สวนสำมะปิ

สวนสำมะปิ จุดเริ่มต้นของความธรรมดา

เมื่อทำงานมาถึงจุดๆ หนึ่งเราก็เริ่มทบทวนว่าเราจะออกแบบบั้นปลายชีวิตกันอย่างไร หลายๆ คนอาจจะเร่งทำเงินเยอะๆ แล้วไปท่องเที่ยวทั่วโลก หรือทำตามความใฝ่ฝันต่างๆ แต่สำหรับผมและภรรยา ได้ตกลงกันไว้ว่าจะมีสวนเล็กๆ ไว้เป็นที่พักผ่อน และเป็นแหล่งอาหารสะอาด เมื่ออายุมากขึ้น โดยใช้ชีวิตบนความธรรมดาให้มากที่สุดจึงเกิดเป็นสวนสำมะปิขึ้น

เนื่องจากการทำสวนนั้นต้องใช้เวลาอย่างมากกว่าพืชที่ปลูกจะเติบโตและอยู่ได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นจะต้องปลูกไว้โดยอาจใช้เวลากว่า 5–10 ปีเลยทีเดียว

“สำมะปิ” เป็นคำภาษาอีสาน หมายถึง ความหลากหลาย ซึ่งเราได้คำมาจากพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง

ที่มาของคำว่า “สวนสำมะปิ” จากพิพิฑภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เว็บไซต์ wisdomking.or.th เป็นเว็บไซต์ที่เราทำให้กับสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั่นเอง

หลังจากที่ได้ศึกษาแนวพระราชดำริเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ และเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร และลดการใช้จ่ายเรื่องอาหารการกิน จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาที่ดิน เป็นพื้นที่ทำการเกษตรต่อไป…

วางแผนจัดการที่ดิน

มีที่ดินเป็นมรดกอยู่ 3 ไร่เศษ เป็นที่ที่พ่อแม่มอบให้ เราจึงต้องมาวางแผนกันว่าเราจะออกแบบพื้นที่อย่างไร ซึ่งการออกแบบพื้นที่ก็ง่ายๆ คือใช้หลักการ “โคก หนอง นา โมเดล” พูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ ตามสภาพของพื้นที่ เช่น ที่ดินเราจะมีส่วน โคก ส่วนลุ่ม อยู่แล้ว เพียงแค่มาจัดให้เข้าที่เข้าทางหน่อยเท่านั้นเอง

เขียนแบบร่าง

เริ่มเขียนแบบร่างที่ดินคร่าวๆ ว่าจะวางอะไรตรงไหน และจะปลูกอะไรบ้าง ข้อมูลในการปลูกก็หาจาก Youtube ซึ่งมีหลากหลาย เช่น สวนคอนโด 9 ชั้น ของลุงนิล

พื้นที่สวนรูปจริงเมื่อดูจาก Google Map แล้วจะเห็นลักษณะดังนี้

โคก

เนื่องจากที่นาเป็นพื้นที่ราบจึงจำเป็นจะต้องใช้เครื่องจักรกลในการดันดินขึ้นเป็นโคก โดยมีขนาดประมาณ 40x30 เมตร

ส่วนโคก 40x30 เมตร

และปรับคันนาให้มีขนาดกว้างขึ้นมีความกว้างประมาณ 3 เมตร เพื่อให้สามารถปลูกพืชได้

ปรับคันนากว้าง 3 เมตร (21 ธันวาคม 2559)

หนอง

ส่วนหนองจะต้องขุดสระขนาดเล็ก ซึ่งพัฒนาที่ดินจังหวัดแต่ละจังหวัดก็มีโครงการบ่อจิ๋วช่วยขุดสระให้โดยจ่ายเพียง 2,500 บาท จะได้บ่อขนาด 1,260 ลบ.ม. ประมาณ 20x30 เมตร ซึ่งถือว่าขนาดพอเหมาะกับพื้นที่ประมาณ 3–5 ไร่ (ณ ตอนนี้ยังไม่ได้ขุด ลงชื่อขอไว้แล้ว)

นา

ส่วนนาประมาณ 1 ไร่ใช้ปลูกข้าว Riceberry ไว้บริโภค

ปลูกพืชที่ชอบกิน

จากนั้นก็ทำการปลูกพืชไว้ บริโภค ใช้สอย ต่างๆ ต่อไป ให้เกิดความหลากหลาย ชอบกินอะไรก็ปลูกอันนั้น

เริ่มจากปลูกกล้วยก่อนเนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่ายและช่วยปรับสภาพให้คงความชุ่มชื้นในดิน

ปลูกไม้ใช้สอย ไม้ยืนต้น

ศูนย์เพาะพันธุ์พืชจังหวัด มีพันธุ์พืชแจกให้ประชาชนสำหรับปลูก เช่น สะเดา ยางนา สะแก อินทนิล หวาย มะขาม ฯลฯ สำหรับให้ประชาชนนำไปปลูกในพื้นที่ โดยได้รับคนละ 200 ต้น

ต้นไม้ที่ขอจากศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ฯ

สวนสำมะปิ เริ่มปรับพื้นที่ครั้งแรก เมื่อ 18 ธันวาคม 2557 ปัจจุบันสวนสำมะปิ มีอายุ 2 ปี 11 เดือนแล้ว (ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2560)

สภาพสังคมรอบข้างเป็นสังคมที่ปลูกฝังกันมาอย่างยาวนานว่าไม่สามารถปลูกพืชอื่นๆ ต่างพื้นที่ได้ จึงทำให้มีแนวคิดที่จะทดลองปลูกพืชชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากข้าวเหนียว กข.6 และข้าวหอมมะลิ 105 ที่เป็นข้าวนาปี

สวนสำมะปิ เป็นสวนทดลองในการปลูกพืชชนิดต่างๆ ทั้งพืชในพื้นที่ และพืชต่างพื้นที่ เพื่อ ทดสอบ ทดลอง สรุปและขยายการผลิตต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อความเป็นอยู่ และอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์เพื่อสุขภาพที่ดีต่อไป…

คันแททอง ปลูกพืชตามคันนา

โครงการคันแททอง เป็นโครงการที่สวนสำมะปิริเริ่มขึ้นเพื่อปรับพื้นที่คันนาให้สามารถปลูกพืชต่างๆ ได้ โดยขยายคันนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งมีความกว้างประมาณ 3–4 เมตร โดยสามารถปลูกได้ 2 ฝั่งของคันนา นั่นเอง

ที่สวนสำมะปิ เริ่มการปลูกกล้วย โดยปลูกกล้วยพันธุ์หอมทอง น้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง และพันธุ์ปากช่อง 50

โดยปลูกในวันที่ 30 มีนาคม 2560 วันพฤหัสบดี ตามสูตรของคนเฒ่าคนแก่ ถ้าปลูกวันพฤหัสบดีจะออกลูกดี

Manop Kongoon·
2 min
·
3 cards

Read “สวนสำมะปิ” on a larger screen, or in the Medium app!