Last Question from Anyone?

ผมเคยอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบข้ามชาติ ด้วยความเป็นบริษัทอินเตอร์ที่มีสำนักงานกระจายอยู่ทุกภูมิภาคของโลก การติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันจึงเป็นเรื่องสนุกแบบซีเรียสนิดๆปนความท้าทายหน่อยๆ

ตำแหน่งโปรเจกต์ เมเนเจอร์ทำให้ผมหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ไม่พ้น … การประชุมทางไกลผ่านสายโทรศัพท์ (Teleconference)

  • ดีเวลลอปเม้นท์ทีมอยู่กรุงเทพ
  • ดีเวลลอปเม้นท์พาร์ทเนอร์อยู่ซูริก
  • โปรดักท์ทีมอยู่นิวยอร์ค ชิคาโก้และลอนดอน
  • โอเปอเรชั่นทีมอยู่บังกาลอร์ (ไม่เคยฟังรู้เรื่องว่าพวกเค้าพูดอะไร ฮ่าๆ) และบัวโนส ไอเรส
  • ซัพพอร์ตทีมอยู่วอร์ซอและฮ่องกง

บางทีก็เบื่อมากขอบอก ผมต้องเป็นคนกลางจัดประชุม บางครั้งประชุมรายสัปดาห์ บางครั้งประชุมรายเดือน แล้วแต่ความจำเป็น ทั้งเตรียมวาระการประชุม ส่งบัตรเชิญ เป็นโฮสต์ในสายโทรศัพท์ รันการประชุมให้เสร็จตามเวลา พร้อมกับจดมีตติ้งโน๊ตไปด้วย เห้อออ ถอนหายใจสามรอบ

“Any last question from anyone?” — คำถามมาตรฐานก่อนปิดการประชุม คำถามที่ไม่ถามไม่ได้

ดูผิวเผินเหมือนเป็นคำถามที่ผมอยากได้การตอบสนองจากผู้ร่วมประชุม เหมือนผมตั้งใจจดจ่อรอฟังว่าจะมีใครถามคำถามสุดท้ายกลับมาหรือไม่

แต่มันไม่ใช่เลย … ผมสวดภาวนาในใจว่า “อย่านะเว้ย อย่าเ-ือกถามมาน้าาาา เค้าขอร้อง” ผมถามตามมารยาท ผมไม่ต้องการคำตอบจากใครทั้งสิ้น ผมแค่อยากรีบพูดประโยคที่ว่า “Thanks for joining and have a nice day. Bye” เป็นที่สุด

ที่ตลกคือส่วนใหญ่ความฝันของผมมักจะเป็นความจริง เพราะแทบไม่เคยมีใครถามคำถามสุดท้ายกลับมาเลย!!! … ยิ่งจำนวนผู้ร่วมประชุมมาก โอกาสมีคำถามสุดท้ายยิ่งลดลง แปลกมั้ย?

ไม่แปลกหรอกครับ ผมคิดว่าที่เป็นแบบนี้เพราะพวกเค้าก็ไม่ค่อยจะกล้าถามอะไรกลับมาเหมือนกันแหละ ยิ่งถ้าคนในสายโทรศัพท์ไม่ใช่คนคุ้นเคย

  • การตั้งคำถามอาจจะเป็นการหาเรื่องใส่ตัว
  • การตั้งคำถามอาจจะแสดงให้เห็นว่าเราไม่เข้าใจกับบทสนทนาที่ผ่านมา จะกลายเป็นการโชว์สติปัญญาของตัวเองรึเปล่า
  • การตั้งคำถามจะกลายเป็นทำให้ตัวเองดูเป็นพวกโชว์ออฟ ทั้งเก่งและกล้า บวกกับเท่และเทพ
  • หรือตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงในสายโทรศัพท์ ฉันกดปุ่มปิดเสียงไมโครโฟนแล้วนั่งเล่นเกมส์อยู่เงียบๆ

ไม่ว่าจะเหตุผลไหน … น้อยคนจะกล้ายิงคำถามสุดท้ายกลับมาในวงสนทนา แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าพวกเค้าไม่มีคำถามหรือไม่มีข้อสงสัยในใจหรอกนะ สำหรับคนที่ใส่ใจจริงๆเค้าจะมีเรื่องที่อยากรู้เพิ่มเติม เรื่องที่อยากได้รับความกระจ่าง เรื่องที่อยากยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการประชุมครั้งต่อไป เพียงแต่พวกเค้าเหล่านี้ไม่พร้อมจะเปิดเผยตนเองออกมาต่อสาธารณชนเท่านั้น

และผมก็ไม่ได้กำลังจะสื่อว่าเราในฐานะโปรเจกต์ เมเนเจอร์ไม่ควรเปิดช่องให้ผู้เข้าร่วมประชุมถามคำถามสุดท้ายแบบออกสื่อ แต่เราควรเปิดทางเลือกอื่นๆให้คนที่อยากอยู่หลังไมค์ด้วย

อีเมล์ เวปบอร์ด แชท ยกหูโทรหาเป็นการส่วนตัว หรือแม้แต่คุยกันต่อหน้า … ช่องทางอะไรก็ได้ที่จะช่วยให้อีกฝ่ายสะดวกใจในการพูดคุยและตั้งคำถาม

ให้ดีกว่านั้น … เราอาจจะเป็นคนเริ่มต้นบทสนทนาเองเลยก็ได้ ถ้าเรารู้สึกว่ามีบางคนไม่เข้าใจในบางเรื่อง มีบางกลุ่มยังคาใจในงานบางส่วน ง่ายๆก็ด้วยการส่งอีเมล์ไปถามพวกเค้าครับว่า “คุณมีคำถามหรือความกังวลใจอะไรเพิ่มเติมมั้ย? ถามผมมาทางนี้ได้เลยนะ”

บางครั้งการทำงานแบบเชิงรุกก็ไม่ได้ช่วยให้เราบรรลุวัตถุประสงค์ — เช่น การมองหาคำถามสุดท้ายในสายสนทนา

บางครั้งการทำงานเชิงรับก็ได้ผลดีระดับหนึ่ง — เช่น การเปิดช่องทางในการพูดคุยนอกรอบ

บางครั้งการกลับมาทำงานเชิงรุกอีกครั้งจะช่วยให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น — เช่น การส่งอีเมล์ไปติดตามผลการประชุมในวันรุ่งขึ้น

งานพวกนี้ก็สนุกและท้าทายดีครับ … ปรับเปลี่ยนไปได้ในแต่ละวัน แต่ละสถานการณ์ ทั้งหมดมันช่วยให้เราเติบโตและพัฒนาตัวเองมากขึ้นในทุกครั้งที่ได้ทำ ถึงแม้ต้องฝืนใจบ้างในหลายครั้ง :(


คิดและเขียนคือสิ่งที่ผมชอบ แบ่งปันคือสิ่งที่ผมรัก เพราะแบบนี้ทุกวันผมเขียนเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริง จากประสบการณ์ จากแนวคิด จากอนาคตที่ดีผมมองเห็น และทุกอย่างที่ผมประยุกต์ใช้เพื่อสร้างให้อินเท็นติกเป็นบ้านที่น่าอยู่ บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆที่สร้างความแตกต่างในสังคมได้ — มันน่าภูมิใจที่ผมรู้ว่า … ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวที่อยากเห็นการพัฒนา :)

Inthentic On Facebook | Inthentic On Twitter | Inthentic On Instagram