เอนหลังหนังสือ : Dry & Wet ทำงานกับคนหัวร้อนให้เป็น รับมือกับคนขั้วเย็นให้ได้

หลายครั้งที่เราเจอปัญหาในการทำงานร่วมกันกับคนอื่นแล้วมันช่างขัดใจ สร้างความหัวร้อนอย่างมาก อาทิ เราอยากลงมือทำเรื่องนี้เลย แต่คนในทีมกลับนิ่งเฉย ต้องการที่จะได้แผนการทำงานที่ละเอียดมากกว่านี้ ซึ่งผมก็เคยเจอกับตัวเองมาบ่อยครั้ง หนังสือเล่มนี้จะช่วยอธิบายให้เราเข้าใจได้อย่างง่ายดาย ผ่านการแบ่งลักษณะของคนไว้ 2 ประเภท คือ Dry และ Wet ตามชื่อหนังสือ

โดยหนังสือเล่มนี้ถูกแปลมาจากต้นฉบับที่เป็นภาษาญี่ปุ่นครับ แน่นอนว่าคนเขียนคือผู้ที่ศึกษาและลงมือทำในเรื่องนี้ที่ญี่ปุ่น ซึ่งนาน ๆ ทีผมจะได้อ่านหนังสือที่มาจากแนวคิดของคนฝั่งโลกตะวันออก ที่บ่อยครั้งมันก็มีหลายเรื่องที่น่าสนใจที่เรามักจะไม่ได้เห็นจากฝั่งตะวันตก และ หลายอย่างที่เราเป็นคนฝั่งเดียวกันแนวคิดก็ค่อนข้างประบใช้ได้แบบไม่ยากนัก เล่มนี้ก็เช่นกันครับ มันคือการแบ่งประเภทของลักษณะคนออกเป็น 2 แบบ จากเดิมที่มีการแบ่งไว้ถึง 30 กว่าแบบ โดยผู้เขียนก็ได้จัดกลุ่มใหม่โดยแบ่งให้ง่ายต่อการจดจำและรับมือให้เหลือเพียงเท่านี้ซึ่งนับว่าเห็นภาพค่อนข้างชัดเจนมาก

ถ้าคุณเคยเห็น DISC ซึ่งหลาย ๆ ที่ในไทยก็เริ่มนำเอามาปรับใช้กันแล้ว เพื่อที่ทีมจะได้สามารถทำงานได้ด้วยกันอย่างราบรื่น แต่ละคนจะได้เรียนรู้ถึงการปรับตัว และ การรับมือในลักษณะของแต่ละคน

สำหรับ Dry & Wet นี่ก็มีลักษณะลักษณะคล้าย ๆ กันเพียงแต่เป็นเวอร์ชั่นที่กระชับและเข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นการแบ่งลักษณะนิสัยผ่านการสังเกตสิ่งที่ทำออกมา


คุณเป็น Dry หรือ Wet?

https://web.facebook.com/mbookstorecom/photos/a.378066895624459.78816.376652329099249/1679448675486268/?type=3&theater&_rdc=1&_rdr

ลักษณะของคนที่เป็น Dry คือเน้นอยู่กับปัจจุบันเชื่อว่าลงมือทำไปก่อนแล้วค่อยเรียนรู้ได้, ชอบการปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์, ลักษณะพูดตรง ๆ ไม่ค่อยสนใจความรู้สึกคนเลยเน้นการให้ Feedback คือลักษณะการบอกข้อเสียกับคน ๆ นั้น, ชอบเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ แต่ก็เบื่อเร็ว ไม่อยากลงรายละเอียด, เชื่อในการตัดสินใจของตนเอง และ ตัดสินใจด้วยเหตุผล อันนี้คือลักษณะคร่าว ๆ น่ะครับ จะเห็นว่าในมุมคนลักษณะ Dry จะเน้นการทำงานที่เร็ว เน้นการลงมือทำ มากกว่ามานั่งวางแผน ซึ่งถ้ามุมคนอื่นก็อาจจะมองว่านี่คือข้อเสีย เพราะ ทำอะไรดูไม่มีแผน ไม่ได้คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน เป็นต้น

