SIX NETWORK ประกาศข่าวดีก่อนสิ้นปี มียอด upload กว่า 1,000,000 ผลงานบน ระบบ ECHO

หลังจากที่ทาง SIX Network ได้เปิดตัว ECHO Project หรือระบบลงทะเบียนข้อมูลทางอัตลักษณ์ (identity) บนเทคโนโลยี blockchain และพร้อมให้นักสร้างสรรค์ทุกคนสามารถ upload ข้อมูลได้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งทาง SIX Network ได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเพียงเวลาไม่ถึง 1 เดือน จำนวนข้อมูลที่ถูกนำมาลงทะเบียนนั้นมีมากกว่า 1 ล้านชิ้นแล้ว (https://echo.work/)

ส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นของกลุ่มนักสร้างสรรค์คือการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ยังมีอยู่เกือบทุกวงการซึ่งส่งผลสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งตัวบุคคลและธุรกิจไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์, นักเขียน Freelance หรือบริษัทสตาร์ทอัพที่ไม่สามารถเริ่มดำเนินธุรกิจหรือสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

การพัฒนาระบบลงทะเบียนข้อมูลทางอัตลักษณ์ (identity) หรือ ECHO ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจาก ECHO นั้นสามารถจัดเก็บอัตลักษณ์และตรวจสอบข้อมูลและจัดเก็บอยู่บนเครือข่ายเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เมื่อ upload ข้อมูลแล้ว ไม่มีใครสามารถแก้ไขได้ ดังนั้นนักสร้างสรรค์จากทุกวงการสามารถใช้ระบบนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของตนเองได้อย่างแน่นอน

โดยปัจจุบันเราพัฒนาระบบ ECHO ขึ้นมาเพื่อให้จัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลได้ 6 ประเภท ได้แก่

  1. ข้อความ
  2. ภาพถ่าย
  3. ไฟล์เสียง
  4. วิดีโอ
  5. Other digital asset class (สำหรับข้อมูลรูปแบบอื่นๆ เช่น ฐานข้อมูลทองคำ ข้อมูลสินทรัพย์ดิจิตัล)
  6. Identity physical asset (ข้อมูลรหัสสินค้าสำหรับสินค้าทั่วไป เช่น รูปภาพศิลปะ งานปั้น หรือพระเครื่อง ที่นำมาใช้ร่วมกับสติ๊กเกอร์ลิขสิทธิ์เพื่อใช้ยืนยันตัวตน

เพื่อความเข้าใจในระบบ ECHO มากยิ่งขึ้น เรามาดูกันว่าการทำงานของ ECHO ในการจัดเก็บอัตลักษณ์และตรวจสอบงานเขียนนั้นทำงานอย่างไร (https://sixnetwork.gitbook.io/docs/)

หลักการทำงานของ ECHO ในการจักเก็บและตรวจสอบงานเขียน (Text Digest)

ขั้นตอนที่ (1)

นักเขียนทำการ upload งานเขียนของตนเองขึ้นบนระบบ ECHO ซึ่งสามารถทำได้ 2 ทางด้วยกันคือ (1) Upload ขึ้นทาง ECHO โดยตรงผ่าน browser หรือ (2) Upload ผ่านทาง SDK ที่วางไว้ที่ Partner Platform

ขั้นตอนที่ (2)

ระบบจากสร้าง Metafinger จาก Fingerprint และ Metadata ของข้อมูลนั้นๆ เพื่อนำ Metafinger เข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบจากต้นฉบับของหนังสือทั้งหมด ตัวอย่างเช่น หากหนังสือเล่มนั้นมี 1,000 คำ ระบบก็จะหั่นคำเป็นคำต่อคำ (Word Tokenization ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Natural Language Processing หรือ NLP) หลังจากนั้นระบบจะทำการเรียงลำดับคำทั้งหมด และแบ่งคำต่างๆออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Group of 25 tokens, Group of 14 tokens และ Group of 9 tokens ตามลำดับ ซึ่งรวมแล้วเรียกว่า Group of Tokens Generation

ขั้นตอนที่ (3)

ชุดตัวเลขทั้ง 3 ชุดหรือ Group of Tokens Generation จะถูก Hash และเก็บไว้เพื่อทำการเทียบกับ Text ชุดอื่นๆ ที่ผ่านขั้นตอนเดียวกันและถูก Hash เก็บไว้เหมือนกัน ด้วยเทคนิค Jaccard similarity ซึ่งก็คือการเทียบกลุ่มต่อกลุ่ม ว่ามีคำที่เรียงแบบเดียวกันและซ้ำกันแค่ไหน โดยมีวิธีการดังนี้

  1. เทียบด้วย Group of 25 tokens เป็นลำดับแรก

a. ถ้าซ้ำน้อยกว่า 50% เราจะถือว่าไม่ใช่เนื้อหาเดียวกัน

b. แต่ถ้าซ้ำเกิน 50% เราจะทำการเทียบด้วยกลุ่มถัดไป (ซึ่งละเอียดกว่า)

