Sabai Finance
Published in

Sabai Finance

การ Staking คืออะไร

บทความต่อไปนี้ เป็นบทความภาษาไทยที่ดัดแปลงมาจากบทความ What is staking ของ Binance Academy

Image by Simon from Bitcoin Wiki

สรุปง่าย ๆ การ Staking คือการล็อคเหรียญของเราไว้ เพื่อช่วยให้ blockchain ทำงานอย่างปลอดภัย และเราจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเป็นรางวัล

บทนำ

การ Staking เปรียบเทียบได้กับการขุด cryptocurrency ต่าง ๆ โดยการขุดนั้นเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและช่วยให้การทำงานของ blockchain ราบรื่น การ Staking มีจุดประสงค์เดียวกัน แต่แทนที่จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แรง ๆ มาขุด เราจะใช้การถือเหรียญต่าง ๆ ใน wallet แทน โดยผู้ที่ต้องการ stake ต้องล็อคเหรียญไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง

สรุปง่าย ๆ ก็คือ การ Staking คือการล็อคเหรียญของเราไว้ เพื่อช่วยให้ blockchain ทำงานอย่างปลอดภัย และเราจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเป็นรางวัล

การที่จะเข้าถึงความหมายของ Staking มากกว่านี้ เราต้องเข้าใจขั้นตอนการทำ proof of stake (PoS) เสียก่อน PoS คือการทำฉันทามติ (consensus mechanism) ที่ช่วยให้ blockchain ทำงานได้อย่างราบรื่น และช่วยให้เกิดการกระจายตัว (decentralization) ของ node ต่าง ๆ

Proof of stake (PoS) คืออะไร

ถ้าคุณรู้ว่า Bitcoin ทำงานอย่างไร คุณน่าจะเคยได้ยินคำว่า Proof of Work (PoW) ซึ่งเป็นกระบวนการที่รวบรวมรายการต่าง ๆ เป็นบล๊อค แล้วลิ้งค์บล๊อคต่าง ๆ เข้าด้วยกันจนเป็น blockchain โดยนักขุดต่าง ๆ จะแข่งกันแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ (การขุด) และนักขุดที่แก้ปัญหาได้ก่อนเพื่อนก็จะสามารถเพิ่มบล๊อคใหม่และได้รับผลตอบแทนไป

PoW ได้มีการใช้งานเพื่อการทำ consensus ในหลาย ๆ blockchain ปัญหามันอยู่ที่ว่า การทำ PoW นั้น ใช้พลังในการคำนวณเยอะมาก และการคำนวณต่าง ๆ นั้น ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากไปกว่าช่วยให้เกิดการทำธุรกรรมบน blockchain ซึ่งเป็นการใช้พลังงานปริมาณมหาศาล

วิธีการอีกแบบหนึ่งของการทำ consensus คือการทำ Proof of Stake (PoS) ไอเดียหลัก ๆ คือให้ผู้ใช้ล็อค (หรือเรียกว่า stake) เหรียญไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยที่ blockchain จะสุ่มเลือกผู้ใช้คนหนึ่งจากผู้ใช้ทั้งหมดที่ล็อคเหรียญไว้ ให้ช่วยทำการตรวจสอบบล๊อคถัดไปบน blockchain ส่วนใหญ่แล้วโอกาสที่ผู้ใช้จะถูกเลือกจะขึ้นอยู่กับปริมาณเหรียญที่ผู้ใช้ล็อคไว้ในระบบ ยิ่งล็อคเหรียญมาก ก็จะยิ่งมีโอกาสมากที่จะถูกเลือก

สาเหตุที่ PoS ได้รับความสนใจ เพราะว่าการทำ PoS จะช่วยแก้ปัญหาการสเกล (scalability) ของ blockchain ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการสเกลเป็นเหตุผลหลักที่ Ethereum ต้องการที่จะย้ายจาก PoW เป็น PoS สำหรับเวอร์ชั่นถัดไปของ Ethereum ETH2.0

แล้ว Delegated Proof of Stake (DPoS) คืออะไร

อีกเวอร์ชั่นหนึ่งของการทำ PoS คือ Delegated Proof of Stake (DPoS) ซึ่งคิดค้นขึ้นมาโดย Daniel Larimer ในปี 2014 โดยในตอนแรกใช้เป็นส่วนหนึ่งของ BitShares blockchain แต่ด้วยความเยี่ยมของระบบ ทำให้ blockchain อื่น ๆ เริ่มหันมาใช้งาน DPoS ด้วย รวมไปถึง Steem และ EOS