ลักษณะของคนที่เป็น Wet คือเน้นการมองภาพไปถึงอนาคต ก่อนลงมือจึงเน้นการวางแผนที่รัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในอนาคตได้ เมื่อแผนที่ออกแบบมาดีแล้วจึงชอบทำตามแผนที่วางไว้ เพราะ เชื่อว่าถ้าผิดจากแผนอาจจะส่งผลเสียตามมาได้, เกรงใจคนรอบด้าน ดังนั้นจึงเลือกการให้ Feedback คนอื่น ด้วยคำชมแทน อีกทั้งยังชอบนำเอาข้อมูลจากคนอื่น ๆ มาวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจของตนเอง จึงต้องใช้เวลามากหน่อยในการลงมือตัดสินใจเรื่องใดเรื่องนึง และ สนใจเรื่องใดเรื่องนึงก็จะจดจ่อไม่ทิ้งไปง่าย ๆ เมื่อเราดูลักษณะของคนแบบ Wet จะเห็นว่าเน้นการลงรายละเอียด คิดแผนที่สามารถตอบได้รอบด้าน กว่าจะลงมือทำก็ใช้เวลานาน เช่นกันครับ มุมคนอื่นก็อาจจะมองว่าคนลักษณะนี้ดูลังเล ตัดสินใจช้าเกินไป ทำตามแผนที่วางไว้จนคนรอบด้านรู้สึกอึดอัด


ปัญหาเกิดจากอะไร?

ในหนังสือเล่มนี้สรุปไว้ได้น่าสนใจเกี่ยวกับคน 2 ลักษณะที่มักจะมีปัญหาในการทำงานร่วมกัน นั่นก็คือเอาจริงแล้ว “ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน” แต่ “การกระทำ” ที่แสดงออกมานั่นแตกต่างกัน แค่นั่นเลยครับ… ที่ทำให้เกิดปัญหาตามมา

ตัวอย่างเช่น คนลักษณะ Wet เวลาได้รับปัญหามาก็อยากทำในรูปแบบที่ตัวเองถนัด ส่วนคนแบบ Dry ก็อยากทำสิ่งที่ตัวเองถนัด ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำคือการทำความเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงออกมาเป็นลักษณะไหนอยู่? (Dry และ Wet ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นลักษณะนิสัยที่ติดตัวตลอดไปน่ะครับ มันอาจจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น)

สิ่งที่จะทำให้การทำงานร่วมกันเกิดขึ้นได้คือการหันหน้าเข้าหากัน เช่น ถ้าคุณรู้ตัวเองว่าตอนนี้แสดงลักษณะของประเภท Dry ออกมา เพราะ อยากลงมือทำตามแผนใหม่ที่ออกแบบมาเมื่อสักครู่ แต่คนในทีมมีลักษณะ Wet ก็ต้องให้ข้อมูลและแผนที่ละเอียดก่อนจะลงมือทำ ช่วยกันสร้างแผนที่ชัดเจนขึ้นมาในระดับนึงที่ทั้งคุณและทีมสามารถทำงานร่วมกันได้ ผลลัพธ์ก็ออกมาได้ดี


สำหรับหนังสือยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในการรับมือต่าง ๆ อีกมากมาย ที่น่าสนใจคือการยกตัวอย่างเรื่องราวในชีวิตประจำวันของคน 2 ลักษณะนี้ในรูปแบบเรื่องสั้น จากนั้นมีการวิเคราะห์และสรุปให้จากผู้เขียน ทำให้เนื้อหามัน Practical มากครับ เราสามารถจดจำและนำเอาไปใช้ได้เลย ไม่ฟุ้งๆ เหมือนหนังสืออื่น ๆ

ความคุ้มค่าของหนังสือคือแนะนำว่าลองไปอ่านดูก่อน ช่วงแรกของหนังสือผมค่อนข้าง งงในงง จับใจความไม่ค่อยได้ เพราะ มันเล่าแบบวกไปวนมา แต่พอช่วงกลางของเล่มเหมือนมีการสรุปหัวข้อที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนนำเอาเรื่องจากบทแรก ๆ มาลงรายละเอียดขมวดปม ทำให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วหงุดหงิด ก็จัดเลยครับเล่มนี้ ภาษาอ่านง่าย สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยากครับ


Sloth Campus

A publication for Thai developers

Nitipat Lowichakornthikun

Written by

Just another software engineer in thailand, https://nitip.at

Sloth Campus

A publication for Thai developers

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade