Murphy’s Law

So Better Be Prepared!!!

รู้จักกฎของเมอร์ฟี่ (Murphy’s Law) มั้ยครับ?

Credit: http://www.planetsoho.com
“Anything that can go wrong, will go wrong.” — Murphy’s Law
“อะไรก็ตามที่มีโอกาสจะผิดพลาด มันจะผิดพลาด” — กฎของเมอร์ฟี่

ง่ายๆ สั้นๆ แต่เป็นสัจธรรมมากในทุกเรื่องและทุกโอกาสของชีวิต ถ้าจะเจาะให้ลึกลงไปอีกนิด เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ากฎนี้มันอยู่ใกล้ตัวเรามากเลย เช่น

  • ไม่มีอะไรง่ายอย่างที่เราคิดหรือมองเห็น
  • งานอะไรก็ตามมักจะใช้เวลานานกว่าที่เราคิดเสมอ
  • ทุกทางแก้จะสร้างปัญหาใหม่เสมอ
  • ถ้าเรามองเห็นแล้วว่าจะมี 4 ปัจจัยที่จะทำให้อะไรซักอย่างผิดพลาด เราหลีกเลี่ยงมันแล้ว แต่ไม่นานปัจจัยที่ 5 จะโผล่ขึ้นมากะทันหัน สุดท้ายมันก็ผิดพลาดอยู่ดี

จนบางคนประชดชีวิตด้วยการบอกว่า Anything that can’t go wrong, will go wrong. ขนาดว่าอะไรก็ตามที่ไม่มีโอกาสผิดพลาด มันยังจะผิดพลาดได้ … เออ จริงนะ ฮ่าๆ


การทำงาน Project Management ก็หลีกหนีกฎข้อนี้ไม่พ้น จริงๆแล้วผมมองว่ามันเป็นของคู่กันเลยด้วยซ้ำ เพราะไม่มีงานไหนเป็นเรื่องกล้วยๆ ไม่มี Project ไหนง่ายอย่างที่เราคิด ยกตัวอย่างที่ดูว่าน่าจะง่าย เช่น Project ที่แก้บั๊ก 3 ตัวในเวลา 1 สัปดาห์ดูนะ ถ้าคิดว่าง่ายลองดูเหตุการณ์ที่ (อาจจะ) เกิดขึ้นข้างล่างนี้ดู

  • คนในทีมป่วยกะทันหัน
  • คนในทีมลาออก
  • Server/Network ล่ม
  • SSL Certificate หมดอายุไม่รู้ตัว
  • เจอบั๊กเพิ่มตอนเย็นวันสุดท้าย
  • Computer เสีย
  • มี OS ใหม่ออกมาซึ่ง Software ของเราต้อง Support ด้วย
  • มี Project ด่วนแทรกเข้ามา
  • ลูกค้าที่ติดต่องานกันมาตลอดลาออกกะทันหัน
  • เปลี่ยนคนที่ต้องติดต่องานด้วย
  • เปลี่ยนหัวหน้าทีม
  • เปลี่ยนนโยบาย
  • โดนตัดงบประมาณ
  • เพิ่งมารู้ว่า Design ผิดเอาตอนใกล้จะถึงวันส่งงาน
  • ทำ Test Data ผิด
  • หยิบ Package ผิดไป Test
  • หยิบ Package ผิดไปขึ้น Production
  • ชุมนุมทางการเมือง บริษัทปิด ทำงานไม่ได้
  • เปลี่ยน Scope — Schedule — Resources กะทันหัน
  • ลูกค้ายกเลิกสัญญา

จากปัจจัยทั้งหมด แค่เกิดขึ้นซัก 2–3 ข้อใน Project ของเรา ผมว่าชีวิตลำบากแน่ๆ แล้วไงต่อดีหละ? ปล่อยให้ปัญหามันเกิดขึ้นแล้วคอยโทษนายเมอร์ฟี่งั้นหรอ? ไม่ได้มั้ง ลองคิดถึงการทำงานเชิงรุกให้มากกว่านี้หน่อยครับ

  1. Project Manager ต้องเป็นคนขี้ระแวง ระแวงว่าทุกอย่างจะโดนดึงดูดด้วย Murphy’s Law
  2. มันคือ Risk Management เต็มๆ … ใส่ใจเรื่องนี้ให้มากๆ รับรองได้ว่าไม่มีผิดหวังชัวร์

ผมเขียนบทความนี้เพราะอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตซอฟท์แวร์ให้ดีขึ้นตามความเชื่อและประสบการณ์ของผม ถ้าเพื่อนๆเชื่อในแนวทางเดียวกัน เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือทำให้สังคมของเราดีขึ้นครับ จะแชร์บทความนี้ผ่าน Social Network หรือจะแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้คนที่นั่งข้างๆฟังบ้างก็ได้

The Future Has Arrived — It’s Just Not Evenly Distributed Yet, William Gibson

อนาคตอยู่ตรงนี้แล้ว เรามีหน้าที่ต้องถ่ายทอดมันออกไปให้คนอื่นได้สัมผัสสิ่งดีๆร่วมกันครับ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.