เที่ยวล้านช้าง ตอนที่ 1 : กรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเวียงจัน
ผมเชื่อว่าทุกคนที่ศึกษาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องรู้จักอาณาจักรล้านช้างเป็นอย่างดี ผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้นก็ตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวเวียงจันทน์ เมืองที่สำคัญเมืองหนึ่งของอาณาจักรล้านช้างในอดีต ผมตัดสินใจเดินทางด้วยรถทัวร์ครับ รู้สึกอยากลองประสบการณ์เดินทางข้ามประเทศด้วยรถบัสดู รู้สึกแปลกใหม่ดีครับ รถของสถานีขนส่งหมอชิตออก 2 ตอนสองทุ่ม ไปถึงสถานีข่นส่งที่เวียงจันทน์ประมาณ 8 โมงครึ่ง รวมๆก็ประมาณ 12 ชั่วโมงครึ่งเห็นจะได้
ประวัติความเป็นมาของเมืองเวียงจัน ผมคิดว่าอาจจะนึกย้อนไปถึงสมัยอาณาจักรล้านช้าง ซึ่งก่อนหน้านี้มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองเชียงดงเชียงทอง (หลวงพระบาง) จนกระทั้งสมัยของสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พระองค์ได้ย้ายศูนย์กลางการปกครองจากเมืองเชียงดงเชียงทองมายังเมืองเวียงจันหรือกรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเวียงจัน

หลังจากเดินทางไปเช็คอินที่โรงแรมเรียบร้อยผมก็เริ่มเดินทางต่อทันที โบราณสถานที่แรกที่พบก็คือที่นี่ครับ ธาตุดำ ซึ่งเป็นพระธาตุร้างกลางกรุงเวียงจันทน์ สันนิษฐานว่าพระธาตุองค์นี้น่าจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของวัดมาก่อน

ผมเดินตรงไปเรื่อยๆ ไปตามถนนล้านช้าง ก็จะเห็นประตูชัย (ประตูไซ) ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของถนนล้านช้าง ประตูไซที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานจากการประกาศเอกราชของลาวจากฝรั่งเศสครับ

ด้วยความที่ผมเดินมาเรื่อยๆุจากถนนล้านช้างบวกกับที่ผมเคยไปเยี่ยมถนนซองเซลิเซที่ปารีสมาแล้ว ผมรู้สึกว่าการออกแบบและการวางผังคล้ายกันมากจริงๆ ถนนวิ่งตรงเข้าประตูชัยที่บริเวณกลางถนน ตัวประตูไซเองมีความคล้ายกับ Arc de Triomphe มาก แต่แตกต่างตรงที่นำเอางานศิลปกรรมและแนวคิดทางพระพุทธศาสนาเข้าไปใช้แทน
ผมเดินต่อจากประตูไซ ตรงไปตามถนน 23 Singha เรื่อยๆ จนกระทั้งไปถึงพระธาตุหลวง พระมหาธาตุที่สำคัญประจำเมืองเวียงจัน

พระธาตุองค์นี้ตามตำนานเล่าว่าถูกสร้างขึ้นพร้อมกับการสถานปนาเมืองเวียงจันในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช โดยเป็นการสร้างขึ้นโดยครอบพระธาตุองค์เก่า พระธาตุมีลักษณะเป็นธาตุบัวเหลี่ยมตามแบบศิลปะลาว-ล้านช้าง โดยมีธาตุบริวารล้อมรอบจำนวน 33 องค์ ธาตุหลวงประธานอาจแสดงเป็นตัวแทนของเขาพระสุเมรุ ธาตุบริวาร อาจหมายถึงเทวดาประจำชั้นดาวดึงส์ทั้ง 33 องค์ สอดรับกับชื่ออย่างเป็นทางการของธาตุหลวงว่า พระธาตุโลกจุฬามณี หรือเป็นสถานที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั่นเอง
ตามประวัติแล้วธาตุหลวงเคยถูกปล่อยให้ทิ้งร้างและพังทลายลงจนเหลือแต่ฐาน หลังจากที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองพื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงได้สำเร็จ ก็ได้ทำการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่โดยสร้างขึ้นเป็นทรงหอคอย จนกระทั้งเมื่อลาวได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสจึงรื้อลงและสร้างขึ้นใหม่ตามศิลปะล้านช้างอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
เสร็จจากท่องเที่ยวดูรอบๆธาตุหลวง ผมก็แวะกินชามะนาวเย็นๆ ที่ร้าน Amazon Cafe ที่อยู่ไม่ไกลนัก ผมก็กลับไปโรงแรมเพื่อเตรียมตัวชมวัดในตัวเมืองเวียงจันทน์ต่อครับ