2. เทียบด้วย Group of 14 tokens (เมื่อเทียบด้วยกลุ่มแรกแล้วซ้ำเกิน 50%)

a. ถ้าซ้ำน้อยกว่า 70% เราจะถือว่าไม่ใช่เนื้อหาเดียวกัน

b. แต่ถ้าซ้ำเกิน 70% เราจะทำการเทียบด้วยกลุ่มสุดท้ายซึ่งถือว่าละเอียดที่สุด

3. เทียบด้วย Group of 9 tokens (เมื่อเทียบด้วยกลุ่มที่สองแล้วซ้ำเกิน 70%)

a. ถ้าซ้ำน้อยกว่า 80% เราจะถือว่าไม่ใช่เนื้อหาเดียวกัน

b. แต่ถ้ายังมีการซ้ำซ้อนของคำและการเรียงลำดับเกินกว่าที่ตั้งไว้ในกลุ่มนี้ ซึ่งก็คือ 80% อีก ทางเราจะถือว่าเป็น Content ที่มีอยู่แล้วในระบบทันที!

การนำระบบที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain อย่าง ECHO เข้ามาช่วยในการจัดเก็บผลงานของนักเขียนมีประโยชน์อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องสิทธิ์ในผลงาน การยืนยันความเป็นเจ้าของผลงานและยังสามารถตรวจสอบความเป็นเจ้าของได้อย่างยุติธรรม อีกทั้งยังป้องกันปัญหาที่เกิดจากการลอกเลียนแบบข้อมูลบางส่วนของนักเขียนแต่ละคน ซึ่งการเริ่มต้นนำงานเขียนที่นักเขียนสร้างสรรค์อยู่บน platform ของ Ookbee U มาเก็บอยู่บนเครือข่ายเทคโนโลยี Blockchain นั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้นักเขียนตระหนักถึงความเป็นเจ้าของงาน รวมไปถึงการป้องกันการคัดลอกผลงานไปใช้โดยมิแจ้ง

ซึ่งในส่วนแรก ทาง SIX Network และ Ookbee U จะทำการเก็บผลงานจากนักเขียนกว่า 600,000 คนจากทุกๆ platform ของ Ookbee U โดยมีผลงานรวมกันมากกว่า 5,700,000 ผลงาน จากที่เกริ่นไปแล้วข้างต้นปัจจุบันการจัดเก็บดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว มากกว่า 1,000,000 ผลงานมีการจัดเก็บและเชื่อมต่อข้อมูลเข้าไปที่ Klaytn Blockchain จาก Ground X (บริษัทลูกของ Kakao) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่จัดเก็บผลงานเก่าเรียบร้อย จะมีการเชื่อมต่อการจัดเก็บข้อมูลทุกๆ ผลงานอย่างทันท่วงที (Real-time) ซึ่งจากการทำงานดังกล่าว หากมีการคัดลอกผลงานเกิดขึ้น ระบบจะทำการแจ้งไปยังนักเขียนทันทีว่า ผลงานโดนลอกเลียนแบบโดยนักเขียนท่านอื่น และนอกจากนี้การจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ในเครือข่าย ECHO ยังเป็นการรักษาสิทธิความเป็นเจ้าของให้กับนักเขียนผู้สร้างสรรค์ผลงานอยู่บน 3rd-party platform อีกด้วย

จากตัวอย่างทางด้านบนนั้น ถือว่า ECHO นำเทคโนโลยี Blockchainมาสร้างเครือข่ายพื้นฐาน และพัฒนาขึ้นในรายละเอียดของการจัดเก็บอัตลักษณ์ของข้อมูล เพื่อปกป้องลิขสิทธิ์ของกลุ่มนักสร้างสรรค์ รวมไปถึงจัดทำระบบตรวจสอบการคัดลอกที่ทำได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ทีมงาน SIX Network ยังทุ่มเทพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บไปยังสินทรัพย์แบบอื่นๆ ทั้งในรูปดิจิตัลหรือสินทรัพย์ทั่วไป

วันนี้เราขอเชิญชวน กลุ่มบริษัท หน่วยงาน หรือสตาร์ทอัพ ที่สนใจการจัดเก็บผลงานสร้างสรรค์ในรูปแบบดังกล่าวบนเครือข่าย ECHO ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain เข้ามาร่วมพัฒนา หรือใช้เครือข่ายของเรา โดยสามารถติดต่อพวกเราได้ที่ช่องทางติดต่อใน Telegram หรือส่งอีเมลมาคุยกันได้ที่ partner@six.network

Remark

(1) คอนเท็นต์แรกของเราเริ่มต้นเมื่อ 27พฤศจขิกายน 2562, สามารถตรวจสอบได้จาก link .

(2) คอนเท็นต์ครบ 1,000,000 คอนเท็นต์ เมื่อ 22 ธันวาคม 2562, สามารถตรวจสอบได้จาก link .


SIX.network

Reinventing the digital economy

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade