะ ยังไม่ได้คิดเรื่อง

  • จำนวนคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง — ยิ่งมาคนยิ่งมากความ และ
  • ความหนักของกระบวนการ — “ท่านครับ ท่านคิดว่าสองเดือนที่นี่ทำอะไรได้บ้างครับ?”

ผมเขียนบทความนี้เพราะอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตซอฟท์แวร์ให้ดีขึ้นตามความเชื่อและประสบการณ์ของผม ถ้าเพื่อนๆเชื่อในแนวทางเดียวกัน เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือทำให้สังคมของเราดีขึ้นครับ จะแชร์บทความนี้ผ่าน Social Network หรือจะแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้คนที่นั่งข้างๆฟังบ้างก็ได้

The Future Has Arrived — It’s Just Not Evenly Distributed Yet, William Gibson

อนาคตอยู่ตรงนี้แล้ว เรามีหน้าที่ต้องถ่ายทอดมันออกไปให้คนอื่นได้สัมผัสสิ่งดีๆร่วมกันครับ