DPoS อนุญาตให้ผู้ใช้ สามารถใช้เหรียญของตนในการลงคะแนน โดยคะแนนเสียงที่ลงคะแนนหรือโหวตนั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนเหรียญที่ถือ โดยทำการลงคะแนนเพื่อเลือกตัวแทน (Delegate) ซึ่งจะทำการตรวจสอบการทำงานของ Blockchain แทนผู้ใช้ ช่วยให้ธุรกรรมเกิดความโปร่งใสและมีความปลอดภัย โดยผลตอบแทนจากการ stake จะส่งถึงผู้ใช้ผ่านทางตัวแทนเหล่านี้

DPoS ช่วยให้เกิด consensus ใน blockchain ได้ด้วยจำนวน node ที่น้อยกว่าการทำ PoS ตรง ๆ ช่วยให้เครือข่ายมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น แต่ถือเป็นการลดความกระจายตัวของเครือข่ายที่ใช้ DPoS ด้วยเช่นกัน เนื่องจาก blockchain ที่ใช้ DPoS มี node ที่ช่วยทำธุรกรรมน้อยลง

Staking ทำงานยังไง ผลตอบแทนมาจากไหน

Proof of Work ช่วยให้ blockchain ทำงานต่อไปได้ด้วยการเพิ่มบล๊อคลงไปใน blockchain ซึ่งการทำ Proof of Stake ก็คล้าย ๆ กัน โดยผู้ที่ถูกเลือกจาก blockchain สามารถที่จะตรวจสอบบล๊อคถัดไปและเสนอให้ต่อบล๊อคเพิ่มเติมในบล๊อคเชนได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้ใช้ที่ stake เหรียญเยอะกว่าจะถูกเลือกบ่อยกว่า โดยหากผู้ใช้ได้รับเลือกให้เป็นผู้ตรวจสอบบล๊อค และตรวจสอบบล๊อคได้ถูกต้อง ผู้ใช้คนนั้นก็จะได้รับผลตอบแทนเป็น token เพิ่มเติม ซึ่งจำนวน Token ที่ได้รับเป็นรางวัล ถูกกำหนดโดย blockchain เอง

Staking pool (เช่น THStakePool) คืออะไร

แทนที่ผู้ใช้แต่ละคนจะทำการ stake แยก ๆ กัน ผู้ใช้สามารถมารวมกลุ่มกันเพื่อสร้างเป็น pool แล้วทำการ stake ร่วมกัน ผลตอบแทนจากการ stake ก็จะแบ่งกันไปตามสัดส่วนที่มีการ stake ใน Pool นั่นเอง

เนื่องจากการติดตั้งและดูแล staking pool ใช้เวลาและความรู้ทางเทคนิคที่สูง Staking pool จะทำการเก็บค่า fee เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแล server และอุปกรณ์ต่าง ๆ

โดยประโยชน์จากการใช้ staking pool อยู่ที่การเพิ่มความสม่ำเสมอที่ผู้ใช้จะได้รับผลตอบแทนเทียบกับการที่ผู้ใช้จะทำ PoS เองตรง ๆ ซึ่งหากเทียบกับค่า fee ที่ถูกแล้ว ถือว่าคุ้มเป็นอย่างมาก

จุดเด่นของ THStakePool คืออะไร

จุดเด่นของเราคือ

  • ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าเจ้าอื่น ๆ (เปรียบเทียบค่าธรรมเนียม)
  • การบริการลูกค้าในภาษาที่คุณคุ้นเคย ทั้งไทยและอังกฤษ
  • ความปลอดภัยและเสถียรของระบบของเรา (ดูได้จาก uptime)
  • Validator node เจ้าแรกของประเทศไทยที่ขึ้น online บน Band Protocol
  • ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เทียบกับการลงทุนด้านอื่น (17.52% ต่อปี ราคาปัจจุบัน)
  • เหรียญของคุณยังปลอดภัยอยู่ใน wallet ของคุณเองโดยที่ THStakePool ไม่สามารถโอนออกหรือทำธุรกรรมใด ๆ ได้โดยที่คุณไม่อนุญาต

สนใจศึกษาวิธีการ stake เพิ่มเติมได้ จากบทความอื่น ๆ ของเรา โดยเฉพาะการเริ่มซื้อเหรียญ Band

สนใจลงทุนใน Band protocol แต่ไม่อยากเข้า ๆ ออก ๆ ทีละไม้สองไม้ให้เสียค่าคอมฟรี ๆ มาเพิ่มผลตอบแทนแบบ passive income ได้ด้วยการ stake tokens กับบริการของ THStakePool ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ thstakepool.com

--

--

--

What is Sabai? Sabai, a Thai word means comfortable or easy-going, is a collection of essential crypto services put together in an easy-to-use and intuitive package.

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store
Tanwa Arpornthip

Tanwa Arpornthip

More from Medium

It’s Time To Let Bill Cosby Back In Our Lives

Phase 4 of the MCU is Asking Big Questions

An Open Letter Regarding my ASFA article

School Board Adopts Trust Policy to Keep Immigrant Families Together